ข่าว

ง่ายกว่าที่คาด

อัพเดตเมื่อ : September 10, 2019 11:36pm โดย : KingKong

ทีมชาติไทยบุกชนะทีมชาติอินโดนิเซียด้วยสกอร์ที่ขาดลอย 3-0 เก็บ 3 คะแนนแรกของฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก และชัยชนะนัดแรกในยุค อากิระ นิชิโนะ

จากสิ่งที่เกิดขึ้นใน 45 นาทีแรก ไม่น่าเชื่อว่า 45 นาทีหลังจะกลับมารัว 3 ประตู และมีโอกาสได้ประตูที่ 4 และ 5 หลายต่อหลายครั้ง

นิชิโนะ ปรับแทคติกการเล่นใหม่เมื่อให้โอกาสดาวรุ่ง เอกนิษฐ์ ปัญญา ประเดิมสนาม ขณะที่ ศุภชัย ใจเด็ด ได้ลงเล่นหน้าเป้า พร้อมวางระบบ 4-2-3-1 ที่ดูชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากกว่านัดแรกกับเวียดนาม

สารัช อยู่เย็น ปักหลักตรงกลางกับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ทำให้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หลุดตำแหน่งไป สุภโชค สารชาติ, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ เอกนิษฐ์ ปัญญา คอยปั้นเกมสนับสนุน ศุภชัย ใจเด็ด ส่วนแนวรับเป็นชุดเดิม


อินโดฯ แพ้คาบ้านต่อ มาเลเซีย ในบ้านมาในเกมแรกทำให้รัดกุมอย่างมากในนัดสอง ผู้เล่นส่วนใหญ่รับลึกในแดนตัวเองและอาศัยการตัดบอลก่อนโจมตีไทยด้วยความเร็ว

เออร์ฟาน บัชดิม กับ สเตฟาโน ลิลิปาลี มีบทบาทพอสมควรในจังหวะสวนกลับ และโอกาสจะแจ้งครึ่งแรกก็เป็น บัชดิม ที่หลุดเข้าไปซัดในเขตโทษทว่า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เซฟช่วยไทยเอาไว้ได้

ส่วนเกมรุกของไทยใน 45 นาทีแรกประสานงานกันน้อยมาก ต่อบอลเล่นกันช้า และไม่ขยับหาพื้นที่เท่าที่ควร การครอสจากด้านข้างเข้าไปหาตัวเป้าอย่าง ศุภชัย มีน้อย

เอกนิษฐ์ สอบไม่ผ่านในครึ่งแรก เล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่สามารถแสดงศักยภาพที่เคยทำได้ในระดับสโมสรออกมา


ขณะที่ "เจ" ก็ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน หลายจังหวะควรสร้างสรรค์โอกาสให้ดีกว่านี้ ทว่าเสียบอลง่ายๆ และแทบไม่มีลูกจ่ายทะลุช่องแบบได้เสียเลย

ผ่าน 45 นาทีแรกไปแบบอึดอัด มีลุ้นหน่อยก็จังหวะเล่นเซตพีซที่แนวรับอินโดฯ ดูจะมีปัญหาในการรับมือ 

แต่ประตูของ สุภโชค ในต้นครึ่งหลังทลายกำแพงแห่งความอึดอัดลงในทันที ลูกนี้ต้องให้เครดิตเจ้าเช็คมากหน่อยเพราะยิงได้ดีมาก ถือว่าเป็นลูกเก่งเลยกับการได้บอลด้านข้างและตัดในเข้ายิง

ประตูแรกคือประตูที่สำคัญที่สุดเพราะช่วยลดความกดดันลงไปได้มาก นัดแรกกับเวียดนาม เรามีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทำไม่ได้ หนึ่งในโอกาสทองและเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้ายก็มาจาก สุภโชค นี่แหละ

ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา เสียงวิจารณ์ที่มีต่อตัวรุกจากบุรีรัมย์ถือว่าหนักหน่วงพอสมควร แต่นัดนี้เขาสยบเสียงวิจารณ์ไว้แทบเท้าจริงๆ กับการมีส่วนร่วมทั้ง 3 ประตู


สุภโชค หลุดเข้าเขตโทษเหมือนกับท้ายเกมนัดแรก แต่คราวนี้เขาเลือกแตะบอลและก็ตามคาด นายทวารอินโดฯ พุ่งมาช้าจนเสียบจากด้านหลัง แฟนบอลเจ้าถิ่นโต้เถียงไม่ได้เลย ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน ก็ยิงได้ดีเหลือเกิน คมกริบ น้ำหนัก ทิศทาง สมบูรณ์แบบ

2-0 ก่อนเข้าสู่ 25 นาทีสุดท้ายแบบนี้ ทุกอย่างจึงอยู่ในการควบคุมของทีมชาติไทย อินโดนีเซีย แทบไม่มีการสร้างสรรค์โอกาสที่เป็นชิ้นเป็นอัน ทีมเวิร์กดร็อปลงไปมาก และทุกครั้งที่พยายามดันสูงก็โดนทีมชาติไทยแทงตัดแนวรับตลอด

เสียงเชียร์ในสนามที่เราเคยหวาดหวั่นมาตั้งแต่อดีต แทบไม่มีผลเลยเพราะแฟนบอลเข้าสนามน้อยมาก ไม่ถึง 1 ใน 3 ของความจุด้วยซ้ำ อัฒจันทร์โล่งจนน่าตกใจ

แถมเสียงเชียร์ที่มีก็พุ่งเป้าเล่นงานนักเตะตัวเองอีกต่างหาก นายทวารอินโดฯ ที่ทำเสียจุดโทษโดนแฟนบอลตัวเองโห่ในทุกครั้งที่เตะเปิดบอล

สถานการณ์จึงเข้าทางทีมชาติไทยทุกอย่าง น่าเสียดายก็แต่ว่าบางจังหวะติดแอ็กกันมากไปนิดเพราะรู้ว่าทุกอย่างอยู่ในคอนโทรล ทำให้โอกาสที่ควรจะได้ประตูที่ 4 หลุดลอยไป

อย่างไรก็ตาม ช่วง 45 นาทีหลัง ไทยเราเล่นดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งแรก "เจ" กับ "บรุ๊ค" มีส่วนกับเกมรุกมากขึ้น ขณะที่ สารัช ก็คุมแดนกลางกับ พิธิวัตต์ ได้หมดจด เก็บตกจังหวะสองได้ตลอด


แนวรับอย่าง มานูเอล ทอม เบียห์ร ที่นัดแรกกับเวียดนามก็ถูกวิจารณ์เช่นกัน แต่นัดนี้ดีขึ้น ดักโหม่งเก็บลูกโด่งได้เกือบทุกครั้ง ขณะที่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก็ไม่มีข้อผิดพลาดเลยกับการทำหน้าที่หน้าปากประตู

ประตูแรก และประตูสองจากจุดโทษทำให้เกมของ อินโดนีเซีย เสียไปเลย ทุกอย่างพังหมด ไทยก็เซตบอลกันไปเรื่อยๆ เหมือนได้ซ้อมทีมเวิร์ก และเซฟแรงไปในตัว น่าเสียดายก็เพียงโอกาสยิงเพิ่มซึ่งอาจจะเป็นผลดีต่อการเข้ารอบในอนาคต

นัดสองของไทยไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด ทว่าก็เก็บ 3 คะแนนได้ง่ายกว่าที่คาด และผลอีกคู่เป็นใจด้วยเมื่อ ยูเออี บุกชนะ มาเลเซีย ทำให้ทัพช้างศึกนำจ่าฝูงของกลุ่มด้วยการมี 4 คะแนน

พอจะพูดได้อยู่ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของรอบคัดเลือกสู่กาตาร์ 2022 แม้ไม่ใช่ 6 คะแนนเต็มอย่างที่ต้องการก็ตาม


หากใครรู้สึกมีความสุขกับชัยชนะของ ช้างศึก ในวันนี้ แต่ยังมีความกระหายที่จะชนะต่อลองมาจัดได้ที่ Sbobet777 เลยครับ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment