ข่าว

ภาพรวม"ทัพช้างศึก" นัดแรกยุคนิชิโนะ

อัพเดตเมื่อ : September 06, 2019 2:15am โดย : KingKong

     ถือว่าน่าเสียดายพอสมควรกับผลเสมอ 0-0 ในเกมคัดบอลโลก โซนเอเชีย นัดแรกของ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ อากิระ นิชิโนะ

     ซึ่งตลอดเกม 90 นาที เราเป็นฝ่ายเดินเกมบุกได้ดีกว่าค่อนข้างชัดเจน ระบบการเล่นในรูปแบบไดมอนด์สหรือ 4-3-1-2 เรียกได้ว่าสร้างความอึดอัดให้กับ "ขุนพลดาวทอง" ได้พอสมควร

     โดยเฉพาะจังหวะสุดท้ายของ สุภโชค สารชาติ ที่เกือบเป็นฮีโร่ หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะหลบ ดัง วาน ลัม แล้วได้ซัดแบบจ่อๆ ในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม น่าจะดันยิงไปติดนายด่านเวียดนามที่กลับมาเฝ้าเสาได้ทัน

    แต่หากดูกันจริงๆ ก็มองว่าวัดผลไม่ได้ เพราะก่อนเกมมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามแฉะ หากได้ดูหลายๆจังหวะ นักเตะแต่ละคนต้องจับจังหวะบอล หรือจังหวะการทรงตัว กันพอสมควร

    แต่สุดท้ายแล้วการประเดิมได้ 1 แต้มในเกมนี้ก็ถือว่าโอเคพอสมควร สำหรับแฟนๆ ช้างศึกก็ต้องตามลุ้นตามเชียร์กันต่อในเกมหน้าที่จะพบกับ อินโดนีเซีย ที่นัดแรกแพ้ มาเลเซีย คาถิ่นมา 2-3 ทำให้เกมนี้ "ทัพอิเหนา" มาสู้ยิบตาแน่ ตามเชียร์กันต่อไปในวันที่ 10 กันยายนนี้ ไทยรัฐทีวีถ่ายสดเหมือนเดิม เวลา 19.30 น.

    สำหรับในวันนี้เราวิจารณ์ฟอร์ม "ทัพช้างศึก" ทั้ง อากิระ นิชิโนะ กุนซือ และรวมไปถึงนักเตะที่ได้ลงเล่นทุกคนในเกมนี้กัน

    กุนซือ - อากิระ นิชิโนะ

    กุนซือชาวญี่ปุ่น มีเวลาน้อยมากกับการเตรียมทีม แต่หากมองในภาพรวมก็ถือว่าทำให้ "ทัพช้างศึก" เล่นได้มีรูปแบบขึ้น การต่อบอลสั้น การเพรสซิ่ง ดูเล่นได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือการบุกริมเส้น ที่ดูน้อยไปหน่อย ทำให้สมดุลเกมบุกในเกมโดนเวียดนามจับทางได้ง่ายขึ้น แต่จุดสำคัญที่ต้องปรับคือกองหลัง ดูจะเล่นรนลานกันไปหน่อย โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์ที่มีจังหวะพลาดให้เห็นอยู่  ซึ่งหากกองหน้าเวียดนาม ยิงคมกว่านี้ ผลการแข่งขันอาจไม่จบแบบนี้

    โดยรวมถือว่า นิชิโนะ วางแท็คติกได้ดีพอสมควรหากเทียบกับช่วงเวลาเตรียมทีมระยะสั้น แต่ก็ต้องดูกันยาวๆ นัดหน้าเยือน อินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นการวัดฝีมือของกุนซือชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างดีแน่นอน

    ผู้รักษาประตู

     ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน - กัปตันป้ายแดงจากบุรีรัมย์ ยังคงทำผลงานได้คงเส้นคงวา ไม่มีจังหวะพลาดให้เห็น สร้างความมั่นใจให้กับกองหลังได้ดีเยี่ยม สั่งการเกมรับจากด้านหลังได้เยี่ยม รวมไปถึงการออกมาตัดเกมลูกโด่ง และการยืนตำแหน่ง ยังคงอยู่ในมาตรฐาน

    กองหลัง
   
    ธีราทร บุญมาทัน - กองหลังจากโยโกฮาม่า มารินอส เกมนี้ "เจ้าอุ้ม" พยายามเติมเกมช่วยทีมอยู่ตลอด แต่ก็ไปไม่สุดเส้นหลังซักที เพราะด้วยแท็กติกถูกวางให้เป็นกองเสริมของ สุภโชค สารชาติ ที่ออกมาเดินเกมริมเส้นด้านซ้ายเป็นหลัก ส่วนเกมรับถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน สามารถลงมาปัดป้องกันเกมรับด้านซ้ายได้ตลอด แทบไม่มีจังหวะพลาดให้เห็นเลยในเกมนี้

    มานูเอล ทอม เบียรห์ - กองหลังร่างยักษ์จากแบงค็อก ยูไนเต็ด ถือว่าทำให้แฟนช้างศึกเสียวเป็นระยะๆ มีโอกาสพลาดปล่อยให้แนวรุกเวียดนามกระชากหนีอยู่หลายจังหวะ การเข้าสกัดบางครั้งอ่านเกมผิดพลาด อาจจะด้วยสภาพสนามที่ลื่นหรือไม่ก็ตาม โดยรวมถือว่ายังต้องปรับปรุง หากเจอกองหน้าคมๆ น่าจะมีปัญหามากกว่านี้แน่

    พรรษา เหมวิบูลย์ -  แม้ว่าสภาพสนามจะลื่น ทำให้การอ่านจังหวะเข้าสกัดบอลทำได้ยาก แต่แนวรับจากบุรีรัมย์ ยุไนเต็ด ก็พยายามเล่นตามจังหวะตัวเอง อาศัยประสบการณ์ เอาตัวรอดมาได้ แม้ว่าจะมีจังหวะพลาดในช่วงต้นเกมเกือบทำให้ทีมเสียประตูก็ตาม

    ทริสตอง โด - ปัญหาของแข้งลูกครึ่งจากแบงค็อก ยูไนเต็ด คือการเปิดบอลเข้าทำ แม้ว่าการเติมเกมรุกด้วยพละกำลังที่เต็มเปี่ยมจะทำได้ดีเยี่ยม แต่หากมองเรื่องประสิทธิภาพการเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีม ก็ยังเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ โด ต้องแก้ไข แต่เกมนี้ยังมีจุดแกร่งในเกมรับที่สามารถจัดหนักกับแนวรุกทีมเยือนได้เป็นอย่างดี

    กองกลาง
    
    ธนบูรณ์ เกษารัตน์ - ถูกวางให้เป็นตัวคุมจังหวะเกม คอยปัดกวาดอยู่หน้าแผงหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เข้าทางของ "เจ้าตั้ม" แม้ว่าช่วงแรกจะออกบอลช้าไปหน่อย แต่เล่นไปก็ปรับจังหวะได้ดีขึ้น คอยเชื่อมเกมได้ดี ในเกมรับก็ยังแน่นอนเหมือนเดิม คอยตัดเกมรุกของทีมเยือนได้ตลอด แทบไม่มีจังหวะพลาดให้เห็น โดยรวมแล้วทำได้ดี

    พิธิวัตต์ สุขจิตรธรรมกุล - มิดฟิลด์จอมแกร่งจากกว่างโซ้งมหาภัย เพิ่งลงเล่นชุดใหญ่เป็นครั้งแรก แต่ถือว่าเล่นได้ดีพอสมควร ทั้งเกมรุกรับ เล่นร่วมกับรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี จุดสำคัญคือพละกำลังที่ฟิตเต็มที่วิ่งขึ้นลงไม่มีหมด แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงหลังนาทีที่ 70 ก็ตามที

    สารัช อยู่เย็น - เจ้าตังค์ ที่ก่อนหน้านี้หลุดทีมชาติไปหลายหน แต่กับกุนซือชาวญี่ปุ่น เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง ซึ่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวเดินเกมถือว่าทำได้ดี มีทั้งลูกบู๊ลูกบุ๋นสู้กับมิดฟิลด์ของเวียดนามได้เป็นอย่างดี แถมยังมีจังหวะเติมเกมขึ้นไปยิงไกลได้อีก โดยรวมแล้วมิดฟิลด์จากค่ายกิเลนผยองอยู่ในฟอร์มที่มาตรฐานช่วยทีมได้ดี ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกด้วยแท็คติก

    ชนาธิป สรงกระสินธ์ - ดาวเตะฟอร์มแรงจากคอนซาโดเร่ ซัปโปโร เป็นตัวความหวังสูงสุดของทัพช้างศึก ซึ่งฟอร์มโดยรวมก็ถือว่าทำได้ไม่ดีนัก จะด้วยสภาพสนามที่ค่อนข้างลื่น ทำให้การลากเลื้อยทำเกมของ "เจ" ทำได้ค่อนข้างยาก ที่สำคัญเค้าได้รับการดูแลจากมิดฟิลด์ของเวียดนามอยู่ตลอดเวลา แม้หลายจังหวะก็เอาตัวรอดมาได้ แต่การจ่ายบอลให้เพื่อนเข้าทำประตูยังทำได้น้อยในเกมนี้

    กองหน้า

    ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ - ถูกดันขึ้นไปเล่นกองหน้าในเกมนี้ แม้ว่า "เจ้านิว" จะเคยถูกจับไปเล่นหน้าต่ำกับต้นสังกัดโอตะ ตรินิตะ ในสองเกมหลัง แต่มองว่าไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขา มีจังหวะปิดสกอร์หลายหน แต่ความไม่ใช่กองหน้าอาชีพ เลยทำให้จบไม่ลง แต่โดยรวมแล้วยังคงอาศัยลูกฟิตที่วิ่งไม่มีหมด ขยันหาช่อง ลงมาเชื่อมเกม เติมเกมรุกหาพื้นที่ว่างในเขตโทษได้ดี ก่อนโดนเปลี่ยนออกในช่วงท้ายเกมเพราะบาดเจ็บ

    สุภโชค สาระชาติ - เกือบจะเป็นฮีโร่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอยู่แล้ว หากยิงผ่านมือ ดัง วานลัม เข้าไป แต่โดยรวมแล้วถูกจับไปเล่นกองหน้าด้านซ้าย ก็สามารถลากเลื้อยสร้างปัญหาให้กับกองหลังเวียดนามได้อยู่ตลอด ซึ่งถือเป็นแนวรุกที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของทัพช้างศึก ซึ่งหากมีคนมาร่วมเล่นทำชิ่งหาพื้นที่ว่างเข้าทำด้วยละก็ เชื่อว่าเกมรุกช้างศึกน่าจะดีกว่านี้แน่

    สำรอง

    ศุภชัย ใจเด็ด (แทน สารัช อยู่เย็น น.68) - มีโอกาสลงมาเล่นกองหน้าในช่วงท้ายเกม แต่ก็ยังปรับจังหวะเข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ โดยรวมแล้วยังทำอะไรไม่ได้มาก ไม่มีจังหวะเข้าลุ้นประตูเลย

    พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (แทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ น.75) - ได้โอกาสลงมาเดินเกมในช่วง 15 นาทีท้าย แต่ดูเหมือนพีรดนย์จะดูเกร็งๆ พอสมควร ออกบอลสั้นอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับที่เล่นให้กับสโมสร ที่ดูเหมือนจะผ่านบอลกล้าได้กล้าเสียมากกว่านี้

    ศิวกรณ์ เตียตระกูล (แทน พิธิวัตต์ สุขจิตรธรรมกุล น.76) - ถูกลงมาเดินเกมรุก แต่ก็แทบไม่มีจังหวะสร้างสรรค์เกมมากเท่าไหร่ จะเป็นการเชื่อมผ่านบอลซะมากกว่า ได้โอกาสเปิดลูกเตะมุมในช่วงท้ายอยู่บ้าง

    สำหรับโปรแกรมแข่งขัน 7 นัดต่อไปของทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย (รอบ2) มีดังนี้

นัดที่ 2 วันที่ 10 กันยายน 2562
อินโดนีเซีย - ไทย

นัดที่ 3 วันที่ 15 ตุลาคม 2562
ไทย - ยูเออี

นัดที่ 4 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562
มาเลเซีย - ไทย

นัดที่ 5 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562
เวียดนาม - ไทย

นัดที่ 6 วันที่ 26 มีนาคม 2563
ไทย - อินโดนีเซีย

นัดที่ 7 วันที่ 4 มิถุนายน 2563
ยูเออี -  ไทย

นัดที่ 8 วันที่ 9 มิถุนายน 2563
ไทย - มาเลเซีย
Facebook Comment