ข่าว

[ #อย่าให้เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ]

อัพเดตเมื่อ : August 29, 2019 1:12am โดย : admin

ภาพแรกของ ซินิซ่า มิไฮโลวิช หลังเข้ารับการบำบัดด้วยคีโม แล้วกลับมาคุม โบโลญญ่า ข้างสนาม มันสะเทือนอารมณ์ไม่น้อย

จากหนุ่มใหญ่ที่ดูแข็งแรงตามประสานักฟุตบอลเก่า กลับทรุดโทรมผ่ายผอมลงอย่างน่าใจหาย

อีกทั้งท่วงท่าเวลาเดินก็ดูไร้เรี่ยวแรง ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนที่เราคุ้นเคยกัน

อย่างไรก็ตามหัวใจเขายังคงแข็งแกร่งและพร้อมจะต่อสู้กับโรคร้าย เพื่อนำชีวิตปกติกลับคืนมาอีกครั้ง



หลังตรวจพบว่าเป็นลูคีเมียหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว มิไฮโลวิช เข้ารับการรักษาทันทีที่โรงพยาบาลซานตอร์โซล่า ในเมืองโบโลญญ่า โดยใช้เวลายาวนานกับการให้ยาหรือเคมีบำบัดร่วม 41 วันด้วยกัน

แต่ระหว่างที่เยียวยาอยู่นั้น มิไฮโลวิช ยังไม่ยอมวางมือจากภารกิจหลักในฐานะเทรนเนอร์โบโลญญ่าง่ายๆ

เขาอัพเดตการซ้อมของลูกทีมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการไลฟ์หรือถ่ายทอดสดทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือทีมงานอัดคลิปส่งมาให้

แม้บอร์ดบริหารและทีมงานของโบโลญญ่า รวมทั้งลูกทีมจะแสดงอาการวิตก ไม่อยากให้มาคร่ำเคร่งเพิ่มความเครียดกับงาน อยากให้เอาเวลาไปรักษาตัวมากกว่า

แต่ มิไฮโลวิช ยืนยันว่ายังไหวอยู่และฟุตบอลนี่แหล่ะคือความสุขอย่างแท้จริง ขอให้ได้ทำงานเถอะ ทุกอย่างจะผ่านไปได้

การปรากฏตัวอย่างเป็นทางการของเขาได้รับการประกาศในทวิตเตอร์ของสโมสรหนึ่งชั่วโมงก่อนเกมกับ เวโรน่า จะเริ่ม

จากนั้นมีข้อความโพสต์ให้กำลังใจเขามากมาย หนึ่งในนั้นมาจากสโมสรร่วมเซเรีย อา อย่าง นาโปลี ที่ทวีตว่า "ฟอร์ซ่า ซินิซ่า มิไฮโลวิช"

 

มีการร้องเพลงให้การสนับสนุนจากแฟนบอลทีมเยือนตอนที่ มิไฮโลวิช เดินออกมาพร้อมกับลูกทีมช่วงเริ่มต้นเกมอีกด้วย

เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 โบโลญญ่า บุกไปแบ่งแต้มประเดิมศึกกัลโช่ เซเรียอาได้

แต่ไฮไลต์กลับอยู่ที่หัวใจอันกร้าวแกร่งของอดีตปราการหลังเซิร์บต่างหาก

ทุกคนได้แต่ภาวนาว่า เขาจะหายกลับมาคุมทีมได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

--------------------------


มิไฮโลวิช เกิดในเขตของโครเอเชีย ตั้งแต่สมัยยังไม่ได้แตกออกมาจากอาณาจักรยูโกสลาเวียอันยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม วูโควา เมืองที่เขาเกิดนั้นมีพรมแดนติดกับฝั่งเซอร์เบีย อีกทั้งพ่อเป็นชาวเซิร์บที่มาจากบอสเนียและแม่เป็นโครแอต ชีวิตจึงถูกหล่อหลอมมาจากสองวัฒนธรรม

บ็อกดาน ผู้เป็นพ่อมีอาชีพขับรถทรัค แข็งแกร่งทั้งภายนอกและภายใน พร่ำสอนให้ มิไฮโลวิช เติบโตมาแบบยอดนักสู้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

ส่วน วิคตอริย่า แม่บังเกิดเกล้าแท้ๆ เป็นพนักงานในโรงงานผลิตรองเท้า เขากับน้องชายคนเดียวที่อายุห่างกัน 4 ปี จึงมีชีวิตไม่ได้สะดวกสบายอะไรนัก

มิไฮโลวิช ฉายแววลูกหนังมาตั้งแต่อายุน้อย ถูกยกย่องให้เป็นเจเนเรชั่นใหม่ของวงการลูกหนังยูโกสลาเวีย แต่น่าเสียดายที่หลุดจากทีมชุดแชมป์เยาวชนโลกปี 1987

แข้งไอ้แอ้ดขบวนนั้นล้วนแต่ระดับพระกาฬทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต โปรซินเนชกี้ , ซโวนิเมียร์ โบบัน , เปแดร๊ก มิยาโตวิช , ดาวอร์ ซูเคอร์ และ อิกอร์ สติมัช

อย่างไรก็ตามช่วงที่แย่สุดเห็นจะเป็นตอนเกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 80

เขาได้เห็นบ้านที่ตัวเองอาศัยกินนอนมาตั้งแต่เล็ก โดนกองทัพโครเอเชียถล่มพังราบต่อหน้าต่อตา

ที่น่าเจ็บปวดกว่าคือเพื่อนสนิทคนหนึ่งตั้งแต่วัยเด็ก อยู่ในกองกำลังโครแอตนั้นด้วย ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกันเพราะยืนกันอยู่คนละฝั่ง ในวันที่ความขัดแย้งเรื่องชาติพันธุ์คุกรุ่นและอาวุธสงคราม ระเบิด ปืนถูกนำมาใช้ตัดสิน

ครอบครัวต้องหนีหัวซุกหัวซุน โดยลุงซึ่งเป็นพี่ชายแม่ให้ความช่วยเหลือ แนะนำให้พักที่เมืองโบโรโว ซึ่งน่าจะปลอดภัยสุด

ส่วนพ่อของเขา มิไฮโลวิช เกือบถูกลอบฆ่าเสียชีวิต ระหว่างหนีแล้วถูกฝั่งตรงข้ามจับได้

หลังจากนั้นไม่นานลุงถูกจับ แล้วทหารคนหนึ่งไปพบรายชื่อ มิไฮโลวิช ในสมุดบันทึกว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ต่อต้าน แต่ยังรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะร้องขอชีวิต โดยอ้างชื่อญาติที่สนิทกัน ซึ่งมีอำนาจในกองทัพพอสมควร

ในศึกยูโร 2000 รอบคัดเลือก ซึ่งโครเอเชียได้ดวลกับเซอร์เบีย เขาได้เจอเพื่อนสนิทในวัยเด็กโดยบังเอิญ



แทนที่จะโกรธหรือเดินหนี มิไฮโลวิช เดินไปทักทายตามปกติ เขาให้อภัยแล้ว แต่ยังไม่ลืมว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง

แต่เหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจคือหลังสงครามสงบลง เขากลับไปบ้านเกิดพยายามค้นหาของบางอย่าง ท่ามกลางซากปรักหักพัง

มิไฮโลวิช ได้เจอโปสเตอร์นักเตะ 11 คนของทีมชาติยูโกสลาเวีย ซึ่งเคยติดอยู่ที่ฝาห้องนอน

เขาหยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง รำลึกถึงความหลัง แล้วน้ำตาก็ค่อยๆเอ่อขึ้นมา

--------------------

ชีวิตของ มิไฮโลวิช ส่วนใหญ่อยู่ในอิตาลีมากกว่าบ้านเกิดด้วยซ้ำ

เส้นทางสายลูกหนังของเขาไม่ง่ายนัก ในปี 1990 เขาย้ายไปยัง เร้ดสตาร์ เบลเกรด สโมสรใหญ่สุดของประเทศด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติ

จากนั้นจึงข้ามประเทศไป โรม่า โดยที่เขาเริ่มต้นจากตำแหน่งกองกลางหรือปีกทางฝั่งซ้ายไปก่อน แต่ไม่นานนัก คาร์โล มัซโซเน่ กุนซือจับไปเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ เพราะเห็นคุณสมบัติความหนักหน่วงดุดันในตัว

แล้ว วูจาดิน บอสคอฟ กุนซือสมัยร่วมงานกับที่ ซามพ์โดเรีย ดึงไปเล่นแบ็กซ้าย กระทั่งมาจบที่เซนเตอร์แบ็กภายใต้การกุมบังเหียนของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ในสีเสื้อลาซิโอ

แต่สิ่งที่สร้างชื่อให้ มิไฮโลวิช มากสุด ไม่ใช่การเล่นได้หลากหลายตำแหน่งเลย

มันคือฟรีคิกอันแม่นฉมังทรงพลัง ชนิดที่หาตัวจับได้ยากมากๆ


ตลอดชีวิตการค้าแข้ง เขาเคยทำแฮตทริกจากฟรีคิกได้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน 1 ในนั้นคือศึกกัลโช่ เซเรียอา

นอกจากนี้ยังบันทึกว่าเป็นนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้มากสุดของลีกสูงสุดแห่งแดนรองเท้าบูตที่จำนวน 28 ประตูเทียบเท่า อันเดรีย ปีร์โล่ และเหนือกว่าเจ้าพ่ออย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ถึง 5 ประตูด้วยกัน

มิไฮโลวิช บอกว่าความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เหมือนคนอื่น แต่มาจากการฝึกซ้อมอันเข้มข้นต่างหาก

หลังซ้อมคอร์สปกติเสร็จในทุกวัน เขาจะเอาบอลมาตั้งซัดฟรีคิกอีกเกือบชั่วโมงด้วยกัน แล้วเน้นการยิงลูกโค้งมากเป็นพิเศษ

กระทั่งเปลี่ยนบทบาทเป็นกุนซือแล้ว แต่ภาพฟรีคิกอันฉมังเด็ดขาด ยังเป็นที่ติดตาตรึงใจของใครหลายคน

------------------

ในชีวิตของ มิไฮโลวิช เคยทำผิดพลาดไม่น้อย ตามประสานักเตะจำพวกแบดบอย ใจร้อนยอมหักไม่ยอมงอ

แต่ครั้งหนึ่งที่ทำให้ต้องจดจำไว้เป็นบทเรียน คือการเหยียดผิว ปาทริค วิเอร่า ที่ย้ายมาเล่นในอิตาลีกับ อินเตอร์ มิลาน ตะโกนใส่หน้าว่า "ไอ้ลิง"

แม้อ้างว่าจะโดนเล่นงานด้วยคำหยาบคายก่อน แต่สุดท้าย มิไฮโลวิช ยอมรับความผิดแบบแมนๆ ด้วยการเอ่ยปากขอโทษผ่านสื่อ

เช่นเดียวกับตอนที่เขาถุยน้ำลายใส่หน้า อาเดรียน มูตู อย่างน่ารังเกียจ ก็น้อมรับโทสะของตัวเอง ที่ไม่อาจควบคุมให้อยู่ในลู่ทางได้



อย่างน้อยที่สุด มิไฮโลวิช เป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง อีกทั้งไม่เคยคิดจะวิ่งหนีปัญหาด้วย

ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นลูคีเมีย เขาช็อกมากๆ และนึกถึงพ่อที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมาก่อน

เขาหมกตัวอยู่ในห้องถึง 2 วันเต็มๆ ร้องไห้จนน้ำตาแทบเหือดแห้ง ก่อนจะลุกขึ้นมาสู้อย่างเต็มตัว ด้วยการประกาศว่าต้องเป็นผู้ชนะในครั้งนี้ด้วย

แล้ว มิไฮโลวิช ยังบอกกับคนอื่นด้วยว่า ไม่ต้องมาร้องไห้เพื่อเขาอย่างเด็ดขาด น้ำตามันหมดไปตั้งแต่สองวันนั้นแล้ว เวลาที่เหลือควรนำมาต่อสู้กับมัน

แม้จะผ่านสงครามจริงจนแทบเกือบจะเอาตัวไม่รอด สงครามแข้งก็เจอมากมายหลายรูปแบบ

แต่สงครามที่ มิไฮโลวิช จะดวลกับลูคีเมียครั้งนี้ อาจจะหนักหนาที่สุดในชีวิตแล้ว



เราได้แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา

ริบหรี่ก็ยังมีหวัง  ขอแค่อย่าพึ่งหมดหวัง Sbobet777 ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว ซินิซ่า มิไฮโลวิช   มาร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment