breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย ]

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 5:34pm โดย : Panya

 

 

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับคอลูกหนังไทย เมื่อ อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติทั้งชุดใหญ่และชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี

ด้วยดีกรีที่ไม่ธรรมดา นอกเหนือจากคุมทีมชาติญี่ปุ่นลุยฟุตบอลโลก 2018 ครั้งล่าสุดและพาไปหยุดที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว ยังเคยคว้าทุกแชมป์ในประเทศมาทั้งหมดช่วงกุมบังเหียน กัมบะ โอซาก้า

ไม่ว่าจะเป็นเจลีก , เจลีก คัพ , เอ็มเพอเรอร์ส คัพ , เจแปนนีส ซูเปอร์ คัพ รวมถึงเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกอันหมายถึงเป็นเจ้าสโมสรแห่งเอเชีย

 

 

นอกจากนี้ยังเคยผ่านงานผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลญี่ปุ่น ช่วยเหลือดูแลนักเตะทุกชุดและมีส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างให้แข็งแกร่งอีกต่างหาก
 

 

 

 

ไม่หมดแค่นั้นสมัยเป็นนักเตะยังเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้ ฮิตาชิ หรือ คาชิว่า เรย์โซล โดดเด่นถึงขั้นถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ลงเล่นถึง 12 นัดด้วยกัน


เขาจัดอยู่ในโหมดนักเตะที่มีความลอยัลตี้หรือซื่อสัตย์ด้วย เพราะสวมเสื้อ เรย์โซล ยาวนานถึง 12 ปีแบบไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งแขวนสตั๊ดและหันไปเอาดีทางด้านโค้ช

ว่ากันว่า นิชิโนะ เรียนรู้งานด้านการบริหารและคุมทีมได้อย่างรวดเร็ว เป็นพวกรอบจัด แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่งมากๆ จึงได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ให้เริ่มต้นคุมทีมชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีของซามูไรบลู จากนั้นอัพเลเวลขึ้นไปเป็นกุนซือชุดยู - 23

เขาโชว์ความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยการพาไอ้แอ้ดเลือดบูชิโดผ่านเข้าไปเล่นในโอลิมปิกเกมส์ 1996 ที่แอตแลนต้าได้สำเร็จ เป็นการหวนคืนสู่เวทีอีกครั้งในรอบ 28 ปี

ไม่ใช่แค่นั้นยังสร้างแรงสั่นระดับ 10 ริคเตอร์ เมื่อล้ม บราซิล ซึ่งทะลักไปด้วยดาวดังอย่าง ริวัลโด้ , โรนัลโด้ , โรแบร์โต้ คาร์ลอส , เบเบโต้ หรือ ดิด้า ไปได้ 1-0

แม้ ญี่ปุ่น จะไม่อาจหักด่านผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้ แต่ชัยชนะในครั้งนั้นส่งให้ชื่อ นิชิโนะ ตกอยู่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลต์หนักกว่าเดิม โดยแมตช์นั้นถูกเรียกขานว่า "ปาฎิหาริย์ที่ไมอามี่" อีกด้วย

 

 

นิชิโนะ นั่งเก้าอี้ฝ่ายเทคนิคของทีมชาติตั้งแต่ปี 2016 จากนั้นเมื่อปลด วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช จากการคุมทีมชุดใหญ่ ก่อนเวิล์ด คัพรอบสุดท้ายเปิดฉากแค่ 2 เดือนเศษ เขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ถูกเลือกเข้ามาทำหน้าที่แทน

 

 

 

 

 

 

70 วันคือช่วงเวลาที่จะได้เตรียมทีมเพื่อสู้ศึกทัวร์นาเมนต์สำคัญที่สุด ถือว่าน้อยมากๆ


แล้วการต้องอยู่ร่วมสายทั้ง โคลอมเบีย , โปแลนด์ และ เซเนกัล ก็ไม่ใช่งานง่ายเลยสักนิดเดียว

ตอนนั้นสื่อแดนปลาดิบต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า รอดยากเหลือเกิน ผ่านเข้าน็อกเอาท์ได้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ไม่ค่อยมีใครเชื่อมั่นในตัว นิชิโนะ นัก เพราะห่างงานกุนซือมา 2-3 ปี แล้วหวนกลับมาอีก ข้ามขั้นขึ้นลิฟท์กับงานใหญ่เลย

แน่นอนว่าความกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่ นิชิโนะ ยากมากที่จะฝ่าด่านโหดหินนี้ได้

-------------------

 

 

ญี่ปุ่น ออกสตาร์ตนัดแรกด้วยการพลิกล็อกโค่น โคลอมเบีย 2-1

 

 

 

 

 

 

หลายคนบอกว่าทัพซามูไรโชคดีได้จุดโทษตั้งแต่ต้นเกม ก่อนจะยังมีดวงอีกที่ต้านทานพลังรุกของ ราดาเมล ฟัลเกา , ฮวน ควินเตโร่ รวมถึง ฮาเมส โรดรีเกซ ที่ลงมาสำรองได้อยู่หมัด


บางจังหวะควรโดนแล้ว แต่ก็ยังรอดตัวได้สำเร็จ ถือเป็นการเบิกฤกษ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ

นัดสอง ญี่ปุ่น อาศัยแท็คติกและทีมสปิริตอันยอดเยี่ยม ตามทวง เซเนกัล ถึงสองครั้ง ก่อนจบด้วยสกอร์ 2-2 เก็บไป 4 คะแนนจาก 2 นัด โอกาสเข้ารอบต่อไปสูงลิบ

นัดสุดท้ายชี้ชะตากับ โปแลนด์ ที่ยังไม่มีแต้มเลย โดยต้องไปดูผลเกมอีกคู่ระหว่าง เซเนกัล กับ โคลอมเบีย ที่ลุ้นเข้ารอบด้วยเช่นกัน

สองสนามต้องโม่พร้อมกันตามปกติในนัดทิ้งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์

 

 

ที่โวลโกกราด ครบหนึ่งชั่วโมงพอดี ทัพโปลออกนำ 1-0 นั่นทำให้ ญี่ปุ่น ดูลนลานหนักขึ้น เพราะอีกสนามสกอร์ยังนิ่งอยู่ หากเป็นอย่างนี้จะตกรอบทันที จากผลต่างประตูได้เสียที่เป็นรอง โคลอมเบีย

 

 

 

 

 

 

กระทั่งเข้าสู่ 15 นาทีสุดท้ายเกมที่ ซามาร่า ปรากฏว่า เยอร์รี่ มิน่า โขกให้ โคลอมเบีย ฉีกนำ 1-0 เรียลไทม์ในตอนนั้น ญี่ปุ่น กับ เซเนกัล จะมี 4 แต้มเท่ากัน ผลต่างประตูก็เท่ากันเป๊ะอีก ได้ 4 เสีย 4


ต้องวัดกันที่แฟร์เพลย์หรือจำนวนใบเหลืองใบแดง รวมถึงการทำฟาวล์ที่น้อยกว่า

นิชิโนะ เช็คทุกอย่างแล้วเห็นชัดว่าถ้าไม่เสียใบเหลืองเพิ่มอีก ญี่ปุ่น จะผ่านเข้ารอบสำเร็จ จึงให้ลูกทีมถอยลงมาเล่นเกมรับเต็มที่ป้องกันไม่ให้เสียประตูเพิ่ม รวมทั้งห้ามฟาวล์แรงเกิน เน้นครองบอลให้นานในแดนตัวเอง ส่วนถ้าสถานการณ์จวนตัวก็รีบเตะทิ้งไปไกลๆ

ประกอบกับอีกสนามช่วงท้าย เซเนกัล มาโดนใบเหลืองอีก นั่นหมายความว่าทุกอย่างเข้าทางซามูไรบลู

 

 

เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายทั้งสองสนาม ญี่ปุ่นติดลบแฟร์เพลย์แค่ 4 ส่วน เซเนกัล โดนไปถึง 6 ด้วยกัน จึงผ่านเข้ารอบตามกฎสำเร็จ ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่มเอช

 

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามแม้จะผ่านไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ อย่างเหนือความคาดหมาย แต่ นิชิโนะ ก็โดนวิจารณ์พอตัว จากการเล่นที่เน้นแท็คติกเกินไป


เขายอมรับในเรื่องนี้ แล้วอธิบายว่าในสถานการณ์ที่ต้องเจอ บางครั้งการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นในสนามก็สำคัญ

ในเมื่อทุกคนอยากให้ ญี่ปุ่น เข้ารอบ เขาก็ต้องทำอย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ อย่างน้อยก็บรรลุเป้าหมายไม่ใช่หรือ?

ญี่ปุ่น ไปชนกับ เบลเยี่ยม เป็นด่านต่อไป ซึ่งชัดเจนเลยว่าเป็นรองไม่น้อย เมื่อวัดกันที่ศักยภาพของผู้เล่น

 

 

หลังผ่านครึ่งหลังได้ไม่เท่าไร พวกเขาพลิกออกนำอย่างเหลือเชื่อ 2-0 โอกาสได้ตั๋วสู่รอบควอเตอร์ไฟนั่ลช่างสดใสยิ่งนัก

 

 

 

 

 

 

เข็มนาฬิกากระดิกผ่านเรื่อยๆ แข้งซามูไรยิ่งคึกคัก กระทั่งกำลังจะงวดสู่ 20 นาทีสุดท้าย ทำนบอันแข็งแกร่งก็ถูกพังลงจาก ยาน แฟร์ต็องเก้น


ดูเหมือนว่าลูกทีม นิชิโนะ จะมีปัญหาในการรับมือกับลูกกลางอากาศ เพราะอีก 5 นาทีถัดมา มารูยาน เฟลไลนี่ ก็ทวงคืน 2-2 ให้เบลเยี่ยม

แค่นั้นก็ช้ำมากพอแล้ว แต่ ญี่ปุ่น ยังถูกตอกลิ่มความเจ็บปวด ด้วยประตูของ เนเซอร์ ชาดลี่ ในนาทีที่ 94 ทั้งที่เหลืออีกไม่กี่อึดใจ จะได้สู้กันอีก 30 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษแล้ว

หลังจบภารกิจเรียบร้อย นิชิโนะ ตัดสินใจลาออก แล้วไปรับงานเป็นแค่ที่ปรึกษาในแบบฟรีแลนซ์ให้กับสหพันธ์ฟุตบอลญี่ปุ่น

 

 

กระทั่งคัมแบ็กอีกครั้งขี่หลังช้างศึกออกรบนี่แหล่ะ

 

 

 

 

 

 

-----------------------


โปรไฟล์ นิชิโนะ สวยหรูอย่างที่รู้กัน นั่นย่อมจุดประกายความหวังให้กับแฟนบอลไทยไม่น้อย

ยิ่งเขาเปิดใจครั้งแรกด้วยการยืนยันว่าจะพยายามสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้ ทุกคนต่างเนื้อเต้นไปตามๆกัน

อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่เขารับงานต่างประเทศ หลังจากคลุกคลีอยู่ในบ้านเกิดมาตลอด ไม่ว่าจะสโมสรหรือทีมชาติ จำต้องเรียนรู้และศึกษากับแนวทางใหม่ด้วย

การให้ นิชิโนะ ควบเก้าอี้ยู - 23 ถือเป็นเรื่องดี ในแง่การพัฒนานักเตะให้สอดคล้อง รวมทั้งลึกซึ้งในเรื่องตัวผู้เล่น ว่าใครเหมาะกับทีมชุดไหน เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ตอนนี้เขาต้องรีบทำการบ้านให้มากที่สุด ดูเกมไทยลีกให้เยอะเท่าที่จะเป็นไปได้และวางโครงสร้างให้แข็งแกร่งกว่าที่เป็นอยู่

 

 

เวลามีไม่มากนัก 5 กันยายนนี้จะต้องเริ่มคุมนัดแรกอย่างเป็นทางการเจอ เวียดนาม อริตัวสำคัญในเกมคัดบอลโลก 2022 ที่บ้านตัวเอง จากนั้นอีก 5 วันจะบุกไปเยือน อินโดนีเซีย

 

 

 

 

 

 

เหนือสิ่งอื่นใด แฟนบอลไทยอย่าเพิ่งไปตั้งความหวังสูงลิบ จำต้องมีความอดทนด้วย ไม่ใช่พอผลงานไม่ดีก็จะขับไล่ถีบหัวส่งอย่างเดียว เวลาคือสิ่งสำคัญสำหรับ นิชิโนะ


ด้วยสไตล์การทำงานที่ผ่านมาจะเห็นแล้ว เขาเป็นกุนซือประเภทใช้เวลาทำงาน หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป เพื่อรอเห็นดอกผลผลิงอกงาม ไม่ใช่ฉาบฉวยชั่วคราวให้เกรียวกราวแล้วจบกัน

การมาของ นิชิโนะ คือการเปลี่ยนแปลงอีกก้าวที่น่าสนใจมากๆของวงการบอลไทย

เขาควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยให้เดียวดาย โยนความผิดกันวุ่นวายในยามที่ผลงานไม่เป็นใจเหมือนอย่างเคย

 

 

นี่แหล่ะสำคัญที่สุดแล้ว

 

 

 

 
การมาของ นิชิโนะ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ ทัพช้างศึก แต่ถ้าหากใครกำลังมองถึงการเปลี่ยนเว็บล่ะก็มาที่ Sbobet777 ได้นะครับ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
 
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/
 

 

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

 

 

 

 

Facebook Comment