ข่าว

ฟุตบอลก็แบบนี้

อัพเดตเมื่อ : July 25, 2019 3:20pm โดย : KingKong

     การแยกทางกันระหว่างการท่าเรือ เอฟซี กับ จเด็ด มีลาภ มีทั้งคนเห็นด้วยและยกมือคัดค้านเป็นธรรมดา
    
     ถ้าว่ากันถึงฟอร์มการเล่นในสนามก็ต้องยอมรับว่า ผลงานของท่าเรือในช่วงเลค 2 ตกลงอย่างมากทีเดียว
    
     ในเลคแรก ท่าเรือมีผลงานโดดเด่นจนได้รับการจับตามองว่ามีโอกาสเป็นม้ามืดคว้าแชมป์ไทยลีกได้เลย พวกเขาผงาดอยู่บนหัวตารางอย่างสง่าผ่าเผย
    
     ในช่วงที่ท่าเรือเดินหน้าอย่างมั่นใจ ผลงานของหลายทีมใหญ่ต่างสะดุดไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, แบงค็อก ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่ต้องพูดถึง เอสซีจี เมืองทอง ที่ออกทะเละไปไกล
    
     ท่าเรือในเลคแรกเป็นทีมที่มีหลายปัจจัยสำหรับการเป็นแชมป์ไทยลีกไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมรุกที่เข้าขารู้ใจ นักเตะหลายคนที่เคยเป็นส่วนเกินจากทีมอื่นสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ เช่นเดียวแฟนบอลแถวคลองเตยที่เป็นแรงสนับสนุนชั้นดี
    
     และแน่นอนว่ากุนซืออย่าง จเด็จ มีลาภ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
    
    12 ปีก่อน เซอร์เด็จ เคยนำชลบุรีเป็นแชมป์มาแล้ว ถ้าได้อีกครั้งกับท่าเรือก็ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด
    
     แต่แล้วฟอร์มที่เคยยอดเยี่ยมและทำให้แฟนบอลมีความหวัง กลับวูบลงในปลายเลคแรกต่อเนื่องถึงเลค 2
    
     เกมพ่ายบุรีรัมย์คาแพท สเตเดี้ยม จนเสียตำแหน่งจ่าฝูงเป็นจุดเปลี่ยนที่กระชากความมั่นใจของท่าเรือลงมาอย่างมาก พวกเขาแพ้ต่อเนื่องให้กับอีกทีมม้ามืดอย่างสมุทรปราการ และจากนั้นก็เก็บชัยชนะไม่ได้เลย 4 นัดติดต่อกัน
    
     6 นัดหลังสุดในลีกก่อนการจากไปของเซอร์เด็จ ท่าเรือแพ้ไปถึง 4 นัด และเสมอ 2 นัด เกมรับเสียไปถึง 13 ประตูเท่ากับช่วงที่ฟอร์มดี 16 นัดแรกที่แพ้ไปเพียงนัดเดียว
    
     ผลงานของท่าเรือใน 2 เดือนหลังสุดเหมือนเป็นคนละทีมกับก่อนหน้านี้ทั้งที่ใช้ผู้เล่นชุดเดิมเกือบทั้งหมด
   
     ชัยชนะในเอฟเอ คัพ เหนือเมืองทองเหมือนเป็นการต่ออายุงานได้เล็กน้อยแต่พอกลับมาลุยเกมลีกสุดสัปดาห์ล่าสุดที่พ่ายต่อปตท.ระยอง ฟางเส้นสุดท้ายระหว่างการท่าเรือกับ จเด็จ มีลาภ จึงขาดในที่สุด
    
     เซอร์เด็จเคยมีช่วงเวลาที่ดีกับท่าเรือ แต่เมื่อผลงานไม่ตามเป้าก็ต้องรับผิดชอบในฐานะเฮดโค้ช กุนซือวัย 44 ปีอาจหมดแล้วกับไอเดียในการทำทีม สโมสรจึงจึงต้องเปลี่ยนปลงเพื่อสร้างแรงกระตุ้นใหม่ให้กับนักเตะอีกครั้ง
    
     ถ้าด้วยผลงานในสนามก็พอจะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ท่าเรืออาจวูบยาว ขึ้นต้นลุ้นแชมป์อยู่ดีๆ อาจพบตัวเองคลุกฝุ่นอยู่ครึ่งล่างของตารางก็เป็นได้
    
     แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลครั้งนี้ก็ไม่มีน้อย
    
     มีเสียงซุบซิบรอบนอกแพท สเตเดี้ยมว่า เซอร์เด็จไม่มีอำนาจผูกขาดอย่างเต็มที่สำหรับการทำทีมซึ่งถือว่าผิดวิสัยของความเป็นมืออาชีพ
    
     การจัดตัว การเลือกผู้เล่นลงสนาม ไม่ได้มาจากสิ่งที่คนเป็นโค้ชต้องการทั้งหมด เช่นเดียวกับการเลือกนักเตะในเลคสอง
    
     เซอร์เด็จไม่ได้ต้องการนักเตะบางคนที่ย้ายมาใหม่ และไม่ได้ต้องการถอนชื่อ ดราแกน บอสโควิช จนเหลือเพียงรอลงเล่นในบอลถ้วยเท่านั้น
    
     มีการตั้งข้อสังเกตุว่าในหลายต่อหลายนัด ท่าเรือแทบไม่เปลี่ยนผู้เล่นบางคนเลยทั้งที่ไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนเดิม ฝนจะตกแดดจะออกก็ได้ลงเล่นเหมือนเดิม
    
     เมื่อนักเตะฟอร์มไม่ดี ต่อให้แท็กติกของโค้ชดีเลิศก็เป็นไปได้ยากที่จะทีมจะมีผลงานที่ดีเพราะนักเตะคือคนที่เปลี่ยนไอเดียของโค้ชให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ในสนาม
    
     เป็นความจริง หรือเป็นเพียงคำซุบซิบไร้สาระ แฟนบอลท่าเรือพิจารณาและหาคำตอบเองได้
    
     ถ้าเป็นจริงก็คงต้องพูดคำเดิมว่า "ฟุตบอลก็แบบนี้" มีแพ้ มีชนะ และในบางครั้ง (โค้ช) ก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้
    
     คนเราเมื่อมีพบย่อมมีจาก แต่อยู่กับพวกเรามีแต่จะติดใจไม่รู้จบกับ Sbobet777 รับรองบริการดี ฉับไว ติดต่อเข้ามาใช้บริการได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177 อย่าลืมนะฮ้าฟฟ!!


---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment