breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
คิมมิชคลาสสิค!เสือเหลือง เปิดบ้านพ่าย เสือใต้ 0-1 ระยะห่าง 7 แต้ม

คิมมิชคลาสสิค!เสือเหลือง เปิดบ้านพ่าย เสือใต้ 0-1 ระยะห่าง 7 แต้ม

อัพเดตเมื่อ : May 27, 2020 2:38am โดย : admin

บุนเดสลีกา คู่บิ๊กแมตช์ กลางสัปดาห์นี้ เป็นศึก แดร์ คลาสสิเคอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านรับมือ บาเยิร์น มิวนิค โดยอาจเป็นนัดชี้ชะตาแชมป์ได้เลย

"เสือเหลือง" ฟาด 6 แต้มเต็มหลังกลับมาเตะ 2 นัด ล่าสุดบุกทุบ โวล์ฟส์บวร์ก 2-0 ยึด 11 ตัวจริงชุดเดิม โดยได้ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่เจ็บจนโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมล่าสุด ฟิตพร้อมเป็นตัวจริง ส่วน เจดอน ซานโช่ ยังเป็นสำรองตามเดิม

ในระบบ 3-4-3 โรมัน เบือร์กี้ ปักหลักด่านสุดท้าย แดนหลัง 3 คนเป็น ลูคัส พิสซ์เซ็ค, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ และ มานูเอล อาคานจี

วิงแบ็ก 2 ฝั่งเป็น อาชราฟ ฮาคิมี่ กับ ราฟาแอล แกร์เรยโร่ คู่มิดฟิลด์วางใจ มาห์มูด ดาอูด กับ โธมัส เดลานี่ย์ แดนหน้าใช้ ธอร์กาน อาซาร์ กับ ยูเลี่ยน บรันด์ท สนับสนุน เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์

บาเยิร์น ปรับตำแหน่งเดียวจากเกมถลุง แฟร้งค์เฟิร์ต 5-2 แซร์จ กนาบรี้ ลงเป็นตัวจริงแทนที่ อิวาน เปริซิช ส่วน ติอาโก้ อัลกันตาร่า เดี้ยงจนไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง

ในหมาก 4-2-3-1 มานูเอล นอยเออร์ รับผิดชอบเฝ้าประตู แนวรับจากขวาไปซ้ายใช้ แบงฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา และ อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์

แดนกลางจัด โยชัว คิมมิช เชื่อมเกมกับ เลออน โกเร็ตซ์ก้า แผงรุกเป็น คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์ และ แซร์จ กนาบรี้ ปั้นเกมข้างหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผ่านไปแค่นาทีเดียว เจ้าบ้านน่าได้ประตูนำจากจังหวะที่ นอยเออร์ ออกจากหน้าประตูไปตัดบอลจาก อาซาร์ แต่บอลเข้าทาง ฮาแลนด์ ยิงลอดขา นอยเออร์ ไปแล้วแต่บอลกลิ้งเอื่อยๆ ก่อนโดน บัวเต็ง ตามไปสกัดทิ้งได้ทัน

3 นาทีต่อมา ยังเป็นโอกาสของ "เสือเหลือง" แกร์เรยโร่ ลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนหักเข้ากลางให้ บรันด์ท เลือกสับไกระยะ 20 หลาแต่ก็เข้ามือ นอยเออร์

10 นาทีแรกพ้นไป ดอร์ทมุนด์ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายสมใจ ฮาคิมี่ ยิงติดบล็อก อลาบา ก่อนลอยไปถึง อาซาร์ โยนจากในเขตโทษฝั่งขวาให้ ฮาแลนด์ โหม่งเข้าไม่ไป แต่สกอร์ไม่เปลี่ยนเพราะ อาซาร์ โดนจับล้ำหน้า

นาที 19 "เสือใต้" เกือบได้ประตูนำ โกมัน ลากลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนม้วนหาช่องเปิดเรียดเข้ากลาง กนาบรี้ สอดมารับบอลก่อนยิงผ่านการป้องกันของ เบือร์กี้ ไปแล้วแต่ก็ยังโดน พิสซ์เซ็ค ตามไปเตะทิ้งทันเวลา

บาเยิร์น เหมือนจะตั้งเกมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ถัดมา 4 นาที เดวี่ส์ บุกขึ้นมาทางซ้ายแล้วจ่ายให้ กนาบรี้ หาช่องป้ายต่อถึง โกมัน ตะบันในเขตโทษฝั่งขวาแต่ เบือร์กี้ เซฟได้สวย

"เสือใต้" บุกนำจนได้ใน นาที 43 จากจังหวะบอลขลุกขลิกหน้าเขตโทษกระเด้งมาถึง คิมมิช แตะไปหน้าเขตโทษก่อนบรรจงชิพด้วยขวาลอยย้อยผ่านมือของ เบือร์กี้ ที่ดันออกมานอกเส้นไกลไปนิด ตุงตาข่ายเป็นประตู 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เป็นสกอร์ที่น่าปวดใจสำหรับ ดอร์ทมุนด์ เพราะโหมเกมรุกตั้งแต่วินาทีแรก และได้โอกาสลุ้นหลายครั้งแต่ก็จบไม่ได้เอง สุดท้ายเลยเป็นฝ่ายโดนหลัง บาเยิร์น เล่นตามเกมของตัวเองได้แล้ว ทั้งที่รูปเกมก็ไม่ได้เหนือกว่าเลย

กลับมาต่อครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์ เปลี่ยนตัวแก้เกมทันที 2 คน เจดอน ซานโช่ กับ เอ็มเร่ ชาน ลงไปแทน บรันด์ท กับ เดลานี่ย์ แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งต่อตำแหน่ง โดย ซานโช่ เป็นตัวรุกฝั่งขวาแล้วโยก อาซาร์ ไปทางซ้าย

นาที 48 "เสือเหลือง" ได้ลุ้นตีเสมอจาก ดาอูด ตั้งป้อมสับไกด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่ก็ตรงตัว นอยเออร์

6 นาทีต่อมา บาเยิร์น เกือบได้เพิ่มจากจังหวะที่ มุลเลอร์ ชิ่งคืนให้ โกเร็ตซ์ก้า ตะบันเรียดบริเวณหัวกะโหลกพุ่งไปทางเสาซ้ายมือแต่ เบือร์กี้ ล้มตัวปัดพ้นอันตรายไปได้

เจ้าถิ่นพลาดโอกาสทางใน นาที 58 อาซาร์ ได้บอลโล่งๆ ในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนบรรจงไหลให้ ฮาแลนด์ จับแล้วกระหน่ำด้วยซ้ายพุ่งแฉลบบริเวณแขนของ บัวเต็ง ที่นอนล้มกองกับพื้น จนพุ่งหลุดเสาขวามืออย่างน่าผิดหวัง

ดอร์ทมุนด์ ครองบอลได้มากกว่าแต่จังหวะลุ้นประตูยังไม่ค่อยจะแจ้งเท่าไร

นาที 71 ซานโช่ ได้ครอสเรียดจากซ้ายโค้งไปหน้าประตูก่อนหลุดเสาไกลแบบได้เสียว ฮาแลนด์ ที่พยายามพุ่งเข้าชาร์จแต่ไม่ถึง ตัดสินใจทิ้งตัวกับพื้นสนามส่งสัญญาณว่าเล่นต่อไม่ไหวหลังเดี้ยงในจังหวะก่อนหน้านี้ โดยถูกถอดให้ โจวานนี่ เรย์น่า ลงไปแทน

เท่ากับว่า "เสือเหลือง" ต้องล่าประตูโดยที่ไม่มีกองหน้าธรรมชาติในสนามในเวลานี้

บาเยิร์น เปลี่ยนตัวบ้างใน นาที 73 โดยให้ อิวาน เปริซิช อดีตปีกดอร์ทมุนด์ ลงไปแทนที่ โกมัน

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ดอร์ทมุนด์ กล้าเสี่ยงมากขึ้นหลังเลือกถอด พิสซ์เซ็ค แล้วส่ง มาริโอ เกิทเซ่ ลงไปเสริมเกมรุก พร้อมปรับแดนหลังไปใช้แบ็กโฟร์ ถอยวิงแบ็ก 2 ฝั่งมาเป็นฟูลแบ็ก คู่เซนเตอร์แบ็กเหลือ ฮุมเมิ่ลส์ กับ อาคานจี

นาที 81 "เสือเหลือง" น่าได้ประตูตีเสมอจากจังหวะส่องไกลด้วยซ้ายของ ดาอูด บอลส่ายเล็กน้อยจน นอยเออร์ หลงทางไปแล้วแต่บอลส่ายไม่มากเลยไม่พ้นวิถีที่มือของ นอยเออร์ ยังทุบทิ้งไปได้

ต่อมา 2 นาที บาเยิร์น น่าได้ประตูปิดเกม เลวานดอฟสกี้ ลากจี้ไปหน้าเขตโทษก่อนหวดด้วยซ้ายแฉลบ ฮุมเมิ่ลส์ เล็กๆ ก่อนพุ่งผ่านมือ เบือร์กี้ ไปชนเสาซ้ายมืออย่างน่าเสียดาย

นาที 85 "เสือใต้" เปลี่ยนตัวอีกราย ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ลงไปแทน บัวเต็ง ส่วน ดอร์ทมุนด์ ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย อักเซล วิตเซิ่ล แทนที่ ดาอูด

ทีมเยือนเปลี่ยนตัวอีกคนใน นาที 87 ฆาบี มาร์ตีเนซ ลงมาแทน กนาบรี้

ช่วงเวลาที่เหลือ ดูจะเป็น "เสือใต้" ที่น่าได้ประตูเพิ่มแต่ก็ไม่มีสกอร์เกิดขึ้น จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกเฉือน ดอร์ทมุนด์ 1-0

ถือเป็นชัยชนะสุดสำคัญเพราะมันทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ทิ้งห่าง ดอร์ทมุนด์ ออกไปเป็น 7 แต้ม ทั้งที่มีโอกาสถูกลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แท้ๆ

ไม่มีใครปฏิเสธความดุดันของ ดอร์ทมุนด์ โดยเฉพาะเกมรุกที่เต็มไปด้วยแข้งพลังหนุ่ม ทว่ามันก็เป็นข้อเสียเหมือนกันเพราะในช่วงเวลาคับขัน ไม่มีใครงัดประสบการณ์ที่จำเป็นออกมาใช้ได้เลย

ตัวสำรองในแนวรุกที่ส่งลงไปก็ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระเพื่อนๆ เลย ไม่ว่าจะเป็น ซานโช่ หรือ เรย์น่า ส่วนคนที่ดูมีประสบการณ์อย่าง เกิทเซ่ ก็หมดสภาพไปแล้วจริงๆ ไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงประกาศลาทีมหลังหมดสัญญาในหน้าร้อนนี้

2 ฟูลแบ็กของ ดอร์ทมุนด์ ที่กำลังร้อนแรงใน 2 นัดหลัง ก็ทำอะไรไม่ค่อยได้เมื่อเจอ 2 ฟูลแบ็กของ "เสือใต้" ที่อาจหวือหวาไม่เท่า แต่ความคงเส้นคงวาถือว่าเหนือกว่าจริงๆ

การเปลี่ยนตัวรวมถึงแท็กติกของ ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์ ก็ดูเหมือนไม่กล้าเปิดหน้าแลกเพราะกลัวโดนยิงเพิ่มจนหมดทางพลิกเกม ทั้งที่มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องบุกสู้แล้วแท้ๆ

การส่ง ซานโช่ ลงสนามตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่เขาไม่ควรลงไปแทน บรันด์ท ที่ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่โดดเด่นใน 2 เกมหลังสุดของ "เสือเหลือง" ถ้าทั้งคู่อยู่ในสนามด้วยกัน อาจดลบันดาลอะไรให้เกิดขึ้นก็ได้

แต่มันก็เหมือนโชคชะตาจะยิ่งไม่เข้าข้างเหมือนกัน เพราะในช่วงที่ต้องการประตู ความหวังสูงสุดอย่าง ฮาแลนด์ ก็ดันมาเจ็บจนต้องโดนเปลี่ยนตัว ทำให้ไม่เหลือหัวหอกนักล่าในสนาม

สำหรับ บาเยิร์น ก็ไม่ได้ว่าโชว์ฟอร์มร้ายกาจอะไรเลย เพียงแต่เหนือกว่าในเรื่องประสบการณ์ที่ว่าเมื่อมีโอกาสผ่านเข้ามา ก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ ดังนั้น แชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 8 ติดต่อกันคงจะไม่หนีไปไหนแล้ว

ส่วน ดอร์ทมุนด์ แน่นอนว่ายังต้องโฟกัสในการเก็บชัยชนะให้ได้ในทุกนัดที่เหลือ เพราะไม่เช่นนั้น ตำแหน่งรองแชมป์ก็อาจหลุดมือได้เหมือนกัน เพราะ แอร์เบ ไลป์ซิก ก็พร้อมแซงทุกเมื่อ และเร็วที่สุดก็คือในเกมเจอ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน วันพุธนี้เลย

"แดร์ คลาสสิเคอร์" จบกันไปแล้ว ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

Facebook Comment