breadcrumb symbol ข่าว

[ #ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ]

อัพเดตเมื่อ : September 22, 2019 1:38am โดย : admin

26 พฤศจิกายน 2005 ที่เอสตาดิโอ ดอส อัฟลิตอสในเมืองเรซิเฟ่ของบราซิลเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น

มันเป็นเกมเพลย์ออฟของซีรี่ส์ บีหรือลีกรองแดนแซมบ้า เพื่อแย่งตั๋วใบสุดท้ายขึ้นสู่ซีรี่ส์เอ

เกรมิโอเป็นฝ่ายไปเยือนเนาติโก้ แม้ชื่อชั้นเหนือกว่าก็จริง แต่เสียเปรียบเรื่องบรรยากาศและสภาพแวดล้อม


เกมเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเล่นกันดุเดือดอย่างมาก ยิ่งเกรมิโอด้วยแล้วนักเตะบางคนเตะโหดแบบไม่ปราณี

นาทีที่ 78 ต้องเหลือแค่ 10 คน อเลฮานโดร เอสกาโลน่า ปีกชาวชิลีโดนสองใบเหลือไล่ออกไปอาบน้ำก่อนใคร

จากนั้นอีก 2 นาทีถัดมาเกิดความวุ่นวายระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม ก่อนผู้ตัดสินจะควักใบแดงไล่ ปาทริซิโอ , นูเนซ และ โดมิงโกส ออกทันที

ทั้งหมดคือแข้งของเกรมิโอ นั่นหมายความว่าทีมเยือนเสียเปรียบเต็มพิกัดในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เพราะเหลือผู้เล่นแค่ 7 คน

แม้จะต้องโดนกดดันตลอด แต่ทุกคนมุ่งมั่นต้านกันสุดพลัง ก่อนจะยันได้ใน 90 นาที 0-0

อย่างไรก็ตามยังเหลืออีก 30 นาทีที่ต้องสู้กันในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ประเมินดูแล้วต่อให้อุดเก่งแค่ไหน เอารถบัสมาจอดขวางอย่างไร ก็ยากที่จะต้านอยู่ ตัวผู้เล่นน้อยกว่าถึง 4 คน มองมุมไหนก็รอดยาก

นักเตะเอาท์ฟิลด์ทั้ง 6 คนของเกรมิโอ ถอยลงไปตรึงกันหน้าประตูตัวเอง ในขณะที่เนาติโก้โหมเข้าใส่อย่างหนัก เหมือนเสือร้ายกำลังล่าเจ้ากวางน้อย



โดนขย้ำแน่ รอแค่ว่าจะวิ่งหนีได้นานเท่าไรแค่นั้น

เจ้าบ้านลุยใส่เฉี่ยวไปเฉียดมา ทางฝั่งเกรมิโอก็รวมพลังฮึดเหมือนว่าเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

15 นาทีแรกพวกเขายังตรึงกันได้อยู่ เหลืออีกครึ่งดูแล้วก็ยังยากอยู่ดี

อย่างไรก็ตามเปิดฉากครึ่งหลังของการต่อเวลาได้แค่นาทีเดียว นักเตะสำรองซึ่งลงมาในนาที 60 ชื่อ อันแดร์สัน ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงเมื่อเลี้ยงจากกลางสนามฝ่าผู้เล่นเนาติโก้ ก่อนหลุดเข้าไปยิงให้เกรมิโอพลิกนำ 1-0

เวลาที่เหลืออีกราว 14 นาที แข้งทีมเยือนทุกคนลงไปอยู่ในกรอบเขตโทษตัวเอง สกัดกั้นป้องกันกันอย่างเต็มที่ เวลาทุกวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า

แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำได้ เกรมิโอเชือด 1-0 ใน 120 นาทีคว้าสิทธิ์ขึ้นสู่ซีรี่ส์เอราวกับปาฎิหาริย์

แมตช์นี้ถูกเรียกว่า "Batalha dos Aflitos" ในพากย์บราซิลหรือ "ชัยชนะที่น่าเหลือเชื่อที่สุด"

และ อันแดร์สัน ไอ้หนูวัยเพียงแค่ 17 ปีกลายเป็นฮีโร่เพียงแค่ข้ามคืน ชื่อของเขาตกอยู่ในความสนใจอย่างมาก

มกราคม 2016 หรืออีกเดือนเศษๆต่อมา ปอร์โต้ซึ่งมีทีมแมวมองคอยส่องผู้เล่นดาวรุ่งในแถบอเมริกาใต้อยู่แล้ว ยื่นข้อเสนอ 7 ล้านยูโรคว้าตัวไปร่วมทีมอย่างรวดเร็ว


อันแดร์สัน ลงเล่นให้ยักษ์ใหญ่โปรตุเกสแค่ 21 นัด พอฤดูร้อน 2007 ก็ขายต่อให้แมนฯยูไนเต็ดด้วยราคา 30 ล้านยูโร

กำไรเน้นๆตามสไตล์ 23 ล้านยูโร

ซื้อมาถูก ขายไปแพง ปอร์โตอยู่ได้เพราะแนวทางการทำธุรกิจที่ฉลาดอย่างนี้แหล่ะ

----------------------

"ถ้าผมไม่เล่นฟุตบอล บางทีตอนนั้นอาจเสียชีวิตไปเหมือนพวกเพื่อนๆแถวบ้านแล้วก็ได้"

"คุณมีทางเลือกแค่สองอย่างเท่านั้นระหว่างฟุตบอลกับยาเสพติด ซึ่งเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่เลือกอย่างหลัง"

อันแดร์สัน เคยเปิดใจถึงชีวิตวัยเยาว์ไว้เช่นนี้ ก่อนฟุตบอลข้างถนนจะช่วยหล่อหลอมให้เกิดความหลงใหล กระชากหลุดออกมาจากวงจรอุบาทว์นั้นได้

ด้วยวัย 19 ปีมันช่างน่าตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ย้ายมาเล่นกับสโมสรดีสุดในพรีเมียร์ลีกเวลานั้น


เขาย้ายมาในช่วงเวลาเดียวกับ นานี่ ปีกดาวโรจน์ชาวโปรตุกีส แม้จะมาจากคนละประเทศแต่พูดภาษาเดียวกัน จึงไม่มีกำแพงเรื่องการสื่อสาร

นอกจากนี้ยังได้ คาร์ลอส เคยรอช ผู้ช่วย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คอยดูแลอีกแรงด้วย

แต่พี่เลี้ยงตัวจริงคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งเปิดอ้อมแขนต้อนรับน้องทั้งสองคนด้วยความเต็มใจ

ด้วยความที่อยู่มาก่อน 3 ปีเต็มๆ โรนัลโด้ จึงคอยแนะนำการใช้ชีวิตในอังกฤษ

แต่เหตุการณ์สำคัญซึ่งนักข่าวไปสอดแนมจนได้ข้อมูลมาก็คือ โรนัลโด้ เปิดบ้านพักส่วนตัว พาน้องๆไปฉลองกันอย่างเต็มคราบบริเวณริมสระน้ำ

มีการเรียกนางแบบสาวมาบริการด้วย ทันทีที่ อันแดร์สัน เห็นก็คึกคักอย่างมาก ตะโกนอยู่ตลอดเวลาว่า "ฟักๆๆๆๆๆๆ" เพราะตอนนั้นสปีกอิงลิชยังไม่ค่อยคล่อง

ชั่วเวลาเพียงแค่ 2 ปีเศษๆ ชีวิต อันแดร์สัน เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนักเตะวัยละอ่อนที่บราซิลรับค่าจ้างแค่ไม่กี่ร้อยปอนด์ต่อสัปดาห์ มาอยู่แมนฯยูไนเต็ดฟันไม่น้อยกว่า 20,000 ปอนด์


เขาจึงหลงระเริงไปกับเงินทอง ชื่อเสียง สิ่งยั่วเย้าต่างๆ จนทำให้สภาพร่างกายไม่ค่อยพร้อมจะลงเล่นหรือฟิตอย่างเต็มที่นัก

บางครั้งก็บาดเจ็บง่ายเกินไป แม้จะได้รับคำเตือนจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ดูแลตัวเองบ้าง เขาก็รับฟังเพียงแต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม

ต่อให้เบสิกทักษะแน่นตามสไตล์แข้งบราซิเลี่ยน หัวจิตหัวใจหาญกล้าไม่กลัวใคร เคยประจันหน้ากับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันมาแล้วในเกมแดงเดือด

เพราะชีวิตเฉียดความตายมาแล้ว อันแดร์สัน จึงไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น

ช่วงพีกสุดเห็นจะเป็นปีแรกที่ย้ายมาปีศาจแดงนั่นแหล่ะ จนได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของตุ๊ตโต้สปอร์ตสื่อดังของอิตาลีในปี 2008

อย่างไรก็ตามเขาโดนวิจารณ์ไม่น้อยว่าไม่เหมาะสมเท่าไรนัก หากไม่ใช่เล่นกับแมนฯยูไนเต็ดคงไม่ได้รับเลือก

จากนั้นไฮไลต์ของการเป็นนักเตะอาชีพคงอยู่ที่มีส่วนร่วมในการยิงจุดโทษตัดสิน ผลักดันให้แมนฯยูไนเต็ดล้มเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2008 มาครองได้


กระนั้นแม้จะมีปัญหาเรื่องความประพฤติ ทว่า เฟอร์กี้ ชอบลูกทีมรายนี้มากๆและเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนนิสัยได้จะมีประโยชน์กับทีม

เขาจึงได้รับสัญญาฉบับใหม่ในปี 2011 ซึ่งจะทำให้อยู่โยงยาวถึงปี 2015

แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น หากไม่บาดเจ็บก็เป็นตัวสำรอง ตลอด 4 ปีที่เหลือเล่นไปเพียงแค่ 50 กว่านัดเท่านั้น จนสัญญาหมดและถูกปล่อยตัวในฤดูร้อน 2015

มีช่วงสั้นๆที่ส่งให้ ฟิออเรนติน่า ยืมตัวใช้งาน แต่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

พูดได้ว่า 7 ปีครึ่งที่แมนฯยูไนเต็ด เขาล้มเหลวในแง่ของการมีส่วนร่วมกับทีมและความคาดหวัง

แต่ชื่อยังขายได้เมื่ออินเตอร์นาซิอองนาลจับเซ็น 4 ปีครึ่ง คว้าตัวกลับไปเล่นในบ้านเกิดอีกครั้ง

---------------------

มาริโอ ซากัลโล่ อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลที่เคยเรียก อันแดร์สัน ติดธงหนึ่งนัด พูดถึงนักเตะรายนี้ว่า

"เราไม่เถียงในเรื่องคุณภาพของเขาที่จะก้าวไปเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่ทัศนคติฉุดไม่ให้ไปถึง"



ราว 3 ปีก่อน อันแดร์สัน ถูกส่งเป็นตัวจริงลงเล่นในศึกโกปา ลิเบอร์ตาดอเรส แต่อยู่ในสนามได้เพียงแค่ 37 นาทีก็ส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวออก เพราะหายใจไม่ทัน

เขาต้องออกไปข้างสนามเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ มันเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก

เกมนั้นเล่นกับเดอะ สตรองเกสต์สโมสรของโบลิเวียซึ่งสนามอยู่ในกรุงลา ปาซ สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 3,500 เมตร ทำให้อากาศเบาบาง หายใจติดขัดลำบาก

แต่ในเมื่อแข้งคนอื่นยังวิ่งไหว นั่นมันสะท้อนเลยว่า อันแดร์สัน ไม่อยู่ในสภาพที่ฟิตมากพอ

แม้จะได้ลงเล่นทุกรายการ 88 นัดใน 2 ฤดูกาล รวมทั้งโดนปล่อยให้กอริติบ้ายืมตัว แต่สุดท้ายเขาก็ถูกปล่อยตัว กลายเป็นฟรีเอเจ้นต์

ฤดูร้อน 2018 ตัดสินใจไปหากินต่างแดนอีกครั้ง เซ็นสัญญากับอดาน่า เดเมียร์สปอร์สโมสรในระดับดิวิชั่น 2 ของตุรกี

เล่นไปได้ 14 นัด ทางสโมสรก็แถลงว่ากองกลางบราซิเลี่ยนไม่อยู่ในแผนสร้างทีมของโค้ชแล้วและได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดทันที ก่อนหันไปรับบทผู้ประสานงานนักเตะต่างชาติของทีมแทน


อันแดร์สัน ยอมลดค่าจ้างจากปีละ 6 แสนยูโรเหลือแค่ 2 แสนเท่านั้น ซึ่งคงไม่มีทางเลือกดีกว่านี้แล้ว

การเลิกเล่นในวัยเพียงแค่ 31 ปี น่าจะพอบอกได้ว่าสภาพร่างกายเขาแย่แค่ไหน ไม่อาจยืนหยัดในฐานะนักเตะอาชีพได้อีกต่อไป

เขาเป็นอีกราย ที่หลายคนบอกว่าน่าเสียดาย หากอยู่ในลู่ในทาง ไม่ใช้ชีวิตหนักหน่วงนัก คงประสบความสำเร็จมากกว่านี้

แต่หากไม่คิดอะไรมาก มองย้อนกลับไปพารากราฟข้างบน การผ่านยาเสพติดและความตายในช่วงวัยรุ่นได้ มันอาจจะมากพอแล้วในความรู้สึกของเขา

สำหรับบางคนอาจไม่คิดทะเยอทะยานมากไปกว่าความคาดหวังของคนอื่นก็เป็นได้

ส่วนใครทะเยอทะยานที่คิดจะบวก บวก บวก พร้อมกับการบริการที่ไม่ล่าช้าล่ะก็ต้องมานี่เลย Sbobet777 ที่มีทีมงานมืออาชีพเคยรับใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment