breadcrumb symbol ข่าว

นัดแรกที่ไม่สวยงาม

อัพเดตเมื่อ : June 14, 2014 12:00am โดย : เค.เค.

     สกอร์อาจจะสวยสำหรับ "แซมบ้า" บราซิล ก็จริงสำหรับชัยชนะเหนือ "ตราหมากรุก" โครเอเชีย ไปถึง 3-1 และ เนย์มาร์ ดาวเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เหมาไปคนเดียวถึง 2 ประตู แต่ทว่ามันกลับไม่สวยงามมากนักในเรื่องที่มีปัญหามาอย่างยาวนานสำหรับ "ผู้ตัดสิน"



     ยูอิจิ นิชิมูระ กลายเป็นเชิ๊ตดำที่ถูกกล่าวขานเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากที่เป่าแบบที่ทุกๆคนต่างมองและเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า "เอนเอียง" ไปทางเจ้าภาพโคตรๆ

     โดยเฉพาะกับลูกจุดโทษเจ้าปัญหาที่ ลอฟเรน ไปเหนี่ยวรั้ง เฟร็ด ในกรอบเขตโทษจนล้มลงไปและ นิชิมูระ ก็ตัดสินใจเป่าฟาวล์พร้อมชี้เป็นจุดโทษให้กับ "เจ้าภาพ" แบบไม่มีลังเลอะไรทั้งสิ้น จนทำให้ผู้เล่นของ โครเอเชีย วิ่งกรูเข้ามาประท้วงกันเป็นแถวๆ



     พอมาดูภาพช้าคนทั่วทั้งโลกเห็นกันหมดว่า เฟร็ด มีการพุ่งล้มหน่อยๆแน่นอนซึ่งมันชัดเจนมากๆว่า ลอฟเรน รั้งแค่เฉียดๆเท่านั้น เฉียดแบบเฉียดจริงๆ แต่สุดท้ายสิ่งที่ตัดสินไปแล้วก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้

     ซ้ำยังมีจังหวะที่น่าจะค้างคาใจอีกสำหรับกรณีของ เนย์มาร์ ที่จู่ๆวิ่งเข้าไปศอกใส่เต็มบ้องหูของ ลูก้า โมดริช เข้าเต็มๆและผู้ตัดสินก็ให้เป็นเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น

     ถ้าว่ากันตามตรงและดูกันที่เจตนาจริงๆ ลอฟเรน มีเจตนาที่จะเหนี่ยว เฟร็ด ลงในเขตโทษแต่เหนี่ยวไม่สุดทว่า เฟร็ด กลับพุ่งล้มลงไปผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ



     ส่วน เนย์มาร์ เจตนาศอกเข้าใส่ โมดริช เต็มๆเหมือนกันซึ่งการเจตนาทำร้ายผู้เล่นคนอื่นในสนามแน่นอนว่ามันสมควรที่จะเป็น "ใบแดง" แต่ นิชิมูระ กลับชูใบเหลืองให้เท่า ..... จะว่าไม่เห็นจังหวะดังกล่าวก็ไม่ได้เพราะว่าเชิ๊ตดำจากแดนปลาดิบรายนี้เลือกที่จะให้ใบเหลืองกับ เนย์มาร์ เท่านั้น

     ในการแข่งขันครั้งนี้ ฟีฟ่า พยายามทำให้การตัดสินออกมาดีที่สุดทั้งการนำเทคโนโลยี โกล์ไลน์ เข้ามาใช้แบบเต็มตัว รวมไปถึงสเปรย์ฉีดกำแพงที่ต้องระยะ 10 หลาแบบเป๊ะๆ

     ทว่าสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้มันก็เหมือนทำไปเปล่าๆเพราะว่าสุดท้ายตัวกำหนดเกมจริงๆมันขึ้นอยู่กับ "ดุลพินิจ" ของผู้ตัดสินในสนามเท่านั้นว่าจะกำหนดให้เกมไปในทิศทางไหน ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแก้ไขได้หรอกครับในความคิดผม



     สุดท้ายสิ่งที่ตามมามันก็ขึ้นอยู่กับว่าเชิ๊ตดำเจ้าปัญหาจะโดนลงโทษอะไรหรือไม่เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา "ฟีฟ่า" ได้ปกป้องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินแบบเต็มที่ไม่ว่าจะพลาดขนาดไหนนะครับ หากเรายังจำได้นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 ไนเจล เด ยอง กังฟูคิกใส่ ชาบี้ อลอนโซ่ ขนาดนั้นยังโดนแค่ใบเหลืองเลยให้ตายเถอะ

     หรือการแจก 3 ใบเหลืองถึงจะเป็นใบแดงของ เกรแฮม โพล ผู้ตัดสินชาวอังกฤษที่อื้อฉาวไปทั่วทั้งโลก และปัจจุบันนี้ โพล ก็ยังออกมาวิจารณ์เปารุ่นน้องในลีกผู้ดีอยู่เนืองๆ

     ข้ออ้างที่ว่าความผิดพลาดของผู้ตัดสินมันเป็น "เสน่ห์" อย่างหนึ่งของวงการลูกหนังมันเริ่มจะเอือมระอาแล้วเหมือนกันหากว่าสุดท้ายยังมีให้เห็นกันบ่อยขนาดนี้ โดยเฉพาะการเป่าเข้าข้างทีมใหญ่ๆ



     แต่ก็เท่านั้นแหละครับ เพราะว่าผู้ตัดสินก็เป็น "มนุษย์" ธรรมดาทั่วไป แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ทีมที่ได้ผลพลอยได้ก็ได้รับประโยชน์ไป ส่วนทีมที่เสียก็ได้แต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น

     ซึ่งการเปิดศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้กลายเป็นว่าแทนที่จะได้เห็นเกมที่สนุกและประทับใจ หลังเกมต้องมาพบมาเจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบสุดติ่งกระดิ่งแมวทั่วทุกมุมโลกแบบนี้ ฟีฟ่า คงจะไม่ประทับใจล่ะครับ

pic : zimbio
Facebook Comment