ข่าว

[ #อย่ากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด ]

อัพเดตเมื่อ : August 01, 2019 2:10am โดย : admin

ทุกครั้งที่ได้ดูลีลาของ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ผ่านทางหน้าจอทีวี หัวใจของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะเต้นแรงมาก

สกิลอันเหนือชั้นและเซนส์บอลยอดเยี่ยมหาตัวจับยาก มันช่างสร้างความน่าตื่นตาเหลือเกิน

ไม่ว่า เวรอน จะใช้ส่วนไหนของร่างกายสัมผัสลูกฟุตบอล ล้วนแต่ดูกลมกลืนไหลลื่นไม่มีสะดุด

หลังฟุตบอลโลก 1998 ปิดฉากลง เวรอน ย้ายมายัง ปาร์ม่า ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์



อยู่ในสีเสื้อเหลือง-น้ำเงินได้เพียงแค่ปีเดียว ลาซิโอ ก็ยอมควัก 18.1 ล้านปอนด์ คว้าไปร่วมด้วย

จริงๆ เฟอร์กี้ ได้เห็นกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินามาตั้งแต่เวิล์ด คัพแล้ว แต่เงื้อง่าเกินไป ซื้อไม่ทันสโมสรจากอิตาลี เพราะติดขัดหลายอย่าง

กระทั่ง เวรอน สำแดงให้เห็นฟอร์มอันเหลือร้าย มีส่วนสำคัญผลักดัน ลาซิโอ ครอง 3 แชมป์ในปี 2000 ไม่ว่าจะ เซเรีย อา , โคปปา อิตาเลียหรือซูเปอร์โคปปา

แน่นอนเขาคือสมบัติที่ทีมดังแห่งกรุงโรมหวงแหนมาก ไม่มีทางปล่อยให้ง่ายๆหรอก

ขณะเดียวกัน แมนฯยูไนเต็ด คงต้องทุบคลังครั้งใหญ่ เป็นสถิติซื้อเพื่อแลกกับการได้ตัวมา

ไม่ค่อยมีใครรู้นักหรอกว่า ความฝันในวัยเด็กของ เซบา เวรอน คือได้เล่นให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หวังเดินตามรอย เปโดร แวร์ดี้ ลุงแท้ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนไอดอล

เขาจึงเนื้อเต้นเช่นกันเมื่อเห็นข้อเสนอจาก แมนฯยูไนเต็ด อย่างน้อยเป็นสโมสรจากอังกฤษเหมือนกัน แถมชื่อลงท้ายก็ไม่ต่างด้วย

ฤดูร้อนปี 2001 ข่าวการย้ายมาปีศาจแดงของ เวรอน ได้รับความสนใจจากสื่อกีฬาทั้งโลก

กูรูและนักวิเคราะห์ทั้งหลาย ลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แมนฯยูไนเต็ด จะน่ากลัวทวีคูณ จากที่เป็นไอ้เสือร้ายขย้ำคู่ต่อสู้มาตลอดแล้ว นี่ยังเหมือนเสียบปีกเพิ่มไปอีก

เฟอร์กี้ ก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า เวรอน จะมาช่วยยกระดับ เพิ่มมิติเกมรุกให้มากกว่าที่เป็นอยู่



ค่าตัวราว 28 ล้านปอนด์ที่จ่ายไปนั้น ย่อมได้ผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาคุ้มค่าแน่นอน

วันแรกที่ดาวเตะอาร์เจนไตน์มาถึงศูนย์ฝึกแคร์ริงตัน แข้งผีทุกคนต่างตื่นเต้นมาก แทบจะหยุดซ้อมเพื่อมาทักทายเพื่อนใหม่เลย

ตอนอุ่นเครื่องปรีซีซั่น เวรอน เฉิดฉายประกายความสามารถอย่างน่าทึ่ง หากบอลอยู่แทบเท้าของเขา ย่อมเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ

แต่ใครจะคิดว่านั่นคือช่วงเวลาฮันนีมูน ซึ่งมันแสนสั้นนัก

-------------------------

เฟอร์กี้ อยากได้ เวรอน มากจริงๆ จนเหมือนรีบร้อนมองข้ามบางอย่างไป

แผงกลางและรุกของเดิมนั้น ดูลงตัวได้สมดุลอยู่แล้ว แต่การมาของ เวรอน ยังต้องนึกด้วยว่าจะสนับสนุน รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งย้ายมาพร้อมๆกันได้มากน้อยแค่ไหน

สไตล์เดิมๆที่เราคุ้นเคยเมื่อครั้งเล่นให้ ปาร์ม่า กับ ลาซิโอ คือเขาจะมีอิสระเต็มที่ พล่านไปตรงไหนก็ได้ เป็นเหมือนตัวฟรีแทบไม่ต้องห่วงหรือวิตกเกมรับ



พูดให้ง่ายเข้าหน่อย เวรอน คือเซนเตอร์ของทีม แต่มันใช้ไม่ได้กับ แมนฯยูไนเต็ด

เฟอร์กี้ ทดสอบมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะให้ยืนมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่กลายเป็นภาระคนอื่น เพราะมักจะดันตัวเองไปข้างหน้า จะเกิดช่องโหว่กว้างให้คู่ต่อสู้โจมตียามสวนกลับ

จับไปเล่นเป็นตัวริมเส้น ก็ไม่ค่อยอยู่ติดที่ตามแท็คติกอีก เขามักจะหุบเข้าข้างใน ไปขอบอลหรือไม่พยายามมีส่วนกับการทำประตู

ดังนั้นเล่นหน้าต่ำ น่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่เขาก็มักจะหลุดจากตำแหน่งเสมอ แล้วยังสร้างความสับสนให้กับเพื่อนๆตามไปด้วย

มีอยู่ครั้งจังหวะขึ้นเกมแล้ว เวรอน ทำเสียบอล รอย คีน หันมาทาง พอล สโคลส์ แล้วทำเบะปาก หงายมือสองข้าง เป็นสัญลักษณ์ฟ้องว่าระอาใจเหลือเกิน

ช่วงนั้น เฟอร์กี้ เครียดขึ้นสมอง มีเพชรเม็ดงามอยู่ในมือแต่ไฉนจึงไม่อาจเจียระไนให้ฉายประกายได้ นานวันเข้ามีแต่หมองลง

บางคนบอกว่าด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างหลายอย่าง ส่งผลให้ เวรอน ต่อไม่ติดและไม่พัฒนาอย่างที่ควร



เขาไม่ค่อยคุยกับใคร เพราะสปีกอิงลิชไม่คล่องนัก ส่วนใหญ่ให้ภรรยาที่พูดได้จัดการทุกอย่าง

เวลาจะคุยก็มักใช้ภาษาสแปนิชหรืออิตาเลี่ยนที่คุ้นเคย ซึ่งเกิดกำแพงการสื่อสารอีก

เฟอร์กี้ หงุดหงิดมากๆ เมื่อต้องตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องฟอร์มของสตาร์อาร์เจนไตน์ ครั้งหนึ่งเลยหลุดประโยคไปว่า "ฮี อีส เดอะ เกรท ฟัคกิ้ง เพลย์เยอร์"

เวรอน เล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ได้แค่ 2 ปีก็ถูกขายทอดต่อไปยัง เชลซี ด้วยราคาลดกระหน่ำแค่ 15 ล้านปอนด์ ขาดทุนเกือบครึ่ง

จากนั้นมีเสียงวิจารณ์ว่า บางทีนักเตะจากอเมริกาใต้อาจไม่เหมาะกับความเป็น แมนฯยูไนเต็ด ก็ได้

ยิ่งใคร่ครวญพิจารณา ภาพมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับข้อนี้

--------------------

พลิกปูมดูแล้วมีนักเตะจากเซาธ์ อเมริกา มาค้าแข้งกับ แมนฯยูไนเต็ด หลายคน

แล้วส่วนใหญ่ล้วนแต่ล้มเหลว

เอาที่จัดอยู่ในโหมดซูเปอร์สตาร์ นอกเหนือจาก เวรอน ยังมี ราดาเมล ฟัลเกา , อังเคล ดิ มาเรีย และ อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งมีชะตากรรมไม่ต่างกัน รวมถึง เฟร็ด ที่ค่าตัวแพงด้วย



ดีเอโก้ ฟอร์ลัน , คเลแบร์สัน , อันแดร์สัน หรือ ฟาบิโอ ดา ซิลวา ก็ล้วนแต่สอบตกทั้งสิ้น

ที่พอไหวอยู่เห็นจะเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย , อันเดรียส เปเรยร่า , ราฟาเอล ดา ซิลวา , กาเบรียล ไอน์เซ่ , เซร์คิโอ โรเมโร หรือ มาร์กอส โรโฮ ถ้าไม่เจ็บบ่อย

ดีสุดคงต้องยกให้ คาร์ลอส เตเวซ แต่กลับเป็นที่น่าขยะแขยงรังเกียจในความรู้สึกเร้ด อาร์มี่

ถ้าวัดอย่างนี้แล้ว เราก็ต้องยอมรับว่า แมนฯยูไนเต็ด ไม่น่าจะถูกโฉลกกับผู้เล่นอเมริกาใต้

กระนั้นนี่ไม่ใช่ทฤษฏีที่สะท้อนความจริงตรงไหนเลย เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตเท่านั้นเอง

เพราะมองแบบรอบด้านจะเห็นว่า นักเตะไม่น้อยมีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์อิงลิชฟุตบอล รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ

แล้วพื้นฐานนิสัยแข้งเหล่านี้ มักมีความเป็นศิลปินสูงและไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทน ดังนั้นมักจะจบเห่กันอยู่เสมอ

เพราะสโมสรไม่อาจเปลี่ยนบางอย่างเพื่อนักเตะเพียงแค่คนเดียวหรอก

-----------------------

คำถามนี้ถูกโยนมายัง เปาโล ดีบาล่า ซึ่งกำลังตกเป็นข่าวอย่างหนักกับ แมนฯยูไนเต็ด ในเวลานี้



ความสามารถเชิงลูกหนังของตัวรุกทีมชาติอาร์เจนตินา ถูกยอมรับในวงกว้างอยู่แล้ว แม้จะไม่ค่อยได้ลงต่อเนื่องกับ ยูเวนตุส ก็ตาม

หลายครั้งที่ ดีบาล่า โชคร้าย ช่วงเวลาที่ควรได้ขึ้นมาเป็นแกนหลักอย่างเต็มตัว ก็มักจะมีอุปสรรคขัดขวาง

ตอนปี 2016-18 ดีบาล่า ทำผลงานได้น่าพอใจมาก มีส่วนกับประตูของยูเว่มากมาย

แต่เมื่อมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามาเมื่อหน้าร้อนปีก่อน บทบาทของเขาก็ถูกลดระดับลงตามไปด้วย

พอไม่ค่อยได้ลงเล่น ความมั่นใจก็หายตามไป สภาพจิตใจมีปัญหา โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง

ดีบาล่า เก่งฉกาจแต่มักจะอาภัพ ไปไม่ถึงในจุดที่เหมาะที่ควร ดังนั้นการย้ายทีมย่อมเป็นทางออกดีสุดแล้ว เสี่ยงบ้างก็ต้องยอม

มีข่าวลือว่า ปาทริช เอวร่า ซึ่งเคยร่วมงานกันในสีเสื้อขาวดำของไอ้ม้าลายและสนิทกันมาก แนะนำให้ ดีบาล่า มาเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ดีกว่า



ตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ก็ล้างบางแนวทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ หมดสิ้น นำวิธีการของตัวเองมาใช้

นอกจากเน้นเกมรุก โจมตีเร็วแล้ว ยังยึดความสดพลังหนุ่มเป็นหลักด้วย ซึ่งน่าจะลงตัวกับ ดีบาล่า

ไม่ใช่แค่นั้น เอวร่า ยังบอกไว้ด้วย ขอเวลาอีก 1-2 ปีจะกลับมาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอีกครั้ง ด้วยบทบาทใหม่ อาจเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชหรือผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา รับรองได้ร่วมงานกันอีกในเร็วๆนี้แน่

ปัจจัยแวดล้อมที่น่าดึงดูดใจขนาดนี้ เชื่อว่า ดีบาล่า เองก็ย่อมเอนเอียงมาทางปีศาจแดงเช่นเดียวกัน

ความจริงอีกข้อคือ แม้จะมีบทเรียนความล้มเหลวจากแข้งอเมริกาใต้ที่มาเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด หลายราย แต่เรื่องนี้ไม่มีส่วนในการชี้วัดตัดสินเลย

เพียงแต่ ดีบาล่า ต้องถามตัวเองก่อนว่า พร้อมจะมาแค่ไหน กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่



บทเรียนจากรุ่นก่อนมีไว้ให้ศึกษาแก้ไข ไม่ใช่หวาดกลัวแล้วมโนไปเอง

ส่วนใครที่กำลังจะกล้าและไขว่คว้าหาความสำเร็จแล้วล่ะก็มาลองได้เลยที่ Sbobet777 ความสำเร็จรอคุณอยู่แถมไว้ใจได้อีกต่างหาก  ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment