breadcrumb symbol ข่าว

[ #ความน่ากลัวของโซเชี่ยล ]

อัพเดตเมื่อ : September 20, 2019 1:29am โดย : admin

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นชาวกลาสโกว์โดยกำเนิดและสถาปนาตนเป็นกองเชียร์เซลติกตั้งแต่เด็ก

ย่านแมร์รี่ฮิลล์ที่เขาเติบโตนั้น เคยเป็นถิ่นฐานในวัยเยาว์ของ จิมมี่ ดัฟฟี่ และ ชาร์ลี นิโคลัส สองตำนานของเซลติกเช่นเดียวกัน


เลือดในความเป็นเซลติกจึงเข้มข้นและแน่นอนว่าหนึ่งในความฝันคือได้เล่นกับสโมสรแห่งนี้

แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเท่าไรนัก โรเบิร์ตสัน เลยไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเหมือนเด็กคนอื่น

นอกจากนี้เขายังมีอุปสรรคตรงที่กระดูกสันหลังมีปัญหาตั้งแต่เด็ก ต้องใส่ตัวช่วยบล็อคตลอดเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

โรเบิร์ตสัน จึงไม่ได้เข้าสู่อะคาเดมี่เพื่อปูพื้นฐานให้แน่น แต่ในระดับโรงเรียนแล้วโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ จนได้รับปลอกแขนกัปตันทีม

ไม่นานนักมีแมวมองมาแนะนำให้ลองไปคัดตัวกับเซลติกดู ตอนนั้นเขาเนื้อเต้นระริก ความฝันทำท่าจะเป็นจริงแล้ว

แต่ยังไม่ทันไรก็พังครืนถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา ด้วยเหตุผลตัวเล็กเกินไป ไม่มีทางเป็นนักเตะอาชีพระดับสูงได้เลย

เวลานั้น โรเบิร์ตสัน อายุ 15 ปีแล้วเขาเสียใจอย่างหนัก แทบจะกลับมาตั้งหลักไม่ได้ คิดอยู่เสมอว่าทำไมถึงโชคร้ายเหลือเกิน

ปี 2009 เขาระเห็จเซ็นสัญญากับควีนส์พาร์คสโมสรเล็กๆในดิวิชั่น 3 ของสก๊อตแลนด์ โดยที่ต้องเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยควบคู่ไปด้วย ส่วนอีกด้านก็ต้องทำงานเป็นพนักงานของสโมสร

เขาทำหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นโอเปอเรเตอร์คอยรับโทรศัพท์ รับจองตั๋วเกมหรือคอนเสิร์ตต่างๆหากมีจัดขึ้นที่สนาม


พูดง่ายๆอะไรที่เป็นช่องทางหาเงินได้ โรเบิร์ตสัน ไม่เคยเกี่ยงงอนเลย

เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงแค่ชีวิตตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องคอยจุนเจือดูแลน้องชายอีก

เงินที่ได้มาก็น้อยมากอยู่แล้ว กระเบียดกระเสียดยังไงก็ยากที่จะประคับประคองให้ตลอดรอดฝั่งไปได้

ตอนปี 2012 อาการท้อแบบสุดขีดพุ่งชนความรู้สึกอย่างจัง เขาเลยโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ประมาณว่ารู้สึกชีวิตไม่มีคุณค่า มันคงดีกว่านี้หากได้งานดีๆทำ

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานนักโชคชะตาก็เริ่มเป็นใจให้

ควีนส์พาร์คที่ประสบปัญหาขาดนักเตะหลายคน เรียกตัวเขามาช่วยทีมในช่วงต้นซีซั่น 2012/13

โรเบิร์ตสัน ได้ประเดิมในศึกสก๊อตติช ชาลเลนจ์ คัพก่อนยิงจุดโทษโค่นเบอร์วิค เรนเจอร์สลงได้สำเร็จ

ฟอร์มของเขาดีเกินคาด จึงได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่อง กระทั่งเป็นตัวหลักและมีส่วนสำคัญนำควีนส์พาร์คจบอันดับ 3 ของลีก


เมื่อผลงานเป็นที่ประจักษ์ ประตูโอกาสจึงเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆแล้วในฤดูร้อนปี 2013 ดันดี ยูไนเต็ดสโมสรระดับลีกสูงสุดหรือสก๊อตติช พรีเมียร์ดึงเขากับ ไอแดน คอนนอลลี่ ไปร่วมทีมด้วย

ภายใต้การคุมทีมของ แจ็คกี้ แม็คมานาร่า ยิ่งช่วยผลักดัน โรเบิร์ตสัน ให้พุ่งไปข้างหน้ามากกว่าเดิม

เท้าซ้ายอันหนักหน่วงแม่นยำทำงานอย่างต่อเนื่อง ช็อตซัดเต็มข้อระยะ 22 หลาช่วยทีมตีเสมอมาเธอร์เวลล์ 2-2 เด็ดขาดงดงาม เรียกเสียงครางฮือจากแฟนทั้งสนาม

ดันดี ยูไนเต็ดไม่รอช้ารีบมัดก่อนทันที ขยายสัญญายาวถึงปี 2016 ก่อน โรเบิร์ตสัน จะถีบตัวเองขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายแถวหน้าของลีก

จบฤดูกาลนั้นเขาได้รับการโหวตคว้ารางวัลแข้งดาวรุ่งแห่งซีซั่น รวมถึงติดทีมยอดเยี่ยมพีเอฟเอของสก๊อตติช พรีเมียร์ลีกด้วย

ชีวิตพลิกผันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในเวลาแค่ 2 ปี

---------------------


ซัมเมอร์ 2014 มีข้อเสนอมากมายเข้ามายังดันดี ยูไนเต็ด ก่อนจะตอบรับ 2.85 ล้านปอนด์ของฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเพิ่งขึ้นชั้นมายังพรีเมียร์ลีก

สแตน เทอร์เนนท์ แมวมองเล่าให้ฟังว่า โรเบิร์ตสัน เป็นพวกนักเตะบ้าพลังวิ่งพล่านไม่หมด แต่ยังไม่ค่อยปราดเปรื่องเท่าไรนัก ต้องเรียนรู้อีกพอสมควร

ฤดูกาลแรกต้องเข้าออกระหว่างตัวจริงกับสำรอง ไม่ค่อยมีบทบาทอะไรนัก จนเดอะ ไทเกอร์สตกชั้นกลับไปสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ มีเวลาอยู่บนลีกสูงสุดแค่ 1 ฤดูกาลเท่านั้น

อย่างไรก็พอร่วงมาอยู่ลีกรอง จึงได้รับความไว้วางใจมากขึ้น ก้าวขึ้นเป็นคีย์แมนลงเล่นทุกรายการถึง 52 นัด พร้อมกลับนำไอ้เสือเผ่นขึ้นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง


แม้จะได้ยืดในลีกสูงสุดอีกปีเดียว แต่เมื่อลิเวอร์พูลพร้อมจ่ายถึง 8 ล้านปอนด์แลกไป มันทำให้เขายังได้อยู่พรีเมียร์ลีกต่อ

ตอนนั้น โรเบิร์ตสัน รู้สึกว่าชีวิตยิ่งกว่าความฝัน

นี่ไม่ใช่เซลติกแต่คือลิเวอร์พูล

-----------------------

ช่วงแรกที่แอนฟิลด์ไม่ง่ายอย่างที่คาดไว้อยู่แล้ว โรเบิร์ตสัน ต้องปักก้นบนม้าสำรองส่วนใหญ่

เขายอมรับสภาพเพราะฝีเท้าของ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ เจ๋งกว่าจริง นั่นทำให้ต้องยิ่งฉุดตัวเองให้พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ

กระนั้นโชคยังยืนอยู่ข้างๆ เพราะหลังจากแบ็กซ้ายสเปนบาดเจ็บ โรเบิร์ตสัน ก็ได้รับโอกาส

คราวนี้เขาจองแบบยาวๆ ไม่ปล่อยให้หลุดอีกแล้ว

พละกำลังที่เหลือเฟือ ความขยันมุ่งมั่น พร้อมรับบัญชาจากเจ้านายไม่อิดออดคือคุณสมบัติหลักที่ผลักไปข้างหน้า

การได้ลงเล่นเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมันเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้มากนัก แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เรอัล มาดริดก็ตาม


แต่ซีซั่น 2018/19 หัวใจนักสู้ของ โรเบิร์ตสัน ก็ได้รับรางวัลตอบแทนอย่างคุ้มค่าด้วยแชมป์ยุโรปและรองแชมป์พรีเมียร์ลีก

เขาเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ช่วยให้แนวรับลิเวอร์พูลแกร่งราวภูผาหิน เสียในลีกเพียงแค่ 22 ประตู จนติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ

นอกจากนี้ยังมีชื่อ 11 คนแรกยอดทีมของยูฟ่าอีกต่างหาก เพราะตำแหน่งแบ็กซ้ายไม่มีใครโค่นเขาได้เลยจริงๆ

ทำงานหนักจนพิสูจน์ตัวเองถึงขนาดนี้ เขาควรถูกยอมรับและไปอยู่ในหัวใจของเดอะ ค็อปไม่ใช่หรือ?

แต่บางทีอาจไม่ใช่แฟนหงส์ทุกคนที่คิดเช่นนั้น

----------------------


เมื่อคืนวันอังคาร โรเบิร์ตสัน พลาดท่าเข้าบอลจังหวะไปขวาง โฆเซ่ กาเยฆ่อน ปีกขวานาโปลีจนเสียจุดโทษ

แม้จังหวะนั้นจะค้านสายตาใครต่อใครไม่น้อย แต่ผู้ตัดสินมองว่าสัมผัสโดนตัวจริง ก็ไม่ได้เปลี่ยนคำตัดสินต่อให้มีวีเออาร์ช่วยเป็นอีกตาก็ตาม

ดรีส เมอร์เท่นส์ สังหารไม่พลาด ก่อนหงส์แดงจะเป๋แล้วมาโดนอีกประตูในช่วงทดเวลาจาก เฟร์นานโด ยอเรนเต้

หลังจากนั้นไม่นานแอคเคาท์ทวิตเตอร์ของเขาก็มีแฟนบางคนซึ่งคาดว่าเป็นลิเวอร์พูลนี่แหล่ะ โพสต์ตำหนิว่าเป็นต้นเหตุนำความพ่ายแพ้มาให้

"ไปเรียนรู้เรื่องจังหวะเข้าสกัดบอลหน่อยมั๊ย โง่มากๆ"

"อย่างแกควรไปจ้ำจี้กับแพะน่าจะเหมาะกว่าเล่นบอลนะ"

"ร็อบโบ้ นายต้องปรับปรุงแล้ว ฟอร์มต่างจากฤดูกาลก่อนมากๆ"

ภายหลัง โรเบิร์ตสัน ต้องตัดสินใจปิดบัญชีทวิตเตอร์ ซึ่งคาดว่าไม่อยากเห็นข้อความทำนองนี้อีก


ถ้าวัดจากความรู้สึกแล้ว เดอะค็อปไม่น้อยผิดหวังมากที่แพ้ เพราะทีมอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักลากยาวมาต่อเนื่องจากซีซั่นก่อน แถมมีดีกรีแชมป์เก่าด้วย

พอปราชัยขึ้นมา แรงโกรธและไม่พอใจจึงทวีกว่าเดิมอย่างช่วยไม่ได้

นอกจากนี้ช่องทางในการติดต่อกับผู้เล่นยุคนี้ง่ายเหลือเกิน โลกโซเชี่ยลแค่ลัดนิ้วมือสำหรับการสื่อสารถึงกัน

อย่างไรก็ตามเหมือนอย่างที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าไว้ไม่ว่าอย่างไรลิเวอร์พูลก็ต้องแพ้ ใครจะชนะไปได้ตลอด

ประเด็นคือควรมองผลงานโดยรวม ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไรเลย ฟุตบอลสูสีมันก็อย่างนี้แหล่ะ บางครั้งไม่ใช่ถูกตัดสินแค่ฝีเท้าอย่างเดียว โชคหรือจังหวะจะเป็นตัวแปรด้วย

เหนืออื่นใดคือทำไมไม่นึกถึงสิ่งที่ โรเบิร์ตสัน ทำเพื่อทีมไว้ก่อนหน้านี้ ทุ่มเทสุดพลังแค่ไหน

แล้วควรจำไว้ด้วยว่าคนที่ทำงานหนัก ไม่มีทางเลี่ยงความผิดพลาดไปได้เลย


แพ้อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องหาแพะเพื่อระบายอารมณ์หรอก แทนที่จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น กลับฉุดดึงให้แย่หนักไปกว่าเก่าอีก

กระนั้นบางทีที่ โรเบิร์ตสัน ตัดสินใจปิดทวิตเตอร์ ไม่ได้หวั่นไหวกับคำด่าอะไร

แต่อาจจะทนไม่ได้ตอบโต้ลงไปแล้วจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ดราม่ามากันเต็มๆ

เพราะย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าเขาเคยระบายชีวิตบัดซบผ่านโซเชี่ยลมาแล้ว

เราจะเป็นนายหรือทาสมันไปลองคิดดูเอา

ไม่ว่าคุณจะพบมาสักกี่ความท้อแท้ ความผิดหวัง แต่ที่นี่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าโอกาส ลองมาดู Sbobet777 ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคุณ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99


Facebook Comment