breadcrumb symbol ข่าว

[ #รีบขันนอตก่อนจะสาย ]

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 5:34pm โดย : Panya

 

แม้ไม่พิสมัยการเล่นเกมรับ แต่สำหรับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แล้วเคยเล่าไว้ว่าเซนเตอร์ฮาล์ฟคือตำแหน่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าพวกกองหน้าหรือเพลย์เมคเกอร์

ตอนมาใหม่ๆ เฟอร์กี้ ต้องปวดหัวกับหลังบ้านไม่น้อย เพราะพวกปราการหลังตัวกลางทั้งหลายไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมเอาซะเลย

พอล แม็คกรัธ อาจยอดเยี่ยม แต่ร่างกายย่ำแย่ เพราะไม่ดูแลตัวเอง ไร้วินัยหนักไปทางดื่มเหล้าเข้าผับมากกว่า

เควิน มอแรน ก็เจ็บบ่อยเหลือเกิน เหมือนจะมีปัญหาศีรษะเปื่อยเหลือเกิน แตกง่ายตลอด ใช้งานต่อเนื่องไม่ได้

 

 

 

 

แกรม ฮ็อกก์ ซึ่งอยู่มาตั้งแต่ยุค รอน แอตกินสัน เป็นผู้จัดการทีม ก็คลาสไม่ถึงอีก ไม่มีทางรับมือกับกองหน้าในลีกสูงสุดได้เลย

ดังนั้นจึงต้องเพียรหาคนที่ใช่มาขันนอตหลังบ้าน กว่าจะได้ดูโอเซนเตอร์แบ็กที่ลงตัว ต้องใช้เวลาอยู่ 5-6 ปีเลยทีเดียว

เมื่อ สตีฟ บรูซ มาจับคู่กับ แกรี่ พัลลิสเตอร์ ช่วยสร้างความเหนียวแน่นแข็งแกร่งให้อย่างน่าทึ่ง ทั้งที่ดูไสตล์การเล่นและบุคลิกแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

บรูซ ดูเฟอะฟะโฉ่งฉ่าง เสี่ยงต่อการทำฟาวล์ในเขตอันตราย อย่างไรก็ตามมันถูกทดแทนด้วยจิตใจอันหาญกล้า ไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น อึดถึกทน เข้าบอลดุดันเด็ดขาด

มีอยู่ครั้ง บรูซ มีอาการเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าตอนซ้อม ซึ่งดูท่าทางแล้วจะลงเกมในอีก 2 วันไม่ไหวแน่ ทีมแพทย์จึงบอกให้พักไปก่อนซะ

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจคำเตือนเลย ให้หมอนวดคลึงเค้นอยู่ตรงบริเวณกล้ามเนื้อนั้น แล้วก็ลองวิ่งแบบกระเผลกดู

"แกอย่าโง่นักเลย" -- เฟอร์กี้ ตะโกนโวยลูกทีมไปอย่างนั้น แต่ก็เข้าหูซ้ายออกหูขวาอยู่ดี

เขาทดสอบวิ่ง จนทำให้เห็นว่าสามารถสปรินท์ได้ตามปกติ ทำเอา เฟอร์กี้ ถึงกับเบิกเนตรด้วยความทึ่ง

 

 

 

 

แต่ที่ต้องทึ่งยิ่งกว่าเห็นจะเป็นวันมีแมตช์นั่นแหล่ะ บรูซ ลงเล่นโดยไม่ร่องรอยอาการเจ็บเลย มันไม่ได้สะท้อนถึงร่างกายอันทนทานเท่านั้น จิตใจก็ยังแข็งแกร่งเหมือนเพชรอีกด้วย

บรูซ ไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เลยสักนัด ทว่ากลับเป็นเซนเตอร์แบ็กในดวงใจคนหนึ่งของ เฟอร์กี้

ส่วน พัลลี่ นั้นดูภายนอกเก้งก้างน่าจะเชื่องช้า รวมไปถึงเป็นนักเตะที่ขี้เกียจอีกต่างหากและไม่ค่อยมีวินัยใส่ใจดูแลตัวเองด้วย

วันหนึ่ง เฟอร์กี้ บึ่งรถไปรับลูกน้องคนนี้ที่บ้าน เพื่อไปงานเลี้ยงสโมสรด้วยกัน พอเปิดประตูเข้าไปเห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขก แล้วลมแทบจับ เพราะมีน้ำอัดลมขวดใหญ่ ขนมขบเคี้ยวและช็อกโกแลตหลายแท่งวางอยู่

พอเห็น พัลลี่ เดินลงมาจากชั้นบนเท่านั้น เฟอร์กี้ ก็ฮึ่มใส่ทันทีว่า ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น จะจัดการปรับให้หลาบจำซะเลย

ไม่นับตอนซ้อมที่มักจะหอบแฮ่กหมดแรงก่อนเพื่อน แค่ 15 นาทีก็คลานออกจากสนามแล้ว เฟอร์กี้ ขู่เลยว่าจะเอาให้อ้วกแตกกันเลยทีเดียว ถ้ายังไม่มีความฟิต

แม้จะขี้คร้านและหย่อนยานวินัย แต่ดูเหมือนว่าพอลงสนามแล้วต่างไปอย่างสิ้นเชิง

พัลลี่ มีความเร็วอย่างน่าแปลกใจ วิ่งแซงกองหน้าไปถึงบอลก่อนบ่อยครั้ง เทคตัวได้สูง ป้องกันลูกกลางอากาศได้ดี ไม่นับการดันขึ้นมา เพื่อช่วยเติมเกมรุก เพราะจ่ายบอลได้แม่นยำมาก

 

 

 

 

 

 

ยามจับคู่กับ บรูซ ทีไร ทำเอาพวกแนวรุกฝ่ายตรงข้ามเข็ดขยาดไม่อยากอยู่ใกล้ด้วยเลย

สองคนนี้คือปราการหลังยุคแรกที่ช่วยแผ้วทางไปสู่ความสำเร็จ ในช่วงที่ เฟอร์กี้ คุมทีม

พอทั้งคู่โรยราถึงเวลาต้องแยกจากกัน เฟอร์กี้ จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อหาคนมาแทนให้ได้

บอกแล้วไงว่าเซนเตอร์นั้นสำคัญแค่ไหน

------------------------

ยาป สตัม เป็นอีกคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของ เฟอร์กูสัน ได้อย่างดีเยี่ยม

ด้วยความแข็งแกร่ง พละกำลังเหลือเฟือ มีความคล่องตัวและไม่กลัวใคร อีกทั้งบาดเจ็บยากมากๆ สร้างความพึงใจให้ยิ่งนัก

 

 

 

 

เมื่อผนึกกำลังกับ รอนนี่ ยอห์นเซ่น แล้วถือว่าได้สมดุลไม่น้อย แม้กองหลังนอร์วีเจี้ยนจะเปราะเจ็บง่ายไปหน่อยก็ตาม

ไม่แปลกใจที่ เฟอร์กี้ จะเล่าให้ฟังว่าเสียใจมากๆ ตอนขาย สตัม ออกไป เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง หลังเอาข้อมูลของสโมสรเผยแพร่สู่สาธารณะ

ด้วยวิธีการบริหารที่ต้องเฮี้ยบเด็ดขาด จะประนีประนอมไม่ได้หากเป็นเคสสำคัญ ทำให้ต้องยอมกลืนเลือดในครั้งนั้น

พอไร้เงาร่าง สตัม เกมรับที่เคยแน่น ก็หลวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ร้อนรนต้องรีบหาตัวมาแทน

เฟอร์กี้ อยากได้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อย่างมาก เพราะใคร่ครวญจากคุณสมบัติต่างๆแล้ว น่าจะเหมาะสมที่สุด

จริงๆป๋าได้รับข้อมูลตั้งแต่เมื่อตอน ริโอ ยังหนุ่มแน่นและทาง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ต้นสังกัดปล่อยให้ บอร์นมัธ ยืมตัวแล้ว

กระทั่งพอกลับมาเติบใหญ่ฟอร์มดีจนติดทีมชาติอังกฤษในสีเสื้อขุนค้อนอีกครั้ง ก็ยกหูต่อสายไปหา เทอร์แรนซ์ บราวน์ ประธานของเวสต์แฮมในเวลานั้น

ก่อนได้รับคำตอบว่า "เอามาล้านหนึ่ง พร้อมส่ง เดวิด เบ็คแฮม มาให้ด้วย" มันฟ้องอยู่แล้วว่าทางโน้นไม่ต้องการขาย

 

 

 

 

แต่แล้วก็ยอมปล่อยให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 2000 ด้วยราคา 18 ล้านปอนด์ นับว่าแพงมากๆในสมัยนั้น แถมเป็นสถิตินักเตะอังกฤษค่าตัวสูงสุดอีกต่างหาก

ริโอ ประเดิมลงเล่นในระบบ 3 เซนเตอร์แบ็ก ก่อนโดนคู่แข่งอย่าง เลสเตอร์ เจาะทะลวง 3-1

ตอนนั้น เฟอร์กี้ คิดในใจด้วยความลิงโลดว่า ดีแล้วที่ไม่ซื้อมา ไม่งั้นเสียดายเงินแย่

แต่อีก 2 ปีถัดมา น่าเสียดายหนักกว่าเดิม เพราะยอมจ่าย 30 ล้านปอนด์เป็นสถิติเกาะอังกฤษดึงมาจาก ลีดส์

เฟอร์กี้ให้คำนิยามถึง ริโอ ว่า "นิว เบ็คเค่นบาวเออร์" จากท่วงท่าสง่างาม สปรินท์เร็วมาก ขึ้นเกมได้ จ่ายบอลเป็น ฉลาดปราดเปรื่อง แทบจะครบกระบวนกันเลยทีเดียว

จะเสียอยู่อย่างก็ตรงที่ดูเฉื่อยเกินไป ต้องคอยกระตุ้นตลอด เราจึงแทบไม่เห็น ริโอ กางเกงเลอะเลย แต่ทีมก็ยังไม่เสียประตู

แล้วพอได้มาจับคู่กับ เนมานย่า วิดิช ด้วยแล้ว ความลงตัวในเกมรับของ แมนฯยูไนเต็ด จึงยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนพาทีมครองแชมป์ยุโรปในปี 2008

 

 

 

 

ตอกหัวหมุดย้ำเลยว่า ความสำเร็จของทีมต้องมาพร้อมกับเกมรับ

---------------------

ลิเวอร์พูล พิสูจน์ให้เห็นความจริงในเรื่องเกมรับนี้ เมื่อลงทุนจ่ายเงินก้อนโต แลกกับการมาของ อลีสซง เบ็คเกอร์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผลงานเปรี้ยงปร้างในซีซั่นที่เพิ่งปิดฉากไป มาจากเกมรับที่ได้รับการขันน็อตจนแน่นหนา

ผิดกับ แมนฯยูไนเต็ด ที่ยังแทบจะหาคู่เซนเตอร์แบ็กที่ดีสุดไม่ได้เลย สลับสับเปลี่ยนกันลงมาแทบไม่ซ้ำ

 

 

 

 

จากมีแกนหลักอยู่ถึง 5 แต่ 4 คนในนั้น ร่างกายไม่มีความแข็งแกร่ง อึดมากพอต่อสู้กับอาการเจ็บได้เลยทั้ง ฟิล โจนส์ , คริส สมอลลิ่ง , เอริก ไบยี่ หรือ มาร์กอส โรโฮ ที่นัดกันขึ้นเตียงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ

เหลือเพียงแค่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ คนเดียวที่พอใช้ได้ กระนั้นก็ยังไม่อาจประคับประคองไปตลอดรอดฝั่ง

เซนเตอร์แบ็กใหม่จึงมีความจำเป็นสำหรับปีศาจแดงอย่างมาก หากต้องการกลับมาประสบความสำเร็จจริงๆ

การไล่ล่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เริ่มอย่างเป็นเรื่องราวตั้งแต่ซัมเมอร์ 2018 กระทั่งมาถึงตอนนี้ ซึ่งกองหลังเลสเตอร์มีคุณสมบัติตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างดี

แข็งแกร่ง รวดเร็ว เจ็บยาก มีประสบการณ์บนเวทีใหญ่กับทีมชาติอังกฤษ อีกทั้งมีภาวะความเป็นผู้นำสูง

ไม่มีทางอื่นเป็นไปได้เลย หากอยากจะคว้าตัวจริงๆ ต้องจ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต่อให้ใช้งบถึง 80 ล้านปอนด์ ตามที่ทางจิ้งจอกสยามร้องขอมาก็ต้องสู้

เปล่าประโยชน์หากจะดันทุรังใช้ของที่มีอยู่ต่อ เพราะ แมนฯยูไนเต็ด ไม่เหลือเวลามากนัก บางทีไม่อาจพูดประโยค "น่าเสียดาย" ได้อีกแล้ว

 

 

 

อดีตมีอยู่ควรนำมาศึกษาเป็นวิชาความรู้ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย

แม็คไกวร์ อาจจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ฉุดปีศาจแดงขึ้นมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม

บอร์ดบริหารของ แมนฯยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะมันสำคัญมากเกินกว่าจะมาคิดเล็กคิดน้อยแล้ว

ส่วนใครกำลังคิดเล็กคิดน้อยอยู่ว่าจะเริ่มต้นกับเว็บไซด์ไหนดี ลองมาเว็บไซด์นี้ได้เลยครับที่พร้อมทุกอย่างแถมบริการก็ระดับ 99 ดาวอีกด้วยกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment