breadcrumb symbol ข่าว

คำทำนายกลายเป็นจริง?

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 5:49pm โดย : Panya

 

 

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ได้บอกออกสื่อว่า ลิเวอร์พูล จะครองแชมป์พรีเมียร์ลีก

แต่เป็นสื่อเองนั่นแหล่ะที่ไปอ้างเอาจากแหล่งข่าวว่า "เฟอร์กี้" พูดไว้ในทำนองนี้คือเชื่อว่า "หงส์" จะเหินฟ้าได้สำเร็จ หลังจากรอคอยมายาวนานเกือบ 30 ปี

เรื่องของเรื่องไม่มีอะไรมาก เริ่มจาก จอห์น วอลเตอร์ กองหน้าชาวไอริช ที่ไปออกทีวี วิเคราะห์เกมทาง บีบีซี ได้อ้างว่าคุยกับ ฟิล บาร์ดสลี่ย์ อดีตเพื่อนร่วมทีม สโต๊ค ซิตี้ มาก่อน

 

 

บาร์ดสลี่ย์ เล่าว่า "เฟอร์กี้" ทำนายไว้ว่า ลิเวอร์พูล จะเบียด แมนฯ ซิตี้ เข้าป้ายซิวแชมป์สำเร็จ
 

 

 

 

จริงๆการกล่าวอ้างลอยๆทั่วไป ประเภทมาจากแหล่งข่าววงใน นี่ถือเป็นเรื่องปกติของสื่อเมืองนอก โดยเฉพาะฝั่งอังกฤษ ที่ เอะอะ อะไร ก็หยิบมาใช้เป็นไม้เด็ด


แต่มาเคสนี้แตกต่างกัน เพราะ วอลเตอร์ บอกถึงต้นตอนั่นคือ บาร์ดสลี่ย์ จึงทำให้ประเด็นนี้ได้รับความสนใจ อย่างน้อยมันก็ไม่เลื่อนลอยซะเลยทีเดียว

ความน่าเชื่อถือจึงเป็นไปได้สูงเหลือเกิน ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปดูความสัมพันธ์ระหว่าง "เฟอร์กี้" กับ บาร์ดสลี่ย์

กองหลังรายนี้เกิดที่ ซัลฟอร์ด และเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่จำความได้ จากนั้นแค่ 8 ขวบก็เข้ามาคัดตัวจนได้อยู่ในอะคาเดมี่ แล้วได้กับการโปรโมตขึ้นชุดใหญ่ในอีก 10 ปีต่อมา

 

 

"เฟอร์กี้" เคยเล่าให้ฟังว่า บาร์ดสลี่ย์ คือหนึ่งในนักเตะที่น่าจะเป็นแบบอย่างอันดี ในแง่ของมืออาชีพ ความมุ่งมั่น พร้อมสู้เต็มที่เสมอ ไม่มีเกรงว่าตัวเองจะเจ็บ รวมถึงทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมเป็นผู้ชนะ แม้อาจจะต้องแลกกับใบแดงก็ตาม

 

 

 

 

 

 

แต่มันไม่ง่ายที่จะยึดตำแหน่งถาวรได้ในทีมชุดใหญ่ บาร์ดสลี่ย์ เลยต้องถูกปล่อยตัวให้ทีมอื่นยืม ระหกระเหินไปเรื่อยถึง 5 สโมสรด้วยกัน


ส่วนใหญ่แล้วได้ลงในเกมบอลถ้วยซะมาก ในลีกเล่นแค่ 8 นัดเท่านั้น ก่อนจะขายขาดให้ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ "ปีศาจแดง" ในปี 2008

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า "เฟอร์กี้" แน่นแฟ้นกับ บาร์ดสลี่ย์ เป็นการส่วนตัว อีกทั้งยังมีเชื้อสายสก๊อตติช เหมือนกันด้วย

พ่อของ บาร์ดสลี่ย์ เกิดที่กลาสโกว์ ใกล้บ้านเกิดของ "เฟอร์กี้" มาก เคยสนทนากันบ่อยหน จนรู้จักมักคุ้นกันดี

ด้วยเหตุนี้ความน่าเชื่อถือกับข่าวนี้จึงมีน้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ

และแน่นอนมันทำให้ "เดอะ ค็อป" ทั้งหลายเนื้อเต้นกันเลยทีเดียว

 

 

-------------------

 

 

 

 

 

 

"เฟอร์กี้" เคยให้นิยามว่า แมนฯ ซิตี้ เป็น "เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ"


ในความหมายคงไม่ต่างอะไรไปจาก ก้อนกรวดที่อยู่ในรองเท้า มันทำอะไรไม่ได้ก็จริง นอกจากน่ารำคาญเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องในอดีตอันไกลโพ้น สมัยที่ "ซิตี้" ได้แค่มองตาปริบๆ ดู แมนฯ ยูไนเต็ด เฉลิมฉลองครองแชมป์มากมายไม่รู้จบ

ภายหลังเมื่อมีนายทุนใหญ่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง เข้ามาฮุบกิจการแล้ว แมนฯ ซิตี้ แข็งแกร่งมากกว่าเดิมเพียบ

 

 

ได้น้ำเลี้ยงได้เงินเข้ามาอุ้มชู ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เหิมกว่าเก่าอีก ซึ่งสร้างความหงุดหงิดต่อ "เฟอร์กี้" ไม่น้อย

 

 

 

 

 

 

"เฟอร์กี้" มองว่า "ซิตี้" พยายามทุกวิถีทาง เพื่อจะตีตนทาบรัศมี "ปีศาจแดง" โดยเฉพาะการออกมายุ่มย่ามในตลาดซื้อขายนักเตะ ไม่ว่าจะเป็นตอนเปิดฉากหวังฉกตัว ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ก่อนเดดไลน์ไม่กี่ชั่วโมง


หรือเคสรวบ คาร์ลอส เตเวซ ซึ่งไม่อาจตกลงสัญญาถาวรกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนจะนำไปขึ้นป้ายคัทเอาท์ใหญ่กลางเมือง พร้อมประโยคว่า "ยินดีต้อนรับสู่แมนเชสเตอร์"

เจตนาฟ้องเลยว่าต้องการเย้ย อยากจะแซะจิกกัด ซึ่งสร้างความน่ารำคาญให้ยิ่งนัก

พูดง่ายๆเลยก็คือ เฟอร์กูสัน แทบไม่เคยเห็น แมนฯ ซิตี้ อยู่ในสายตา กระทั่งการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่แหล่ะ

ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่มีต่อ ลิเวอร์พูล

 

 

ปี 1986 "เฟอร์กี้" ได้รับการแต่งตั้งให้มานั่งตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมันเป็นช่วงยุคทองของ "หงส์แดง" กำลังเกรียงไกรไร้เทียมทานมากๆ

 

 

 

 

 

 

แม้จะมี เอฟเวอร์ตัน ขึ้นมาท้าทายความยิ่งใหญ่ แต่ ลิเวอร์พูล ยังสำแดงให้เห็นมาตรฐานบนเวทีใหญ่เรื่อยมา โดยเฉพาะการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุด


"เฟอร์กี้" เคยเล่าไว้ว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กระหึ่มโลกคือการทำงานอย่างหนักของทีมงานทุกภาคส่วน ทุกอย่างเป็นไปตามระบบและมุ่งหน้าสู่เป้าหมายชัดเจน

เขาไม่ปฎิเสธเลยว่าอยากจะสร้าง "ปีศาจแดง" ให้ยิ่งใหญ่เทียบเคียงให้จงได้และนั่นต้องเริ่มจากการทำงานหนักซะก่อน

 

 

นอกจากนี้ "เฟอร์กี้" ยังนับถือ บิล แชงค์ลี่ย์ อย่างมากและยกให้เป็นไอดอลในฐานะผู้จัดการทีมคนหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

อีกทั้ง แชงค์ลี่ย์ เองยังเป็นคนสก๊อตแลนด์ด้วย สมัยเป็นนักเตะเคยก้าวถึงทีมชาติชุดใหญ่และนี่คือชนชาติ "เบรฟฮาร์ท" ที่มีหัวใจเป็นยอดนักสู้อย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว


หากเรายังจำกันได้ในช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าไล่ล่าจำนวนแชมป์ลีกสูงสุดเพื่อให้เท่า ลิเวอร์พูล มีหลายเหตุการณ์ที่ดราม่ามากๆ

วลีเด็ดที่บอกว่า "เราจะสอยพวกเขาตกจากคอน" มันก้องในหัว "เดอะ ค็อป" หลายคน แล้ว "เฟอร์กี้" ก็ทำได้สำเร็จในเวลาต่อมา

แต่นั่นคือความภาคภูมิใจ ซึ่งแฝงไว้ด้วยการยอมรับความเก่งกาจของ "หงส์แดง"ในอดีต หาได้เป็นการหยามเหยียดเลยสักนิด

 

 

"เฟอร์กี้" มอง ลิเวอร์พูล ด้วยความรู้สึกที่เป็นคู่แข่ง คืออริตัวเป้ง ทว่ามันเป็นเกียรติเสมอที่ได้ขึ้นเวทีต่อกรด้วย

 

 

 
---------------
 
15 เมษายน ที่ผ่านเคลื่อนไป ถือเป็นครบรอบ 30 ปี การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังโลกหรือที่เรารู้จักในชื่อ "โศกนาฎกรรมฮิลส์โบโร่" นั่นแหล่ะ
 

 

 

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะนำทัพแข้งลิเวอร์พูล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สโมสรนับร้อยมาร่วมวางหรีดรำลึกกัน เพื่อระลึกถึง "เดอะ ค็อป" 96 ชีวิต ที่ต้องจากไป เพราะความสะเพร่าของฝ่ายจัดการแข่งขัน


ตอนนั้น เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เครียดหนักมาก แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะต้องทำอะไรต่อจากนี้

มีหลายคนที่ห่วงใย โทรศัพท์หรือต่อสายกันเข้ามามากมายหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น บ้างปลอบใจ บ้างส่งแรงใจ ตามแต่กำลังจะช่วยเหลือกันไหว

แต่มีอยู่สายหนึ่งที่โทรมาแสดงความเสียใจ ก่อนสำทับว่า "จะให้ทางเราช่วยเหลืออะไรบอกเต็มที่ เรายินดีเสมอ"

 

 

เสียงปลายสายที่ว่าคือ "เฟอร์กี้" นั่นแหล่ะ

 

 

 

 

 

 

ว่ากันว่า "เฟอร์กี้" คือคนแรกๆที่ยื่นเจตนารมณ์พร้อมช่วยเหลือ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ต้องเผชิญหน้ากับวิฤติคราวนั้น


เพราะเขาเข้าใจดีว่านี่คือการสูญเสียที่น่าตกใจและสะเทือนความรู้สึกอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนที่เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งเสมือนเซนเตอร์ของสโมสร

หากว่ากันถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้ว "เฟอร์กี้" อาจมีรอยร้าวกับ ดัลกลิช ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1986 ซึ่งกุนซือ"หงส์แดง" อ้างบาดเจ็บและถอนตัวออกไป พร้อมมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่พอใจที่ชื่อของ อลัน แฮนเซ่น เพื่อนสนิทโดนหั่นทิ้ง

อย่างไรก็ตามนั่นคือเหตุการณ์ที่น่าจะมีไม่กี่คนรู้ตื้นลึกหนาบางจริง

 

 

เพราะภายหลังไม่ได้มีการขยายความกันอีกเลย นอกจากสื่อไปขุดคุ้ยมาเล่นกันเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

------------------


เราไม่รู้ว่า "เฟอร์กี้" ไม่ชอบขี้หน้าทีมไหนมากกว่ากันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้

แต่เขาเชื่อว่าในวันที่ 24 เมษายน นี้ "ซิตี้" จะไม่ชนะ "ยูไนเต็ด" อย่างเด็ดขาดในศึกผ่าเมือง แล้วนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญส่งให้"หงส์แดง" ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก

อาจเพราะว่า เฟอร์กี้  ศรัทธาและมั่นใจในทีมชุดนี้ของ "ปีศาจแดง" ว่าจะสกัดความห้าวของ "เรือใบสีฟ้า" ได้ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นรองหลายกระบวนเพลงก็ตาม

 

 

"เดอะ ค็อป" ทุกหมู่เหล่าเองก็หวังอย่างนี้เช่นเดียวกัน พวกเขาแทบจะฝากทุกอย่างไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หมดแล้ว

 

 

 

 

 

 

ส่วน "เร้ด อาร์มี่" ทั้งหลายแทบไม่มีใครเห็นด้วยกับ "เฟอร์กี้" หรอก

 

ภาวนาขอให้ทำนายผิดกันเลยทีเดียว

 

 
ไม่รู้ว่าคำทำนายของ "เฟอร์กี้" จะเป็นจริงหรือไม่ ยังไงเราก็ต้องรอลุ้นกันอีกไม่กี่อึดใจ แต่หากใครใจร้อนและต้องการจะเริ่มต้นในทันทีนั้นขอแนะนำ MYSBOBET  ที่พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
 
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/
 
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment