ข่าว

[ #เป็นได้แค่เพียงส่วนเกิน ]

อัพเดตเมื่อ : August 05, 2019 1:30am โดย : admin

มิโน ไรโอล่า เอเยนต์มือทองไม่ค่อยชอบขี้หน้า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานของ เรอัล มาดริด เท่าไรนัก

เคยให้เหตุผลว่าท่านประธานราชันชุดขาว มีความคิดแบบฉาบฉวย สร้างทีมตามความเพ้อฝัน ไม่ได้มองความจริงเลยสักนิด

เรื่องของเรื่องน่าจะมาจาก ไรโอล่า ไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการนำนักเตะตัวเองมาเล่นให้กับ เรอัล มาดริด เลยสักครั้ง

หลังฟุตบอลโลก 2014 ปิดฉาก ฮาเมส โรดรีเกซ เนื้อหอมอย่างมาก ในฐานะดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ที่ 6 ประตู แล้วเป็น มาดริด นี่แหล่ะที่รีบมาฉุดไปร่วมทีม


"เปเรซ เป็นคนที่น่าเบื่อมาก เขาไม่เคยเข้าใจเรื่องฟุตบอลหรอก มีอย่างที่ไหนซื้อนักเตะราคาแพงๆ โดยที่เห็นฟอร์มแค่ 5-6 นัด"

ฟังคำพูดของ ไรโอล่า แล้ว น่าจะพอเห็นภาพความจริงบ้าง เหตุที่ มาดริด ปิดดีล ฮาเมส อย่างเร่งด่วน เพราะฟอร์มอันร้อนแรงในเวิล์ด คัพที่รับใช้ โคลอมเบีย

พอชื่อเสียงเริ่มกระฉ่อนมากขึ้น เปเรซ ก็หวังจะนำไปต่อยอดเพิ่มอีก ภายใต้โปรเจคต์กาลาคติกอส

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ฮาเมส อยู่ภายใต้ความดูแลของ จอร์จ เมนเดส อีกหนึ่งซูเปอร์เอเยนต์ของโลกฟุตบอล ซึ่งว่าไปแล้วคือคู่แข่งของ ไรโอล่า นี่เอง

แล้วเท่าที่ผ่านมา มันชัดเจนแล้วว่า เมนเดส มีความแนบแน่นกับ เรอัล มาดริด อย่างมาก นักเตะของเขาหลายต่อหลายคน เคยมาค้าแข้งที่นี่


เริ่มจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งสร้างชื่อภายใต้ยูนิฟอร์มของราชันชุดขาว จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ยังมีที่น่าสนใจอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย และ เปเป้ อีกด้วย

โชเซ่ มูรินโญ่ เองก็มี เมนเดส คอยดูแลอย่างใกล้ชิดในฐานะลูกค้าคนสำคัญ แล้ว เมนเดส นี่เองมีส่วนอย่างมาก ดึงมากุมบังเหียนมาดริด

แน่นอนว่าแบรนด์ของ เรอัล มาดริด ย่อมเย้ายวนดึงดูดให้เอเยนต์ทั้งหลาย อยากจะจูงนักเตะตัวเองมาเซ็นสัญญาทั้งนั้น

แต่ ไรโอล่า กลับไม่เคยเข้าถึงที่นี่เลยสักครั้ง เหมือนไม่สามารถฝ่ากำแพงที่ เมนเดส ก่อขวางเอาไว้ได้เลย

อย่างไรก็ตามเคสของ ฮาเมส ต้องยอมรับว่าเขาพูดถูก

----------------------

ฮาเมส แจ้งเกิดในวงการลูกหนังอเมริกาใต้ เมื่อครั้งย้ายไปเล่นกับ แบนฟิลด์ สโมสรในลีกสูงสุดอาร์เจนตินา


จากนั้นเป็นไปตามสเต็ป เมื่อ ปอร์โต้ ซึ่งนิยมแข้งบราซิลกับโคลอมเบียเป็นทุนอยู่แล้ว มาคว้าตัวไป

เขาใช้เวลาปรับตัวไม่นานนัก ก็ก้าวมาเป็นเสาหลักของทีม มีส่วนร่วมกับการได้ประตูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะยิงหรือแอสซิสต์

กระทั่งในซีซั่น 2012/13 จึงกลายเป็นดาวเด่นเบอร์หนึ่ง ที่เหมือนแบกทีมเอาไว้ เพราะผู้เล่นคนสำคัญทั้ง ราดาเมล ฟัลเกา , เฟร็ดดี้ กวาริน และ ฮัล์ค ย้ายออกไปหมด

ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก ที่รับบทเพลย์เมคเกอร์ การจบฤดูกาลด้วยผลงาน 13 ประตูกับอีก 15 แอสซิสต์ จาก 32 นัดในทุกรายการ ย่อมรับประกันความยอดเยี่ยมได้

เมื่อเห็นว่าสุกงอมขายได้ราคางามแล้ว ปอร์โต้ ก็ไม่รีรอที่จะปล่อยให้ โมนาโก ด้วยค่าตัว 45 ล้านยูโรในฤดูร้อนปี 2013


แม้จะไม่อาจช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์อย่างที่คาด แต่ผลงานส่วนตัวเปล่งปลั่งเหลือเกิน มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมลีกเอิงฤดูกาลนั้น

กระทั่งมาพีกสุดขีดในฟุตบอลโลกนั่นเอง จึงได้ย้ายไป เรอัล มาดริด สมใจ

ค่าตัวร่วมๆ 70 ล้านยูโรในปี 2014 ถือว่าแพงเอาเรื่อง แต่ เปเรซ เชื่อว่าต้นทุนจากการเป็นดาวซัลโว รวมทั้งบุคลิกหน้าตาที่ดูดี ย่อมปั้นให้เปรี้ยงได้ไม่ยาก

ในวันเปิดตัวที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว มีสาวกมาดริดมากันต้อนรับหลายหมื่นคน มันช่างน่าปลาบปลื้มยิ่งนัก

เหมือนเป็นค่านิยมอย่างหนึ่งสำหรับสมาชิกใหม่ของ เรอัล มาดริด ทั้งหลาย มักจะพูดว่าฝันเป็นจริงได้ย้ายมายังที่นี่

ฮาเมส ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน ฝันนั้นเป็นจริง แต่ระยะสั้นและไปไม่สุด

-------------------

ด้วยวัยเพียงแค่ 22 ปีตอนนั้น ฮาเมส เปรียบเหมือนดาวดาวใหม่ที่รอวันเปล่งแสงเจิดจ้า


อย่างไรก็ตามนอกเหนือจะต้องปรับตัว เรียนรู้และต่อสู้กับความกดดัน ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักๆแล้ว เขายังเผชิญกับอาการบาดเจ็บอีกต่างหาก

เขามีปัญหาที่เอ็นเท้าขวา จนฝืนไม่ไหวต้องเข้ารับการผ่าตัดในต้นปี 2015 ก่อนจะกลับมาได้อีกครั้งในเดือนเมษายน

เหมือนทุกอย่างที่เข้าที่เข้าทางไปได้สวย เปิดฤดูกาล 2015/16 โชว์ลีลาหวือหวาอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือลูกจักรยานอากาศอันงามงามและฟรีคิกที่เด็ดขาด ช่วยทีมถล่ม เรอัล เบติส 5-0

แต่แล้วเมื่อไปเล่นให้ โคลอมเบีย ในเกมอุ่นเครื่องกับ เปรู เกิดปะทะกับ ฮวน วาร์กาส จนบาดเจ็บหนักพักยาวอีก กว่าจะเรียกฟิตกลับมาก็ต้องรอคอยโอกาสที่ข้างสนามเท่านั้น

แม้จะดีขึ้นในซีซั่นที่ 3 ได้เล่นอย่างต่อเนื่องกว่าเดิม กระนั้นไม่อาจแทรกขึ้นมาหรือแสดงให้เห็นว่า ทีมจำเป็นต้องมีเขา

ตลอด 3 ฤดูกาลกับมาดริด ฮาเมส พลาดลงเล่นถึง 38 นัดด้วยกัน ส่วนใหญ่มาจากเสียเวลารักษาอาการเจ็บ


11 ประตูกับอีก 13 แอสซิสต์ ก็ยังไม่มากพอที่จะเอาชนะใจ ซีเนดีน ซีดาน ได้

เขาไม่อยู่ในแผนการสร้างทีม จึงโดนปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวยาวถึง 2 ปีด้วยกัน

จริงๆ ฮาเมส ไม่อยากจากมาดริดเลย ความตั้งใจเดิมคือพร้อมจะต่อสู้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้

แล้วพอรู้ว่าจะต้องย้ายไปเข้าถ้ำเสือ ก็ยังไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นระยะยาว แถมมีอ็อปชั่นซื้อขาดพ่วงด้วยอีกต่างหาก

ต่อให้ไม่อยากเชื่อ แต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่า เขาคือส่วนเกินของมาดริดไปแล้ว

จึงได้แต่แบกความเจ็บช้ำไปยังมิวนิค พร้อมกับความฝันเหี่ยวๆ ไม่เบ่งบานเหมือนอย่างเคย

------------------------

ซีดาน อาจจะมองข้าม ฮาเมส แต่ คาร์โล อันเชล็อตติ เจ้านายเก่าที่เคยร่วมงานกันมา ไม่คิดอย่างนั้น


อย่างไรก็ตาม อันเช่ ยังไม่ทันได้รำลึกอดีตกับลูกน้องคนนี้เป็นเรื่องราว ก็ต้องโดนปลดออก สังเวยผลงานไม่น่าประทับใจ แล้ว บาเยิร์น ไปดึง จุ๊ปป์ ไฮย์เกส มาคุมแทนอีกระลอก

ประเมินจากสถานการณ์แล้ว ฮาเมส จะต้องเจอปัญหาแน่ เมื่อเปลี่ยนนายกลางคันอย่างนี้

ตรงกันข้ามเขากลับโชว์ผลงานร้อนแรงมากๆ โดยเฉพาะบทบาทในเกมรุก ยกระดับขึ้นมาเป็นเหมือนศูนย์กลาง

ถึงขนาดที่ว่า คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ผู้บริหารคนสำคัญ ยังต้องออกมายกนิ้วให้ พูดตรงๆเลยว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมมาก

7 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์จาก 23 ในบุนเดสลีกา ช่วยให้ดาวเตะโคลอมเบียนรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น


ทว่าอาจเพราะอาการบาดเจ็บที่คุกคามตลอด น่าจะทำให้เขาไม่อาจรักษามาตรฐานผลงานให้ต่อเนื่องได้

ฤดูกาลที่เพิ่งจบไปจึงยิงไปเพียง 7 ประตู จาก 28 นัดในทุกรายการที่ลงโม่แข้ง ก่อนบอร์ดบริหารของเสือใต้มีมติแล้วว่าจะไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดที่ราคา 48 ล้านยูโร

ยอมจ่ายเพียงแค่ 13 ล้านเป็นค่ายืม 2 ซีซั่นเท่านั้น เพราะพิจารณาแล้วมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะไม่คุ้ม

หมายความว่า ฮาเมส ต้องแบกความเจ็บช้ำกลับไปยัง เรอัล มาดริด อีกรอบ เพราะสัญญายังมีอยู่

แต่ทางโน้นยกมือห้ามเลย แล้วไฟเขียวให้ จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ไปเจรจาหาสโมสรใหม่ได้เลย

ด้วยเหตุผลค่าจ้างแพง ค่ายืมตัวก็อยู่ในเรตที่สูง แล้วกระดูกเปราะเจ็บง่ายเหลือเกิน จึงบีบให้ ฮาเมส ตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ ไม่มีใครต้องการ เหมือนตกตาล้มลุกถูกผลักส่งกันไปมา


จากดาวยิงสูงสุดบอลโลกเมื่อ 5 ปีก่อน แทบไม่หลงเหลือริ้วรอยอีกต่อไป ทั้งที่ในวัย 27 ปีเมื่อบวกกับชื่อเสียงเก่าๆ น่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่านี้

มันคงเป็นการตอกย้ำแผลเกินไปหน่อย หากจะมาขุดคุ้ยอดีตแล้วบอกว่า เขาไม่น่าย้ายมา เรอัล มาดริด ตั้งแต่แรก

แต่เอาเข้าจริงแล้ว การตัดสินใจแต่ละครั้ง มันหมายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนั่นแหล่ะ

ทั้งความผิดพลาด ทั้งความโชคร้ายนี่เองทำให้ ฮาเมส ตกอยู่ในสถานการณ์อย่างที่เห็น

ยามที่ไม่มีใครต้องการอีกแล้ว มันช่างเจ็บปวดเลยจริงๆ

ใครไม่ต้องการแต่เราต้องการคุณ ! มาร่วมสนุกกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงต้องนี่เลยครับ Sbobet777 ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment