breadcrumb symbol ข่าว

สีเสื้อและเลือดเนื้อ

อัพเดตเมื่อ : November 27, 2018 4:59pm โดย : admin

เจมส์ มิลเนอร์ เกิดที่ลีดส์เมืองใหญ่แห่งแคว้นยอร์คเชียร์

ทั้งเมืองนี่มีสโมสรใหญ่เป็นที่เชิดหน้าชูตาแห่งเดียวเท่านั้นคือ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ไม่ว่ารวยร้นฟ้ามหาศาลหรือยากจนแร้นแค้น คนที่นี่ต่างก็เป็นกองเชียร์ "ยูงทอง" ด้วยกันทั้งสิ้น สโมสรแห่งนี้ไม่มีแบ่งแยกฐานะและวรรณะอย่างเด็ดขาด

มิลเนอร์ เกิดในครอบครัวดีมีความมั่นคงแทบจะครบด้าน เข้าเรียนสถาบันชั้นนำระดับเฟิร์สคลาสของเมืองและแน่นอนว่าเขาถูกปลูกฝังให้เป็นเป็นสาวกลีดส์ตั้งแต่ยังเล็กๆ

พอ 7 ขวบความทรงจำยิ่งแจ่มชัดขึ้นเมื่อได้เห็นแข้งไอ้แอ้ดของยูงทองครองแชมป์เอฟเอ ยูธคัพ ในปี 1993 นั่นยิ่งเป็นการจุดประกาย มิลเนอร์ ขึ้นมาทันที

ไม่ใช่แค่สถาปนาตนเป็นกองเชียร์เท่านั้น แต่ยังขีดเส้นความฝันไว้ด้วยว่าจะต้องเป็นนักเตะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ให้ได้ในสักวันหนึ่ง

Related image

ทั้ง ปีเตอร์ และ เลสลี่ย์ พ่อแม่ของเขาต่างก็เป็นกองเชียร์แบบสุดขั้ว เป็นขาประจำเข้าเอลแลนด์ โร้ดในฐานะผู้ถือซีซั่นทิคเก็ตหรือตั๋วปีมายาวนาน ย่อมสนับสนุนลูกชายคนนี้อย่างเต็มที่

ยามเล่นเกมเหย้า มิลเนอร์ เองจึงได้เข้าไปดูไม่เคยขาด จนถึงขั้นได้รับเลือกให้เป็นมาสค็อตที่เดินลงสนามมากับนักเตะ รวมไปถึงบทบาทเด็กเก็บบอลหรือบอลบอยด้วย

สำหรับแฟนบอลเลือดเข้มแล้ว การได้เป็นเด็กเก็บบอลนี่คือได้รับเกียรติอย่างมาก ถือเป็นความภาคภูมิของ มิลเนอร์ และครอบครัว

ในขณะเดียวกันบรรยากาศที่ เอลแลนด์ โร้ด ก็เต็มไปด้วยมนต์ขลัง หากคุณเข้าไปครั้งแรกได้ซึมซับจะต้องขนลุกขนพองไปกับมัน

เสียงเชียร์ดังรอบทิศทางจากแฟนบอลเจ้าบ้านกว่า 3 หมื่นคน ที่กู่ร้องเพลง Marching On Together ด้วยประโยคที่ดังลั่น "Leeds! Leeds! Leeds!" ก็ปลุกเร้าให้คุณรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอย่างมาก

Image result for leed fan club

ปีเตอร์ รีด ตำนานของเอฟเวอร์ตันบรรยายให้ฟังว่า เข้าสนามบอลมากว่า 30 ปีไม่เคยเห็นแฟนบอลทีมไหนยอดเยี่ยมอย่างนี้มาก่อน

ส่วน เดวิด โอเลียรี่ ที่เคยเป็นทั้งนักเตะและผู้จัดการลีดส์ บอกเลยว่าหนึ่งสิ่งที่เหนี่ยวรั้งให้เขาอยู่สโมสรแห่งนี้ เพราะแฟนบอลอันน่ามหัศจรรย์นี่เอง

หลังจากผ่านการเป็นเด็กเก็บบอลไม่เท่าไร อายุได้ 10 ขวบ มิลเนอร์ ก็เริ่มแผ้วทางสู่ฝันด้วยการเข้าไปฝึกลูกหนังในอะคาเดมี่ของยูงทอง เขาจึงมุ่งมั่นซ้อมและเรียนรู้อย่างหนัก เพื่อขึ้นชุดใหญ่ให้ได้

เวลาที่ได้เห็นแข้งรุ่นพี่อย่าง อลัน สมิธ ทุ่มเทให้กับทีมแบบไม่กลัวเจ็บกลัวตาย มันทำให้เลือดในกายของเขาแล่นพล่านมากยิ่งขึ้น

ใช่ , เลือดในกายของเขาย่อมเป็นสีแดง แต่เลือดในใจเขาคือสีขาวของลีดส์และเขาถูกฝังหัวให้เกลียดสีแดง...

--------------------------

10 พฤศจิกายน 2002 หรือถอยหลังกลับไป 16 ปีก่อน พ่อแม่มิลเนอร์ เนื้อเต้นระริกและตื้นตันอย่างมากที่ได้เห็นลูกชายคนนี้สวมยูนิฟอร์มลีดส์ลงโม่ในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

Image result for james milner leeds debut

เป็นเกมดวลกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเขาลุกจากม้าสำรองมาแทน เจสัน วิลค็อกซ์ ในนาทีที่ 84

แน่นอนมันเป็น 6 นาทีแห่งความทรงจำที่เขาและครอบครัวไม่มีทางลืมเด็ดขาด

ตอนนั้น มิลเนอร์ ยังถูกจารึกชื่อว่าเป็นนักเตะอายุน้อยสุดอันดับ 2 ที่ได้เล่นพรีเมียร์ลีก 16 ปีกับอีก 306 วันในเวลานั้น

ไม่นาน มิลเนอร์ ก็ได้บันทึกสถิติใหม่ คราวนี้ขึ้นแท่นวัยน้อยสุดที่ยิงประตูได้ในลีกสูงสุดผู้ดี 16 ปีกับอีก 356 วัน ปริ่มๆ 17 ปีเต็มที ทุบของเดิมที่ เจมส์ วอห์น หอกดาวรุ่งเอฟเวอร์ตันทำไว้ในปี 2005 ลงได้

"ถ้าคุณเป็นแฟนลีดส์มาตั้งแต่จำความได้ แล้วได้มาเล่นชุดใหญ่และยิงประตูได้ในวัยไม่ถึง 17 ปี มันย่อมเป็นสิ่งดีสุดในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย"

มิลเนอร์ เคยพรรณนาไว้อย่างนี้ เป็นใครก็ย่อมเก็บงำความดีใจไว้ไม่อยู่

อย่างไรก็ตามจากวิกฤตการเงินที่รุมเร้าสโมสรอย่างหนัก ทำให้ต้องหาทางปลดหนี้สินอันพะรุงพะรังและมหาศาล ปีเตอร์ ริดส์เดล ประธานสโมสรในเวลานั้น จึงหาทางออกด้วยการขายแข้งหลักหวังผ่อนหนักให้เป็นเบา

เมื่อสิ้นฤดูกาล 2003/2004 ลีดส์ ต้องหล่นไปเดอะ แชมเปี้ยนชิพอย่างน่าเศร้าและ มิลเนอร์ เป็นอีกแข้งที่ต้องถูกปล่อยให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แลกกับเงิน 3.6 ล้านปอนด์

Image result for james milner newcastle

มิลเนอร์ ร้องไห้โฮเมื่อรู้ว่าจะต้องย้ายไปอยู่ทีมอื่น แต่เพื่อช่วยพยุงการเงินสโมสรอันเป็นที่รัก มันจำเป็นต้องไป ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว

ไม่ว่าจะสวมเสื้อทีมไหนเขาจะไม่ลืมทีมนี้อย่างเด็ดขาด..

------------------------------

แม้ว่าเส้นทางของ มิลเนอร์ กับ ลีดส์ จะเป็นเส้นขนาน จากวันนั้นถึงตอนนี้ไม่ได้ตัดมาบรรจบกันอีกเลย แต่ความรักและศรัทธาไม่ได้เหือดแห้งลงเลย

“ใช่เลย มันเป็นเรื่องจริง แฟนบอลของ ลีดส์ โตขึ้นมาด้วยความเกลียด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะที่เป็นทีมศัตรู เพราะฉะนั้นเสื้อสีแดงคือสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกเรา"

“ผมไม่เคยมีเสื้อสีแดงหรืออะไรก็ตาม และครั้งแรกที่ผมสวมใส่เสื้อแดงนั่นเป็นเพราะผมติดทีมชาติอังกฤษ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกัน"

“พ่อของผมเล่นมุขไว้ตอนที่ผมเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกมีความสุขที่จะได้เห็นผมสวมเสื้อสีแดงเป็นประจำ”

Related image

ไม่นานมานี้ มิลเนอร์ ฟื้นความหลังตอกย้ำความเป็นลีดส์แบบสุดลิ่มและเกลียด แมนฯยูไนเต็ด มากขนาดไหน

แล้วยิ่งในวันที่ยูงทองตกต่ำอย่างหนักและอริรายนี้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บปวดยิ่งทวี

ที่น่าสนใจคือการที่เขาเลือกย้ายมา แมนฯซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา ย่อมจะพอเป็นเครื่องยืนยันถึงความจริงข้อนี้ให้มีน้ำหนักอีก

นี่คือสองสโมสรที่นับเอา แมนฯยูไนเต็ด เป็นคู่ปรับสำคัญตลอดกาล ไม่มีทางญาติดีกันได้ในชาตินี้

มิลเนอร์ จึงต้องสาแก่ใจเสมอเมื่อได้เห็นทีมที่เขาเล่นเป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ แมนฯยูไนเต็ด

จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้ลดดีกรีลงเลยด้วยซ้ำ...

-----------------------------

ไม่นานมานี้ แกรี่ เนวิลล์ เปลือยใจผ่านทางทีวีถึงตอนที่เขาไม่ยอมจับมือกับ ปีเตอร์ ชไมเคิล เพื่อนร่วมทีม แมนฯยูไนเต็ด สมัยลงเรือลำเดียวกันไล่ล่าความสำเร็จ

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี 2002 เป็นเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้และ ชไมเคิล เพิ่งย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาเล่นให้กับ ซิตี้ แล้วระหว่างอยู่ในอุโมงค์กำลังจะลงสนาม เจ้ายักษ์เดนส์เดินมาหาจะจับมือด้วย แต่เนวิลล์ผู้พี่ตีสีหน้าบึ้งใส่และไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

Image result for gary neville peter schmeichel tunnel

"ตอนนี้ผมอายุ 43 และมองกลับไปถึงสิ่งที่ผมเคยทำกับ ปีเตอร์ มันมี 2 เหตุผล หนึ่งคือ เขาย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนอายุ 35 และบอกกับทุกคนว่าจะเลิกเล่น แต่เขาก็ย้ายไปเล่นต่างแดนกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน จากนั้นเขาก็กลับมาที่ อังกฤษ มาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งคุณไม่สามารถทำได้อย่างเด็ดขาด

“ผมเป็นแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด และผมไม่สามารถเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ ไม่สามารถเล่นให้ ลีดส์ ได้ และไม่สามารถเล่นให้ ลิเวอร์พูล ได้ เขาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับ ยูไนเต็ด ในปี 1999 และก็บอกว่าพอแล้วจะแขวนถุงมือ แต่ก็อย่างที่เห็น เขาไม่ได้ทำตามที่พูด

"ฉะนั้นเขาควรจะเล่นให้ ยูไนเต็ด ต่อไปอีก 2 หรือ 3 ปี เพราะเราเจอปัญหามากมายในตำแหน่งผู้รักษาประตู ในช่วงรอยต่อระหว่างเขากับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์”

แกรี่ พรั่งพรูความแค้นออกมาอย่างไม่สนใจอดีตแต่หนหลังและไม่ประนีประนอมตามนิสัยที่จริงจังของตน

ไม่ใช่แค่ ซิตี้ เท่านั้น หาก ชไมเคิล ไปเล่นให้กับ ลีดส์ หรือ ลิเวอร์พูล ก็ไม่แตกต่างกันเลย

นี่คือตัวอย่างของความเกลียดชังในโลกของฟุตบอล ที่บางครั้งมันดูเกินลิมิตเกินขอบเขต แต่มันเป็นธรรมเนียมและสิ่งที่ปลูกฝังกันมาในดีเอ็นเอ เปรียบไปก็คือศักดิ์ศรีแห่งชีวิต

เลือดในกายทุกคนคือสีแดง แต่เลือดในใจนั้นมันแตกต่างกันไป

มันคือเสน่ห์อีกทั้งยังเป็นวิถีของการเชียร์บอลแบบอังกฤษ ซึ่งหลายคนอาจไม่ได้รู้สึกมีอินเนอร์ขนาดนั้น รวมถึง ชไมเคิล ด้วย

แล้วความเกลียดนี้จะถูกถ่ายทอดสู่ลูกหลานของทั้ง แกรี่ และ มิลเนอร์ แน่นอน..

Image result for gary hate liverpool

บางสิ่งก็เหมือนน้ำกับน้ำมัน แม้จะมีลักษณะเป็นของเหลวเหมือนกัน แต่ก็เข้ากันไม่ได้ MYSBOBET ไม่มีปัญหานั้นแน่นอน เราเหมาะและเข้าได้กับทุกคน ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Facebook Comment