breadcrumb symbol ข่าว

รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังขอลอง

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 5:52pm โดย : Panya

 

 

พอล สโคลส์ มีอายุบนเก้าอี้ผู้จัดการทีม โอลด์แฮม เพียงแค่ 31 วันเท่านั้น

แล้ว 31 นี่เองคือจำนวนถ้วยรางวัลกับเหรียญแชมป์ที่เขาเคยได้สัมผัสมาตลอดการเป็นนักเตะอาชีพ

สำหรับ สโคลส์ สะท้อนให้เห็นว่า การเป็นนักเตะอาชีพที่ประสบความสำเร็จว่ายากแสนยากแล้ว แต่การเป็นกุนซือนั้นยากยิ่งกว่าหลายเท่านัก

 

 

11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โอลด์แฮม ประกาศอย่างเป็นทางการแต่งตั้งอดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นผู้จัดการทีม ท่ามกลางแสงสว่างแห่งความหวังของแฟนบอลที่เชื่อว่าจะนำเกียรติยศมาสู่ทีมได้


อย่างที่รู้กัน สโคลส์ ป่าวร้องให้ทุกคนได้ยินทั่วกันเลยว่า ในชีวิตนี้มีสองสโมสรเท่านั้น ที่พร้อมจะพลีกายถวายตัวให้

 

 

หนึ่งคือ แมนฯยูไนเต็ด และสองคือ โอลด์แฮม นี่แหล่ะ

 

 

 

 

 

 

สำหรับ "ปีศาจแดง" แล้วไม่ต้องบอกว่ามีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน ถึงขนาดว่าแขวนสตั๊ดไปแล้ว ยังเปลี่ยนใจกลับมาสวมใหม่ใส่ช่วยอีกรอบ หลังจากโดนอ้อนวอน ในช่วงที่ทีมมีปัญหา


ส่วน ลาติกส์ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "หมูชรา"  เป็นทีมโปรดตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก แม้จะไม่ยิ่งใหญ่มีเกียรติยศอะไรน่าจดจำ แต่หลงรักหัวปักหัวปำไปแล้ว จนเคยฝันว่าสักวันจะได้มาสวมยูนิฟอร์มเล่น

กระนั้นเมื่อไม่มีโอกาสเป็นนักเตะ ก็เลยต้องเลือกเป็นกุนซือมันซะเลย

การตัดสินใจของเขาครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ความท้าทายที่ยืนจังก้ารออยู่ข้างหน้าเท่านั้น ทว่ายังเต็มไปด้วยความเสี่ยงด้วย

เพราะตอนที่ สโคลส์ รับงาน โอลด์แฮม จมอยู่ในลีกทูหรือระดับดิวิชั่น 4 แล้วด้วยเป้าหมายที่วางไว้ต้องเลื่อนขึ้นลีกวันให้ได้ภายในซีซั่นนี้ ช่วงเวลาที่เหลือต้องเร่งเครื่องอย่างเต็มที่

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สโคลส์ เดินเข้ามาที่นี่ พร้อมปลุกความคึกคัก ขับบรรยากาศให้มันยอดเยี่ยมกว่าเดิม นักเตะแทบทุกคนในทีมล้วนแต่นับถือศรัทธาเขาทั้งสิ้น

 

 

เพราะขนาดแข้งดังระดับโลกอย่าง อันเดรียส อีเนยสต้า , ชาบี เอร์นานเดซ หรือ ซีเนดีน ซีดาน ยังซูฮกยกสี่นิ้วโป้งให้ แล้วนักเตะโอลด์แฮมจะไม่รู้สึกเลยหรือ?

 

 

 

 

 

 

เช่นเดียวกับกลุ่มแฟนบอลที่ประกายแห่งความหวังถูกจุดให้โชนขึ้นมา พวกเขาพูดคุยกันให้เกร่อว่านี่จะเป็นการเดินทางมาของฮีโร่ ซึ่งสโมสรแสวงหามานานแล้ว


แต่ความจริงกับภาพในมโนสำนึก มันแตกต่างกันอย่างมาก

ที่สำคัญความจริงมันโหดร้ายเหลือเกิน

---------------------

สโคลส์ เจิมการเป็นกุนซือ ในนัดเปิด บาวน์ดารี พาร์ค ต้อนรับ โยวิลล์ ทาวน์ ก่อนกะซวกไส้ผู้มาเยือน 4-1

 

 

เสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้องไม่พอ ร่องรอยแห่งความหวังถ้าเปล่งเสียงออกมาได้ ก็คงดังไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

มันช่างเป็นการประเดิมบทบาทใหม่ที่แสนหรูหราเหลือเกิน เส้นทางข้างหน้าแม้ยังอีกไกล แต่นี่คือสัญญาณเตือนที่ดียิ่งนัก

เกมถัดมาทำท่าจะไปได้สวย เพราะฉีกหนี ครูว์ อเล็กซานดร้า สโมสรในเครือของ ลิเวอร์พูล แต่แล้วความผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยก็โดนลงโทษในท้ายเกม เลยทำ 3 แต้มหลุดมืออย่างน่าเสียดาย

ใครจะไปคาดคิดว่า จากวันนั้นเป็นต้นมาหายนะจะบุกจู่โจม โอลด์แฮม แบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง

อีก 5 นัดตามมา อย่าว่าแต่สะกดคำว่า "ชัยชนะ" ให้ถูกเลย "หมูชรา" พ่ายไป 3 เกม เสมออีก 2 ก่อน สโคลส์ จะตัดสินใจลุกจากเก้าอี้อย่างไม่ต้องรีรอให้มันเสียหายไปมากกว่านี้

 

 

 

เอาเข้าจริงกองเชียร์ลาติกส์ ยังคลางแคลงใจไม่น้อย เพราะเพิ่งมาคุมได้แค่เดือนเดียว สไตล์หรือแนวทางต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงส่อในทางที่ดีขึ้น แม้จะแพ้เยอะหน่อย แต่ระยะยาวน่าจะมีอนาคต

 

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเช่นนั้น มีอุปสรรคหลายอย่างขวางอยู่ จนยากจะเดินไปได้ต่อ


สโคลส์ ยอมรับว่าไม่คุ้นเคยรู้ตื้นลึกหนาบางทีมชุดนี้ของ โอลด์แฮม มาก่อนเลย เดินเข้ามาแบบไม่ได้ศึกษาอะไรมากนัก มีเพียงแค่ความรักและความมั่นใจเป็นตัวนำร่องมาก่อน

มันไม่ใช่ทีมของเขา ไม่ใช่ทีมที่เกิดจากการหล่อหลอมหว่านเมล็ดพันธุ์ด้วยมือตัวเอง ทุกอย่างเลยต้องจบลงเช่นนี้

เขาอาจเชื่อว่าอยู่ยืดเยื้อต่อไป รังแต่จะทำให้สถานการณ์ทีมแย่ลง จากที่ปักธงลุ้นเลื่อนชั้น อาจตกต่ำขั้นดิ้นหนีตกชั้นไปบลูสแควร์ ซึ่งนั่นจะทำให้สถานะของสโมสรอันเป็นที่รักแย่หนักกว่าเดิมอีก

อย่างไรก็ตามน่าจะมีบางอย่างเป็นตัวแปรหลัก ทำให้เขารีบลุกจากเก้าอี้ตัวนี้

ความประหวั่นพรั่นพรึ่ง จากการเคยเป็นนักวิเคราะห์เกม ที่คอยแต่พูดอย่างเดียว ตามหลอกหลอนเขาอยู่

------------------

 

 

ช่วงที่เป็นนักวิเคราะห์เกมนั้น สโคลส์ เคยใช้วาจากรีดใส่ โชเซ่ มูรินโญ่ หลายต่อหลายครั้ง

 

 

 

 

 

 

ผลงานการคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือโปรตุกีส สร้างความขุ่นเคืองและผิดหวังให้กับกลุ่มอดีตนักเตะยิ่งนัก โดยเฉพาะ "สโคลซี่" ที่จัดหนักจัดเต็มไม่มีเม้มเลยสักครั้ง


"เขานะเหรอ ทำทีมได้แย่มากๆ มันไร้คุณภาพจริงๆ อย่าเสียเวลามาโม้ว่าได้แชมป์โน่นนี่มาเลย"

นั่นคือในตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้

"คุณควรชนะอย่างมีคลาสนะ ไม่อย่างนั้นเดินไปปรบมือขอบคุณแฟนบอลตัวเองยังดูดีกว่าเลย"

ขนาดทีมคว้าชัยได้สำเร็จ ยังไม่วายต้องแว้งมาเล่นงาน มูรินโญ่

หลายครั้งหลายคราวที่เจอเชือดเฉือนอย่างเจ็บแสบ แต่ มูรินโญ่ พยายามระงับความรู้สึกไว้ เข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างสวมหมวกคนละใบ แม้บางทีจะมีตอบโต้บ้างก็ตาม

ความขัดแย้งระหว่างผู้จัดการทีมกับนักวิเคราะห์วิจารณ์ มันเหมือนปัญหาโลกแตกที่แยกให้ออกจากกันแบบชัดเจนไม่เคยได้เลย

กุนซือบางคนถึงกับหัวร้อน สวนกลับไปบ้างว่า ลองมาทำทีมเองบ้างสิ อย่ามัวแต่มุดหัวแล้วโชว์ฝีปากอยู่บนหน้าจอทีวีอย่างเดียว

ว่าไปแล้วก็อย่างที่บอก หน้าที่ใครหน้าที่มัน แต่บางครั้งหากเล่นหนักเกินไป วิจารณ์แบบไม่ไว้หน้ากัน มันก็ต้องมีปะทะคารมกันบ้าง

เชื่อเถอะว่า มูรินโญ่ เองก็เฝ้ารอเวลาที่จะมองมาตอน สโคลส์ เป็นผู้จัดการทีมเช่นเดียวกัน

แล้วอาจจะไม่เชื่อหรอกว่า มันมาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก

------------------------

"ผมเชื่อว่าเขาต้องตามดูผล โอลด์แฮม ในยุคนี้แน่"

 

 

สโคลส์ พูดไว้ในทำนองนี้หลังรับงานกุนซือได้ไม่เท่าไร แล้ว "เขา" จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก มูรินโญ่ นั่นแหล่ะ

 

 

 

 

 

 

ตอนตัดสินใจรับงาน สโคลส์ รู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนจับตาหรือแม้กระทั่งจับผิดมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อเลือกแล้วก็ต้องลุย


อย่างไรก็ตามเขาน่าจะมีความวิตกกังวลไม่น้อย การทำงานแบบเคร่งเครียดไม่ผ่อนคลาย เกร็งกับผลลัพธ์ที่จะออกมามากเกินไป เพราะเคยไปวิจารณ์คนอื่นไว้มาก น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้งานเลี้ยงเลิกเร็วเกินคาด

แม้จะยืนกรานว่าแคร์เฉพาะแฟนบอลและเจ้าของ โอลด์แฮม เท่านั้น ไม่สนใจคนอื่น แต่อย่างที่บอกแหล่ะความจริงแล้วคงทำใจให้ไม่คิดอย่างนั้นยากมากๆ

แล้วในวันที่ "สโคลซี่" ล้มคะมำไม่เป็นท่า จนต้องล่าถอยออกมาอย่างผู้พ่ายแพ้หมดสภาพ เรายังไม่ได้ยินเสียงหรือความเห็นเรื่องนี้จากปากกุนซือโปรตุกีส

แต่มันน่าจะทำให้เชื่อได้ว่า เขาคงจะสาแก่ใจไม่น้อย เพราะแสดงให้เห็นแล้วว่าการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ง่ายเลย

ก่อนหน้านั้น แกรี่ เนวิลล์ ที่มักจะใช้วาทะมีดโกนอาบน้ำผึ้งเชือดเฉือนกุนซือคนอื่น ก็เคยได้ลิ้มรสความบอบช้ำเจ็บปวดจากการเป็นผู้จัดการทีม มาแล้วเช่นกัน

ทั้ง แกรี่ และ สโคลส์ เองก็คงตระหนักแล้วในเรื่องนี้ แต่มันก็ยากอยู่ดีที่จะบอกว่างานไหนหินกว่ากัน เพราะไม่มีอะไรมาเป็นตัววัดชี้ขาดได้เลย

 

 

แกรี่ ได้เป็นกุนซือ บาเลนเซีย เพราะอาศัยสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ ปีเตอร์ ลิม เจ้าของ จนก้าวพรวดมาถึงจุดนั้น

 

 

 

 

 

 

แต่ สโคลส์ นั้นด่วนใจไปหน่อยกับการรับงานที่ล่อแหลมและเสี่ยงเกินไป โดยแทบไม่ได้ศึกษามาให้ดีก่อน


ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข็ดหลาบกับการล้มครั้งนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คงต้องกลับมารับบทกูรูวิเคราะห์เกมหน้าจอกันต่อไป

แม้ครั้งหนึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะเคยเอ่ยปากยกย่องลูกศิษย์คนนี้ว่าทำอะไรก็ประสบความสำเร็จทั้งนั้น ถ้าไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพก็ตาม

 

 

ยกเว้น สโคลส์ จะต้องการพิสูจน์ประโยคนี้ให้เป็นจริง แล้วโจนลงสู่เวทีที่เคยแพ้อีกครั้งนั่นแหล่ะ

 

 

 
ไม่ว่าจะผิดหวังสักแค่ไหน ขอแค่คุณอย่าพึ่งยอมแพ้ ทุ่มเทให้เต็มที่ สักวันคุณจะประสบความสำเร็จแน่นอน Sbobet777 ก็ร่วมเป็นหนึ่งกำลังใจที่จะส่งไปให้ พอล สโคลส์ มาร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
 
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/
 
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment