breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
จุดโทษอีกแล้ว! ผีเฮหืดจับเฉือน โคเปนเฮเก้น 1-0 ลิ่วรอบรองชนะเลิศ

จุดโทษอีกแล้ว! ผีเฮหืดจับเฉือน โคเปนเฮเก้น 1-0 ลิ่วรอบรองชนะเลิศ

อัพเดตเมื่อ : August 11, 2020 7:12am โดย : admin

แมนฯ ยูไนเต็ด ยังอยู่ในภารกิจล่าแชมป์ ยูโรปา ลีก โดยต้องปะทะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมจาก เดนมาร์ก ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ด้วยเหตุไวรัส โควิด-19 ระบาดทั่วโลก จนทำให้การแข่งขันต้องหยุดยาว เลยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากการแข่งขันแบบเหย้า-เยือน จะเหลือการเตะแบบนัดเดียวรู้ผลเลย โดยลงแข่งขันในสนามกลาง ซึ่งในเกมนี้เป็น ไรน์เอเนอร์กี้ชตาดิโอน เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมัน
"ปีศาจแดง" ปรับไลน์อัพ 6 ตำแหน่งจากเกมเชือด ลาสค์ ลินซ์ 2-1 โดยเรียกตัวหลักกลับมาพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น อารอน วาน บิสซาก้า, ปอล ป๊อกบา, บรูโน่ แฟร์นานเดส, เมสัน กรีนวู้ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด
ในระบบ 4-2-3-1 เซร์คิโอ โรเมโร ปักหลักเฝ้าประตูต่อเนื่อง แบ็กโฟร์เลือก อารอน วาน บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
แดนกลางจัด ปอล ป๊อกบา เชื่อมเกมร่วมกับ เฟร็ด แผงรุกใส่ เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นานเดส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ปั้นเกมข้างหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล
เอฟซี โคเปนเฮเก้น ที่โชว์ฟอร์มหรูถล่ม อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ 3-0 จนพลิกเข้ารอบมาได้ ปรับทัพ 2 ตำแหน่ง เยนส์ สเตจ กับ โมฮัมเหม็ด ดารามี่ ลงเป็นตัวจริงแทนที่ โรเบิร์ต มูดราซิย่า กับ มิคเคล เคาฟ์มันน์
ตามแผน 4-4-2 คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน รับหน้าที่ผู้รักษาประตู แนวรับจากขวาไปซ้ายเป็น กีเยร์โม่ วาเรล่า, วิคเตอร์ เนลส์สัน, อันเดรียส บเยลลันด์ และ นิโคไล บอยเลเซ่น
แดนกลางฝาก เยนส์ สเตจ กับ เซก้า ปีกขวา-ซ้ายเป็น เป๊ป บีล กับ ราสมุส ฟอล์ค เยนเซ่น คู่กองหน้าใช้บริการของ โมฮัมเหม็ด ดารามี่ กับ โยนาส วินด์
โอกาสแรกของเกมเกิดขึ้นใน นาที 8 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องขวาระยะ 33 หลา แรชฟอร์ด วิ่งเข้ามากดด้วยขวาเล็งไปเสาซ้ายมือก่อนพุ่งเรียดออกหลังไป
นาที 13 โคเปนเฮเก้น เกือบทำเซอร์ไพรส์ บีล ลากลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้วเปิดเข้ากลาง ดารามี่ โฉบเข้าไปชาร์จในกรอบหกหลาแต่ติดบล็อกของ ไบยี่ ที่เข้ามาขวางทันเวลา
2 นาทีต่อมา โคเปนเฮเก้น ต้องเปลี่ยนตัวก่อนหลัง บอยเลเซ่น เจ็บเองจากจังหวะฮาล์ฟวอลเล่ย์จนเล่นต่อไม่ไหว ปิแอร์ เบงท์สสัน เลยถูกส่งลงมาแทน
นาที 17 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบเสียก่อนหลัง เฟร็ด ไปจ่ายบอลเสียในแดนตัวเองจนบอลถูกลำเลียงเข้าเขตโทษ ดารามี่ โยกหนี ไบยี่ ก่อนยิงติดบล็อก แม็กไกวร์ กระดอนมาถึง สเตจ ซ้ำระยะ 13 หลาติดบล็อกของ ป๊อกบา ที่เคลียร์ทิ้งออกไปได้
ให้หลัง 4 นาที "ปีศาจแดง" พลาดขึ้นนำจากจังหวะเตะมุมที่ แม็กไกวร์ โขกย้อนไปให้ มาร์กซิยาล โหม่งต่อถึง แฟร์นานเดส ได้โหม่งเต็มศีรษะระยะเผาขนพุ่งถากคานบนออกหลังไป
นาที 28 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกระยะหวังผล แฟร์นานเดส อาสาปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงแต่ก็ข้ามคานออกไปไกลด้วย
ผ่านมาถึงช่วงทดเจ็บครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ส่งบอลตุงตาข่ายจนได้ แรชฟอร์ด โหม่งขึ้นหน้าเข้าทาง กรีนวู้ด ลากลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวาไปยิงด้วยขวาเสียบเสาไกลนิ่มๆ ทว่า วีเออาร์ ไม่ให้เป็นประตูหลังถูกจับล้ำหน้าไปก่อน สุดท้าย 45 นาทีแรกจบด้วยสกอร์ 0-0

โคเปนเฮเก้น ถือว่าทำได้ดีเหนือความคาดหมายเลย โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ของเกมที่เดินหน้าสร้างโอกาสลุ้นประตูได้ต่อเนื่อง
แต่มันก็เป็นเพราะความไม่เด็ดขาดและการเล่นต่ำกว่ามาตรฐานของ แมนฯ ยูไนเต็ด เองด้วย นี่ขนาดใส่ตัวหลักกลับมาแทบพร้อมหน้าแล้ว แต่กลับไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างที่ควรจะเป็น เพราะต้องยอมรับความจริงว่าพวกเขาเหนือกว่าเยอะในเรื่องชื่อชั้น
กลับมาต่อครึ่งหลัง ยังไม่มีใครเปลี่ยนตัว นาที 55 แมนฯ ยูไนเต็ด อุตส่าห์ต่อบอลสวยๆ กันหน้าเขตโทษแต่ลงเอยด้วยลูกยิงบริเวณหัวกะโหลกของ เฟร็ด ที่พุ่งเรียดแบบไม่มีน้ำหนักตรงตัว ยอห์นส์สัน
2 นาทีต่อมา "ปีศาจแดง" น่าได้ประตูสุดๆ แรชฟอร์ด จ่ายจากซ้ายไปหน้าเขตโทษให้ กรีนวู้ด แตะเข้าเขตโทษแล้วตะบันด้วยซ้ายระยะ 15 หลาพุ่งเรียดผ่านมือ ยอห์นส์สัน ชนเสาขวามือ กระเด้งออกมาถึง แรชฟอร์ด ซ้ำจ่อๆ แต่ไม่ได้ประตูเพราะล้ำหน้าไปก่อน
นาที 58 โคเปนเฮเก้น เปลี่ยนตัว 2 คนมิเคล เคาฟ์มันน์ กับ ไบรอัน โอเวียโด้ ลงไปแทน ดารามี่ กับ บีล
ชั่วโมงแรกผ่านไป 1 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เฉียบคมในจังหวะสุดท้ายเหมือนเดิม แฟร์นานเดส บรรจงชิพจากหน้าเขตโทษไปเสาซ้ายมือ แรชฟอร์ด ได้โอกาสยิงโล่งๆ แต่ดันยิงแป้ก ยอห์นส์สัน เลยรับสบาย
นาที 63 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสอีกแล้ว แฟร์นานเดส ได้บอลหน้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนพลิกตัวกระหน่ำด้วยขวาระยะ 22 หลาพุ่งกระดอนพื้นผ่าน ยอห์นส์สัน ไปแล้วแต่ชนเสาซ้ายมือออกไปอย่างน่าเสียดาย

โคเปนเฮเก้น หวิดขึ้นนำใน นาที 65 ฟอล์ค โชว์ทักษะแหวก 2 ผู้เล่น "ปีศาจแดง" ตรงสุดเส้นหลังในเขตโทษฝั่งขวาแล้วจ่ายเข้ากลางให้ วินด์ ป้ายต่อออกซ้าย โอเวียโด้ วิ่งเข้ามาสับไกเน้นๆ ด้วยซ้ายระยะ 8 หลาติดบล็อกของ วาน บิสซาก้า ออกไป
ต่อมา 3 นาที แฟร์นานเดส ได้โอกาสตั้งป้อมตรงแถวๆ ที่ยิงชนเสาในจังหวะก่อนหน้านี้ โดยหนนี้พุ่งส่ายเล็กน้อยเหมือนจะเสียบคานแต่ ยอห์นส์สัน กระโดดชกออกไปได้สวย

ช่วง 20 นาทีสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัว 2 คน เนมานย่า มาติช ลงแทน เฟร็ด และ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ลงแทน ไบยี่
นาที 84 "ปีศาจแดง" ก็ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำ วิลเลี่ยมส์ จ่ายไปหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายติดบล็อกผู้เล่นโคเปนเฮเก้นแต่บอลไม่ไปไหนไกล มาร์กซิยาล ฉกไปได้ก่อนลากตัดเข้าในแล้วแปด้วยขวาระยะ 23 หลาโค้งไปเสาขวามือแต่ ยอห์นส์สัน พุ่งสุดเหยียดเซฟได้สวย
อย่างไรก็ดี ทำอะไรกันไม่ได้อยู่ดี จบ 90 นาที สกอร์นิ่งที่ 0-0 ต้องดวลกันอีกในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งตัวสำรองเพิ่ม ฆวน มาต้า ลงไปแทน กรีนวู้ด
นาที 94 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษในจังหวะที่ มาต้า ได้บอลในเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้ากลางให้ มาร์กซิยาล โดน บเยลลันด์ เหนี่ยวล้มในเขตโทษ แฟร์นานเดส รับหน้าที่สังหาร แต่คราวนี้ไม่วิ่งพร้อมกระโดดดึงจังหวะเหมือนที่ผ่าน แต่แปด้วยขวาเสียบมุมบนขวาอย่างเฉียบขาดเป็นประตู 1-0

"ปีศาจแดง" เริ่มเล่นอย่างโล่งใจก่อนบุกไม่หยุด นาที 103 มาร์กซิยาล เปิดจากในเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ มาต้า ซัดด้วยซ้ายแถวๆ จุดโทษข้ามคานออกไป
นาที 105 โคเปนเฮเก้น เปลี่ยนตัวเพิ่มอีก 2 คน วาเรล่า ที่เป็นอดีตนักเตะ "ปีศาจแดง" กับ สเตจ ถูกถอดออกให้ คาร์โล บาร์โตเลช กับ โรเบิร์ต มูดราซิย่า ลงแทน
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าได้เพิ่มทั้งจังหวะที่ มาต้า จ่ายไปตรงหัวกะโหลก แฟร์นานเดส วิ่งเข้ามาแปด้วยขวาติดเซฟของ ยอห์นส์สัน ออกหลังไปได้เตะมุมเปิดมากลางประตู มาต้า ได้ยิงด้วยซ้ายติดขาของ ยอห์นส์สัน กระดอนมาเข้าทาง ลินเดเลิฟ เอี้ยวตัววอลเล่ย์ด้วยซ้ายระยะ 10 หลาชนเสาขวามือออกไปอีก
กลับมาในครึ่งหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษ นาที 111 โคเปนเฮเก้น เปลี่ยนตัวเพิ่ม วิลเลี่ยม โบวิ่ง วิค ถูกส่งลงไปแทน ฟอล์ค ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงไปแทน แรชฟอร์ด
ในช่วงทดเจ็บ "ปีศาจแดง" ถอด มาร์กซิยาล แล้วส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไป แต่ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เชือด โคเปนเฮเก้น 1-0 เดินหน้าสู่รอบรองชนะเลิศสำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นฟอร์มที่น่าผิดหวังของ "ปีศาจแดง" โดยเฉพาะในช่วง 45 นาทีแรก ถ้าเจอทีมที่แกร่งกว่า พวกเขาคงโดนลงโทษและเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนแล้ว
การประสานงานในแดนกลางระหว่าง ป๊อกบา กับ เฟร็ด ดูเหมือนว่าจะยังไม่เวิร์ค อาจถึงเวลาส่ง แม็คโทมิเนย์ ลงเชื่อมเกมกับ ป๊อกบา ดูบ้าง
หรือจะกลับไปใช้ มาติช เป็นตัวยืนอีกครั้งเลยก็ได้ เพราะชัดเจนว่าตั้งแต่ตอนที่เขาถูกส่งลงสนามเป็นสำรองใน นาที 70 รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูนิ่งขึ้น
ในแผงรุก แรชฟอร์ด ดูน่าผิดหวังมากที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเจ็บยาวมาก่อนหน้านี้เลยต้องใช้เวลาจับจังหวะเกมอีกสักหน่อย เพราะดูความเฉียบคมแทบไม่มี
มาร์กซิยาล วูบวาบเหลือเกินในเกมนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีสกอร์ เพราะใช้ความเร็วป่วนแนวรับโคเปนเฮเก้นเป็นว่าเล่น

ขณะที่ กรีนวู้ด ยังแสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในจอมจบสกอร์ที่ดีที่สุดของทีมจริงๆ ยิงเข้า 1 แต่โดนจับล้ำหน้าก่อนยิงชนเสาอีก 1
มาต้า ถูกส่งลงมาในช่วงต่อเวลาพิเศษ กลายเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้เกมรุกดูไหลลื่นมากขึ้นก่อนนำไปสู่การได้จุดโทษ
แต่สุดท้าย ความหวังทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ แฟร์นานเดส ที่รับบทแบก "ปีศาจแดง" ชุดนี้ อย่างเต็มตัว ทั้งยิงจุดโทษเป็นประตูชัย และยังมีจังหวะสับไกชนเสาและเรียกให้ ยอห์นส์สัน ต้องเซฟอีกด้วย
อย่างไรก็ดี นี่คือบทเรียนสำคัญที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเอาไปปรับใช้ในรอบต่อๆ ไป รวมถึงในฤดูกาลหน้าเลย เพราะถ้าหวังความสำเร็จ ผลงานระดับนี้ถือว่าน่าผิดหวัง
แล้วในรอบต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ด จะรอเจอผู้ชนะระหว่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน หรือ เซบีย่า บอกเลยว่าเหนื่อยหนักกว่าเดิมแน่นอนถ้ายังเล่นได้เท่านี้ และจะไม่แปลกใจตรงไหนหากจอดป้ายแค่รอบตัดเชือก

ไฮไลท์จัดเต็ม แมนฯ ยูไนเต็ด vs เอฟซี โคเปนเฮเก้น : https://www.cheerball.com/clips/main/view/16329

ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment