breadcrumb symbol ข่าว

เสียงเพลงที่แผ่วลง

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 5:48pm โดย : Panya

 
"ถามจริงๆ คุณดูไม่ออกหรือว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใช้วิธีการเล่นเกมรับ"


ครั้งที่สองในรอบเดือนแล้วที่ หลุยส์ ฟานกัล ออกมาโจมตีสไตล์การทำทีมของกุนซือนอร์วีเจี้ยน

ความจริงใช้คำว่า "โจมตี" อาจจะรุนแรงไป แต่ต้องการสื่อให้หลายคนเห็นว่าแท้จริงแล้วในปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้สลัดหนีอดีตสักเท่าไร รถบัสยังคงอยู่

 

 

แถม ฟานกัล บอกว่าถอยมาจอดลึกกว่าเดิมด้วย แทบจะอยู่ข้างหน้า ดาบิด เด เคอา ด้วยซ้ำ

 

 

 
ว่าแล้วก็ยกตัวอย่างให้เห็นเกมของ "ปีศาจแดง" ในช่วงหลัง โดยเฉพาะเมื่อต้องเซิ้งแข้งกับทีมใหญ่ทั้งหลาย ไล่ตั้งแต่เจอ อาร์เซน่อล , สเปอร์ส หรือในศึกยุโรปที่มีทั้ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับ บาร์เซโลน่า
 
ยังไม่ต้องนับรวมความปราชัยอันบอบช้ำล่าสุดด้วยน้ำมือของ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งไม่ได้จัดอยู่ในหมวดทีมใหญ่อีก
 

 

 

 

ถ้าเราเอาสิ่งที่ ฟานกัล วิเคราะห์ แล้วไปย้อนกลับใคร่ครวญดูพอจะเห็นความจริงอยู่ไม่ใช่น้อย


ตอนมาคุมทีมใหม่ๆ โซลชา แทบไม่กดดันอะไร ทีมจมอยู่อันดับ 9 และเป็นช่วงที่เกิดปัญหาภายในทีมรุมเร้ามากมาย โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่างผู้จัดการทีมกับผู้เล่น

พอกุนซือนอร์วีเจี้ยนเข้ามาแล้ว บรรยากาศที่กรุ่นๆอยู่ ก็เริ่มผ่อนคลายเย็นลง นักเตะบางคนที่ไม่เอา มูรินโญ่ ก็กลับมาเค้นฟอร์มเก่งของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน โซลชา เองก็ปรับแนวทางการเข้าทำให้เหมาะกับศักยภาพของทีมมากขึ้น การตั้งรับแล้วโต้กลับดูจะได้ผลสุด เพราะแนวรุกของทีมจัดจ้านจี๊ดจ๊าดทั้งสิ้น

 

 

นอกจากนี้ยังอาศัยการวางบอลอันแม่นยำของกองกลางอย่าง ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช โดยเฉพาะการสับเปลี่ยนจังหวะ ซึ่งสร้างความวูบวาบน่ากลัวอย่างมาก

 

 

 

 

 

 

ผลงานก่อนเซ็นสัญญาถาวรของ โซลชา จึงเปรี้ยงปร้างเหลือเกิน 19 นัดในทุกรายการคว้าชัยไปถึง 14 ด้วยกัน


จำนวนประตูที่ทวีขึ้นจากการเข้าทำแบบโต้กลับ ทำให้หลายคนมองแบบผิวเผินว่า แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนแนวทางมาเล่นเกมรุก ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย

กระทั่งช่วงหลังฝ่ายตรงข้ามเริ่มจับทางได้ เดาออกว่าจะมาไม้ไหน เกมโต้กลับก็ค่อยๆลดทอนประสิทธิภาพลง

นอกจากนี้ โซลชา ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นที่สุมรุมเข้ามาไม่หยุดหย่อน แถมมาในช่วงเดียวกัน

ยิ่งในแดนกลางด้วยแล้ว การขาดหายไปของ เนมานย่า มาติช กับ อันเดร เอร์เรร่า ช่วยเปิดจุดอ่อนให้เป็นรูกว้างขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

 

 

อีกทั้งทำให้ ป็อกบา ขาดผู้ช่วยและสนับสนุน พอเปลี่ยนมาใช้ เฟร็ด , สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ อันเดรียส เปเรยร่า ก็เลยไม่สมดุลลงตัวอย่างที่ควรจะเป็น

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายฝันร้ายรุกคืบมาเยือน โลกแห่งความจริงอันโหดร้ายกำลังเล่นงาน โซลชา อยู่ในเวลานี้


----------------------

9 นัดหลังสุด แมนฯยูไนเต็ด พ่ายศึกไปถึง 7 ตัวเลขนี้ฟ้องถึงความย่ำแย่ได้อย่างดี

ปาฎิหาริย์ที่ปารีส ซึ่งยัดเยียดความปราชัยและขายหน้าให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีใครจดจำอีกต่อไป

แทบทุกคนมองว่ามันคือเรื่อง "ฟลุค" ถ้าไม่ใช่เพราะ เปแอสเช พลาดเอง "ปีศาจแดง" ก็ได้เทพีแห่งโชคมายืนเคียงข้าง

 

 

เหมือนอย่างที่ มาร์โก แวร์รัตติ ว่าเอาไว้ ให้หวดกันอีกสิบรอบ เปแอสเช ก็ไม่มีทางแพ้อีกเด็ดขาด

 

 

 

 

 

 

มันไม่ใช่เป็นการดูถูกเยาะเย้ย แต่เอาความจริงมาพูดกันนี่แหล่ะ


ทุกคำพูดถูกตอกหัวหมุดย้ำด้วยผลของเกมที่ กูดิสัน พาร์ค เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด สู้ไม่ได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะหาเหลี่ยมมุมไหนก็ตาม

แน่นอนว่าขุนพล เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย ไม่ให้เครดิตเลยก็คงไม่ได้ แต่นั่นต้องคำนึงด้วยว่า"ปีศาจแดง"ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง

จนมีคำถามว่า แล้วเป็นอย่างนี้จะโทษใครดี?

ในฐานะผู้จัดการทีม โซลชา ต้องรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขารู้ดีว่าแฟนบอลขมขื่นผิดหวังกับผลงานอันห่วยบรมนี้แค่ไหน

ระหว่างแพ้แบบสู้เต็มที่แล้วกับแพ้แบบไม่ยอมสู้ มันแตกต่างกันมากเหลือเกิน

 

 

ของ แมนฯยูไนเต็ด คืออย่างหลังและนั่นทำให้กุนซือหน้าทารก ต้องยอมเอ่ยปากขอโทษกับกองเชียร์

 

 

 

 

 

 

กระนั้นแฟนๆส่วนมาก ดูเหมือนจะสนับสนุนและแสดงออกซึ่งความเห็นใจกับเขา เหมือนรู้ว่า "เนื้อเน่า" ที่ฝังลึกอยู่ข้างในมันคืออะไรกัน


เพราะถ้า โซลชา ไม่ใช่ต้นตอก็เหลือเพียงแค่บอร์ดบริหารกับนักเตะที่อยู่เบื้องหลัง

หรือบางทีอาจทั้งสองอย่างที่ถูกขยำรวมกัน จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

----------------------

"ปีศาจแดง" อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของตระกูลเกลเซอร์ ซึ่งให้ โจเอล กับ อัฟราม ช่วยกันบริหารมากว่า 10 ปีแล้ว

 

 

ในขณะที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทำหน้าที่ซีอีโอหรือผู้บริหารระดับสูง ที่ดูแลครอบคลุมทั้งเรื่องซื้อขายผู้เล่น สัญญาต่างๆหรือแม้กระทั่งการเจรจากับลูกค้าทั้งหลาย

 

 

 

 

 

 

บางคนมองว่า วู้ดเวิร์ด ทำงานหลายอย่างมากเกินไป จนก่อให้เกิดความล่าช้าในการเสริมทัพผู้เล่น ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าน้ำเหลวอย่างมากเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตามแฟนบอลจำนวนมากเชื่อว่า วู้ดเวิร์ด ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจเอง ทุกอย่างขึ้นตรงกับพวกเกลเซอร์ว่าจะอนุมัติด้วยหรือไม่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องฟังเสียงคนอื่นเลย

ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รีไทร์แล้ว รายได้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ควรจะไหลเข้าบัญชีก็ลดลง ซึ่งมันเป็นไปตามผลงานความสำเร็จต่างๆด้วย

การไม่ได้เข้าร่วมสังฆกรรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินส่วนแบ่งที่เคยฟันก้อนโตแต่ละซีซั่น หายไปไม่น้อย

นอกจากนี้เงินรางวัลจากพรีเมียร์ลีกก็ลดน้อยถอยลงด้วยเช่นเดียวกัน นั่นทำให้ วู้ดเวิร์ด ต้องวิ่งพล่านหาสปอนเซอร์มากกว่าเดิม เพื่อมาชดเชยในส่วนที่พร่องไป

 

 

พอสาละวนหาเงินเป็นหลัก การเจรจาซื้อตัวผู้เล่นก็สะดุด ไม่ค่อยคืบหน้าสักเท่าไร นั่นเป็นเหตุให้ มูรินโญ่ หัวเสียไม่น้อยเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมต้นซีซั่น แฟนกลุ่มใหญ่จึงรวมหัวกันขับไล่บอร์ดบริหาร ถึงกับลงทุนจ้างเครื่องบินเล็ก ผูกป้ายแบนเนอร์ข้อความไล่พวกปลิงดูดเลือดเหล่านี้ ร่อนเหนือสนาม


แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ บอร์ดพวกนี้มีภูมิต้านทานดี ไม่ยี่หระหรือต้องมาแคร์อะไรนักหรอก ผลประโยชน์ต่างหากที่สำคัญสุดเหนืออื่นใด

ไม่มีการตอบโต้หรือปฎิกิริยาอะไรทั้งสิ้นจากเบื้องบน ยิ่งนิ่งไว้ยิ่งได้เปรียบ เพราะอีกไม่นานทุกอย่างจะเงียบเอง

ปล่อยให้แฟนบอลเจ็บช้ำระกำใจกันต่อไป

---------------------

ปัญหาอีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้และมันอาจบานปลายออกไปคือการขยายสัญญาผู้เล่นบางคน

 

 

จนถึงตอนนี้การต่อสัญญา ดาบิด เด เคอา ยังไม่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับ ปอล ป็อกบา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

 

 

 

 

 

 

เงื่อนปมหลักคือพวกนี้ล้วนแต่ขอค่าจ้างมหาศาล เกินกว่าที่บอร์ดบริหารเสนอให้มากนัก จนทำให้การคุยสะดุด ต้องถอยไปตั้งหลักกันใหม่


เด เคอา กับ ป็อกบา ร้องขอไม่น้อยกว่า 350,000 ปอนด์ เพราะมองว่าในเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ ยังได้เหยียบ 500,000 ปอนด์ พวกเขาก็ควรมีสิทธิ์ในระนาบที่ไม่ต่างกัน

ส่วน แรชชี่ อยากได้ถึง 200,000 ปอนด์ ทั้งที่อายุเพิ่งจะ 20 นิดๆ อาจจะเชื่อมั่นในตัวเองและมองว่าขึ้นชั้นซูเปอร์สตาร์แล้ว

แล้วก็อย่างที่เราเห็นกัน ตั้งแต่ข่าวเรื่องสัญญาแพร่ขยายออกไป แต่ละผลงานย่ำแย่มากๆ เล่นไม่คุ้มกับค่าจ้างที่สโมสรจ่ายให้ เหมือนงอแงเป็นการประท้วงและอาจหวังผลประโยชน์ในการต่อรอง

ตกลงแล้ว โซลชา คอนโทรลผู้เล่นเหล่านี้ไม่ได้จริงหรือ?

 

 

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า กลุ่มดาวดังขาใหญ่ทั้งหลายมองเจ้านายคนนี้ด้วยสายตาแบบไหน แต่ถ้ายังนับถือกัน ยังเคารพกัน มันก็ต้องทุ่มเทเต็มที่มากกว่าที่เป็นอยู่

 

 

 

 

 

 

เพราะอย่าลืมว่าในวันที่ทีมแพ้ขึ้นมา คุณอาจจะแค่โดนตำหนิ เจอเสียงวิจารณ์ แต่หน้าที่การงานยังเหมือนเดิม ไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบเหมือนผู้จัดการทีม


มันชัดเจนอยู่แล้วว่านักเตะหลายคนไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับการได้สวมใส่เครื่องแบบ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยสักนิดเดียว

ด้วยเหตุนี้เองที่แฟนบอลยังสนับสนุน โซลชา แทบไม่มีใครตำหนิเลย

เสียงเพลง You are my Solskjaer ยังคงดังต่อไป แม้มันจะแผ่วลงบ้างไปตามสถานการณ์

 

 

บางทีสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนนี้แล้ว

 

 

 

 
ไม่ว่าจะผิดหวังกดดันท้อแท้มากแค่ไหน ขอแค่อย่ายอมแพ้ ยังมีหนทางอีกมากมายที่จะนำพาคุณคืนฟอร์มไปสู่ความสำเร็จ MYSBOBET ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ "ปีศาจแดง" อยากให้คุณประสบความสำเร็จ มาใช้บริการเราสิ รับรองไม่ผิดหวัง ติดต่อมาเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
 
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/
 

 

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment