ข่าว

[ #อย่าเอาไม้สักไปทำฟืน ]

อัพเดตเมื่อ : September 03, 2019 2:06am โดย : admin

เฮนริค มคิทาร์ยาน ย้ายทีมอีกครั้งแล้ว คราวนี้โยกไป โรม่า ในกัลโช่ เซเรียอา

แม้จะเป็นเพียงแค่สัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พร้อมกับมีอ็อปชั่นซื้อขาดถาวร แต่มันสะท้อนว่าเขาล้มเหลวกับ อาร์เซน่อล

ถ้าจะพูดให้ครอบคลุมชัดเจนกว่านั้นคือ เขาไม่ประสบความสำเร็จเลยกับการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่พกโปรไฟล์หรูหรา เมื่อครั้งย้ายมา แมนฯยูไนเต็ด ในฤดูร้อนปี 2016

มิคกี้ ลงเล่นให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 52 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่น 2015/16 ระเบิดตาข่าย 23 ประตูและทำไปอีก 32 แอสซิสต์ ช่างเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมเหลือเกินสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก

อีกทั้งยังได้รับการโหวตคว้ารางวัลยอดแข้งบุนเดสลีกาประจำฤดูกาลอีกต่างหาก



แล้วเมื่อย้อนกลับไปอีกในช่วงที่เล่นกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ก็ฟอร์มร้อนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

นอกจากจุดเด่นในเรื่องความเร็ว ซึ่งสปีดต้นเทียบเท่ากับนักวิ่งระยะสั้นชั้นนำของยุโรป มิคกี้ ยังเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก

ยามที่บอลอยู่กับเท้าเมื่อไร กองเชียร์คาดหวังได้เลยว่าจะมีสกอร์ตามมา

เฉลี่ยแล้วทุกๆ 0.75 เกม เขาจะซัลโวประตูได้ ไม่นับแอสซิสต์ซึ่งมีจำนวนเป็นกอบเป็นกำ

จนหลายคนพูดถึงว่าถอดแบบมาจาก ซีเนดีน ซีดาน ไอดอลของเขาอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่า สภาพจิตใจอาจเป็นปมสำคัญทำให้ มิคกี้ ล้มเหลวไม่เป็นท่าที่อังกฤษ

อาจเพราะบุคลิกที่ดูเงียบเชียบ เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้เรามองได้อย่างนั้น

แต่เมื่อไล่เรียงดูปูมหลังแล้ว บางทีอาจต้องเปลี่ยนความคิดกันเลย



มิคกี้ โตมากับครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์แบบมากๆหากเทียบกับมาตรฐานทั่วไปของอาร์เมเนีย

พ่อเป็นนักเตะอาชีพที่มีชื่อเสียงของประเทศ เคยมาค้าแข้งในฝรั่งเศส แม่เป็นเจ้าหน้าที่ในสหพันธ์ฟุตบอลอาร์เมเนียและพี่สาวทำงานล่ามอยู่ในสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า

แม้เนื้องอกในสมองจะคร่าชีวิต แฮมเล็ต ผู้เป็นพ่อ ตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 7 ขวบ จน มิคกี้ เชื่อว่าทำให้เกิดจุดหักเหหลายอย่างกับตัวเองก็ตาม

แต่ในอีกด้านพ่อคือแรงบันดาลใจและเขาเคยสัญญากับแม่ไว้ด้วยว่า สักวันเมื่อพ่อมองลงมาจากข้างบนจะต้องภูมิใจในตัวเขามากๆด้วย

ในวัยเด็ก มิคกี้ เคยไปใช้ชีวิตในฝรั่งเศส แถบเมืองวาล็องซ์ที่พ่อไปเล่นฟุตบอลที่นั่น

จากนั้นตอนอายุ 13 ขวบยังหิ้วสตั๊ดเดินทางไปบราซิลเพียงลำพัง เพื่อฝึกซ้อมเรียนรู้วิทยายุทธลูกหนังแซมบ้ากับ เซา เปาโล ถึง 4 เดือนด้วยกัน

แล้วยังไปค้าแข้งในยูเครนอีก 4 ปีเต็ม ไม่ว่าจะเล่นให้กับ เมตาลูห์ โดเนตส์ค หรือ ชัคตาร์ ซึ่งล้วนประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ เคยคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีอีกต่างหาก

เรียกว่ามีประสบการณ์กร้านโลกตั้งแต่ยังเด็กด้วยซ้ำ



ไม่ใช่แค่นั้น มคิทาร์ยาน ยังจีเนียสหรือมีความอัจฉริยะในเรื่องการสื่อสาร ในระดับที่ว่าพูดได้ดีเยี่ยมถึง 7 ภาษา

นอกจากอาร์เมเนี่ยนของบ้านเกิดแล้ว ยังสปีคได้คล่องลิ้นทั้ง เฟร้นช์ , โปรตุกีส , รัสเซี่ยน , ยูเครเนี่ยน , อิงลิช และ เยอรมัน เรียกว่าตัดปัญหาหรือทลายกำแพงในเรื่องภาษาได้เลย

ในเมื่อมีคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ เขาไม่ควรจะเอาชื่อมาทิ้งในพรีเมียร์ลีก

แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

------------------------------

เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานอาร์เซน่อลและทีมชาติฮอลแลนด์ วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับ มิคกี้ มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงตัวเองทันที

ช่วงรับใช้ อาแจ็กซ์ สโมสรในบ้านเกิดตลอด 7 ปีคือช่วง 1986-1993 ผลงานร้อนแรงมากทำไป 122 ประตูจาก 239 นัดในทุกรายการ

จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1993 (ตอนนั้นยังซื้อขายผู้เล่นได้ตลอดเวลา) ย้ายไป อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวเป็นสถิติ 7.1 ล้านปอนด์

แน่นอนว่า เบิร์กแคมป์ ต้องปรับตัวอย่างมาก แต่เรื่องที่ลำบากสุดเห็นจะเป็นสไตล์การเล่นของทีมงูใหญ่และฟุตบอลอิตาลีนั่นเอง

นอกจาก อินเตอร์ มิลาน จะใช้แท็คติกรับลึกตามแบบฉบับลูกหนังอิตาเลี่ยนแล้วเขายังมักจะถูกทิ้งไว้โดดเดี่ยวในแดนหน้าด้วย

เพราะกองกลางคนอื่นไม่ค่อยเติมขึ้นมาช่วย ยิ่งมิดฟิลด์ตัวรับแทบไม่เคยขยับเกินครึ่งสนาม ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น



ยามได้บอลจะหันหน้ามองเพื่อนเพื่อส่งต่อให้หรือจะมีใครวิ่งทำทาง ล้วนแต่เสียจังหวะสะดุดทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้เลย

ช่างแตกต่างจากสมัยอยู่ อาแจ็กซ์ ซึ่งถูกหล่อหลอมให้เน้นเกมรุก บุกแหลกเข้าไปและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา


2 ซีซั่นกับ อินเตอร์ มิลาน จึงสอบตกกราวรูดเมื่อเทียบกับความคาดหวัง 22 ประตูจาก 74 เกม เป็นผลงานที่ฟ้องชัดเจนอยู่แล้ว

เขาจึงต้องตัดสินใจย้ายไป อาร์เซน่อล ในซัมเมอร์ปี 1995 ก่อนจะได้ร่วมงานกับ อาร์แซน เวนเกอร์ อีก 1 ปีถัดมาและนั่นเองคือตัวแปรสำคัญทำให้พีกสุดขีด

กุนซือฝรั่งเศสรีดเค้นฟอร์มของ เบิร์กแคมป์ ได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยแนวทางการเล่นบอลรุกเอนเตอร์เทน ซึ่งตอบสนองสไตล์นักเตะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

11 ปีกับปืนโตเขากลายเป็นแข้งยิ่งใหญ่ระดับตำนานอย่างแท้จริง

-------------------------

ปี 2016 มคิทาร์ยาน ย้ายมายัง แมนฯยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านปอนด์

โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมพอดี จึงได้ร่วมงานกัน ท่ามกลางความไม่สบายใจของ เบิร์กแคมป์ ซึ่งคอยจับตาอยู่แล้ว

ดาวเตะดัตช์เล่าว่าพอได้เห็น มิคกี้ เมื่อครั้งเล่นกับ ดอร์ทมุนด์ รู้สึกประทับใจมากๆ โดยเฉพาะความปราดเปรื่องจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมเช็คบิล

แล้วเสือเหลืองมีกิตติศัพท์อยู่แล้วในเรื่องเล่นเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือ โธมัส ทูเคิ่ล เป็นกุนซือ

สไตล์การเล่นในแบบนี้ มิคกี้ จึงสามารถตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม

แต่เมื่อต้องมาอยู่ภายใต้การควบคุมของ มูรินโญ่ แทบจะผิดแปลกแตกต่างไปจากเดิมมากเหลือเกิน



อย่างที่รู้กันกุนซือโปรตุกีสให้น้ำหนักกับการเล่นเกมรับและการครองบอลถ่ายจ่ายกันไปมา รวมทั้งนักเตะตัวรุกทุกคนจะต้องถอยลงมาช่วยเสมอ เมื่อทีมตกเป็นฝ่ายป้องกัน

นั่นหมายความว่าศักยภาพอันโดดเด่นของ มิคกี้ จึงค่อยๆถูกลิดรอน

มันมากพอกระทั่งทำลายความมั่นใจทุกอย่างไม่เหลือเลยนั่นแหล่ะ

ลองนึกย้อนไปในเกมนัดชิงยูโรปา 2017 ซึ่งเจอกับ อาแจ็กซ์ ช่วงต้นครึ่งหลังระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด ยังครองสกอร์นำ 1-0 แล้วได้ลูกเตะมุม

มิคกี้ รีบปรี่ถอยลงมายืนในแดนตัวเอง เพื่อช่วยระวังป้องกันเกมโต้กลับของ อาแจ็กซ์ แต่พอ อันเดร เอร์เรร่า เห็นอย่างนั้น จึงบอกให้เพื่อนขึ้นไปในกรอบเขตโทษเลย เดี๋ยวตรงนี้จะรับผิดชอบจัดการเอง

แล้วจังหวะต่อมา มิคกี้ ทำประตูขึ้นนำ 2-0 จากลูกเตะมุมนั่นแหล่ะ



ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาต้องทำตามแท็คติกของ มูรินโญ่ เป็นนักเตะตัวรุกก็จริง แต่พอได้เตะมุมหรือฟรีคิกต้องโดนกำชับให้ถอยมา ซึ่งมันค่อนข้างผิดธรรมชาติ

คงไม่เกินไปนักหากจะบอกว่า มูรินโญ่ มีส่วนอย่างมากฉุดให้ มิคกี้ ล้มเหลวกับ แมนฯยูไนเต็ด

จากนั้นเมื่อย้ายไป อาร์เซน่อล ในดีลสลับขั้วกับ อเล็กซิส ซานเชซ ความมั่นใจที่เคยมีอยู่กับหายไปด้วย โดยเฉพาะช่วง เวนเกอร์ อำลากุนซือไปและให้ อูไน เอเมรี่ มาแทน

การเปลี่ยนบอสแบบปุบปับทำให้ มิคกี้ ตั้งตัวไม่ทัน รวมทั้งไม่ค่อยได้รับโอกาสอย่างที่ควรจะเป็น

ตอนนี้ในวัยย่าง 31 ปี เขาย้ายมายังกรุงโรมด้วยความหวังอันเรืองรอง

เพราะ เปาโล ฟอนเซก้า กุนซือโปรตุกีสที่เพิ่งเข้ามากุมบังเหียน มีรสนิยมเน้นเกมรุกเป็นต้นทุนอยู่แล้ว

มิคกี้ จึงยอมย้ายมาพร้อมกับมั่นใจว่าจะกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง



หนึ่งฤดูกาลนับจากนี้ เขาต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ลืมอดีตอันเลวร้ายที่พรีเมียร์ลีก เรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้เร็วที่สุด

ฟอนเซก้า คงรู้ศักยภาพ มิกคี้ ดีอยู่แล้วและคงไม่ให้ผู้เล่นที่เด่นเกมรุก ต้องมาพะวงคอยระวังหลังบ้านหรอก

นักเตะบางคนเก่งมากๆ แต่ก็เหมาะกับบางสโมสรและกุนซือเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะต้องปรับตัวได้เสมอไป

สำคัญที่สุดเลยคนนำไปใช้ต้องเข้าใจธรรมชาติด้วย

ถ้าเอาไม้สักไปทำฟืนเมื่อไร มันก็เปล่าประโยชน์ไม่ได้อะไรกลับคืนมาอย่างคุ้มค่าหรอก

เอาไม้สักไปทำฟืนก็เหมือนกับการลงทุนผิดที่ เพราะกี่ปีมันก็ไม่รวย อยากรวยอยากบวกกระจายให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิ รับประกันความชัวร์แถมบวกกระจายอีกต่างหาก ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment