ข่าว

[ #ต้นทุนการเป็นมือหนึ่ง ]

อัพเดตเมื่อ : October 04, 2019 12:18am โดย : admin

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพทุกคนแล้ว สิ่งที่พวกเขาเกลียดชังมากสุดน่าจะเป็นความกดดัน

ไม่มีใครอยากเผชิญหน้าด้วย เพราะมันโหดร้าย ยากต่อการรับมือ ส่งผลกับสภาพจิตใจอย่างเดียวไม่พอ ยังลามมาเล่นงานร่างกายซะงอมพระราม

ปาทริช เอฟร่า เคยเล่าให้ฟังว่าหลังย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดได้แค่ 4 วัน เขาถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งลงเป็นตัวจริงทันทีในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้บุกไปเยือนซิตี้

หลังรู้ว่ามีชื่อออกสตาร์ต เอฟร่า กังวลไม่น้อย กินอาหารเช้าไปนิดหน่อยไข่ดาว แฮมและถั่ว แต่ระหว่างนั่งอยู่บนรถรู้สึกมวนในท้องมากๆ ก่อนจะปล่อยของเก่าออกมาล็อตใหญ่

เขาเดินไปบอกเจ้านายว่าไม่น่าจะเล่นไหว แต่ เฟอร์กี้ ไม่สนใจย้ำหลายรอบว่า ลงไปซะและโชว์ผลงานให้ดีที่สุดในตำแหน่งแบ็กซ้าย

แม้จะรู้ว่าสภาพร่างกายคงฝืนลำบาก ทว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จึงลงไปเล่นด้วยการปวดท้อง หูอื้อ ตาลาย คล้ายจะเป็นลม



จังหวะหนึ่งเขาขึ้นปะทะกับผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจนหัวร้างข้างแตก รู้สึกหนักที่ศีรษะ พอได้ยินเสียงนกหวีดยาวส่งสัญญาณพักครึ่ง เขาดีใจมากรีบปรี่เข้าห้องแต่งตัวทันที

ยังไม่ทันเอ่ยปากอะไร เฟอร์กี้ ก็เดินมาบอกว่า พอแล้วแกไม่ต้องเล่นต่อ เดี๋ยวให้คนอื่นลงไปทำหน้าที่แทน

ได้ยินอย่างนั้นรู้สึกโล่งอกก็จริง แต่ในใจเริ่มวิตกว่าตำแหน่งจะมั่นคงแค่ไหนกัน ยังได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นหรือเปล่า

แต่ที่แน่ๆนั่นคืออาการกดดันอย่างหนัก มันเล่นงานจนร่างกายของ เอฟร่า ปั่นป่วนไปหมด

เหมือนเวลาที่เราเครียดอย่างมากแล้วเกิดรู้สึกวิงเวียนอยากอาเจียนหรือที่เรียกว่าเครียดลงกระเพาะ

นี่กระมังคือสิ่งที่ ติโบ กูร์กตัวส์ ได้เจอมาเมื่อคืนวันอังคาร

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่เรอัล มาดริดปักหลักเล่นในบ้านดวลกับคลับ บรูชจากเบลเยี่ยม ตามหน้าเสื่อแล้วราชันยุโรปเหนือกว่าหลายขุม ได้เปรียบเต็มพิกัดน่าจะเป็นฝ่ายไล่บดขยี้ยิงขาดกระจุย

ที่ไหนได้โดนผู้มาเยือนฉีกหนีก่อน 2-0 แม้ทั้งสองตุงจะดูว่าสุดวิสัย แต่ช่วยไม่ได้ที่จะบั่นทอนความรู้สึกของ กูร์กตัวส์ ให้ทรุดหนักลงไปกว่าเก่าอีกหลายเท่า



จากที่จิตใจเปราะบางอันเนื่องมาจากผลงานไม่ดี โดนโจมตีอย่างหนักว่าเสียประตูง่ายกลายเป็นบ่อ แทบไม่มีเซฟเจ๋งๆช่วยป้องกัน

พอจบครึ่งแรกปุ๊บ เสียงโห่ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบวกระหึ่ม โฟกัสใหญ่อยู่ที่ กูร์กตัวส์

อย่างที่บอกไม่ใช่ความผิดเขาโดยตรงก็จริง แต่หลายช็อตและตัวเลขต่างๆมันทำให้ดูหมองมากๆ

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กูร์กตัวส์ ไม่มีคลีนชีตเลย ยามที่ยืนตระหง่านระหว่างสองเสาประตู เพิ่งมารักษาความบริสุทธิ์ไว้ได้เมื่อปลายกันยายนในเกมบุกเข่นเซบีย่า 1-0

ที่หลอกหลอนมากสุดเห็นจะเป็นยูซีแอลนัดแรก ซึ่งบุกไปปารีส แล้วออกมาด้วยความปราชัยย่อยยับ 0-3

สภาพเปแอสเชตอนนั้นไม่ได้ดีไปกว่าสักเท่าไร ขาดทั้ง เนย์มาร์ , คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ เอดินสัน คาวานี่ ประสิทธิภาพเกมรุกย่อมลดลงไปมาก

ลองนึกดูว่าหากอาวุธหนักของฝั่งเจ้าบ้านครบมือจริง กูร์กตัวส์ ไม่อ่วมไปกว่านี้หรือ

59 ประตูที่เสียไปจาก 43 เกมมันเหมือนการตอกหัวตะปูย้ำลงไปอีก จนเกิดคำถามขึ้นว่านี่คือผู้รักษาประตูเวิล์ดคลาสจริงๆหรือ?

แต่เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานก่อนหน้านั้น เราไม่มีทางปฏิเสธได้เลย

ช่วงที่โดนเชลซีปล่อยให้แอตเลติโก้ มาดริดยืมตัวมาเป็นทายาท ดาบิด เด เคอา แม้อายุยังน้อย ไม่กรำและแกร่งสักเท่าไรนัก แต่ก็ฉายแววให้เห็นอนาคตข้างหน้าต้องเป็นจอมหนึบของวงการ



กองเชียร์ตราหมียังจำได้แม่นยำในเกมชิงโกปา เดล เรย์ ซึ่งมาดริดดาร์บี้ เมื่อปี 2013 ซึ่งแอตเลติโก้เฆี่ยนเรอัล 2-1 เป็นชัยชนะเหนือศัตรูร่วมเมืองในรอบ 14 ปี

กูร์กตัวส์ ผงาดคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วยฟอร์มสุดหรูป้องกันประตูช็อตสำคัญหลายจังหวะ

เขากลายเป็นขวัญใจชาวแอตเลติโก้ มีเสียงเรียกร้องให้ซื้อขาดมาจากเชลซี แต่ไม่ง่ายแน่เพราะต้นสังกัดจริงเล็งไว้แล้วว่าต้องดึงกลับไปหลัง ปีเตอร์ เช็ก เปิดหมวกลา

นอกจากนี้ในฟุตบอลโลก 2018 เขายังได้โกลเด้น โกรฟหรือรางวัลถุงมือทองคำมาครอบครอง มันย่อมสะท้อนถึงฟอร์มที่ดีกับทีมชาติเบลเยียม

แต่ทำไมพอย้ายมาเปลี่ยนสวมเสื้อสโมสรจึงแปรสภาพเป็นอย่างนี้?

มันยากเหมือนกันที่จะเจาะจงหรือตอบคำถามได้อย่างชัดเจน

---------------------

ตั้งแต่ย้ายมาจากเชลซีในฤดูร้อนปี 2018 กูร์กตัวส์ ก็ต้องเจอความท้าทายสำคัญ เพราะเจ้าของสัมปทานเดิมคือ เกลอร์ นาวาส นายด่านทีมชาติคอสตาริก้า ซึ่งทำผลงานได้น่าประทับใจ

แชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกันรับประกันได้ดีว่าแน่แค่ไหน แต่เมื่อมองไปที่ชื่อหรือความเป็นบิ๊กเนมแล้ว โปรไฟล์ไม่หรูหราเท่านั้นเอง



ทั้งคู่ขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งกันในซีซั่นที่ผ่านมา ก่อนทางสโมสรจะตัดสินใจเลือก กูร์กตัวส์ ยอมขาย นาวาส ไปให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงเมื่อซัมเมอร์ ท่ามกลางความไม่พอใจของมาดริดิสต้าทั้งหลาย

เพราะเชื่อว่า นาวาส สมควรจะได้อยู่ต่อ ถึงทาง ซีเนดีน ซีดาน จะสนับสนุน แต่แย้งกับท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ซึ่งต้องการความมีชื่อเสียงมากกว่าผลงานในสนาม

แล้วในเกมที่ถูกเปแอสเชต้อน นาวาส นี่แหล่ะที่ลงเฝ้าเสายืนฝั่งตรงข้าม ในความปราชัยเลยโดนเย้ยหนักกว่าเดิมอีก ช่างน่าเจ็บปวดเหลือเกินสำหรับแฟนบอล

อะไรก็ดูไม่เข้าข้าง กูร์กตัวส์ สักอย่าง เพราะพอครึ่งหลังเขาถูกเปลี่ยนออก ให้ อัลฟองส์ อาเรโอล่า ซึ่งยืมมาจากเปแอสเชทำหน้าที่แทน ปรากฏว่าทีมกลับมาตีเสมอ 2-2 รอดตัวอย่างเฉียดฉิว

ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่การเซฟอย่างน่าทึ่งจากลูกยิงของ เดนิส นอกจากจะยัดเยียดความผิดหวังให้ดาวยิงคลับ บรูชรายนี้ชวดทำแฮตทริกแล้ว ยังเป็นการพลิกสถานการณ์ให้มาดริดด้วย

หากนายประตูทีมชาติฝรั่งเศสป้องกันจังหวะนั้นไม่ได้ สกอร์จะขยับเป็น 3-0 ยากเหลือเกินที่ราชันชุดขาวกลับมาสำเร็จ

ไม่ใช่แค่นั้นนับตั้งแต่ อาเรโอล่า ได้ทำหน้าที่ด่านสุดท้ายรวมทั้งสิ้น 135 นาที ไม่เสียประตูเลย

เทียบกับ กูร์กตัวส์ แล้วคนละเรื่องเพราะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.37 ประตูต่อนัด เรียกว่าเยอะมากๆ



ทางมาดริดให้เหตุผลที่เปลี่ยน กูร์กตัวส์ ออกก่อนครึ่งหลังเปิดฉากว่า นักเตะมีอาการปวดท้องขึ้นมากระทันหัน

ไม่มีการอธิบายสาเหตุหรืออาการ แต่คาดว่าคงเครียดมากๆ ร่างกายเลยรวนตามสภาพจิตใจ แบกรับกับความกดดันต่อไม่ไหว

มันไม่แฟร์นักหากจะโบ้ยความผิดให้ กูร์กตัวส์ เพียงคนเดียว จำนวนประตูที่เสียไป นักเตะทุกคนโดยเฉพาะในแนวรับต้องแบ่งกันรับผิดชอบ

เซร์คิโอ รามอส , ราฟาเอล วาราน , ดานี่ การ์บาฆาล หรือ มาร์เซโล่ ซึ่งเป็นตัวหลักแผงแบ็กโฟร์ควรโดนตำหนิด้วย

แต่ความคาดหวังที่สูงลิบ อยากเห็นนายด่านเบลเยียมมีช็อตซูเปอร์เซฟกลับแทบไม่เคยเกิดขึ้น

ยิงมาเท่าไรแทบจะตุงตาข่ายทั้งหมด อย่างนี้หรือผู้รักษาประตูที่ได้รับการยกย่องว่าดีเบอร์ต้นๆของโลก

ตอนนี้จิตใจของ กูร์กตัวส์ คงตกถึงขีดสุด ปัญหาคือจะดึงมันกลับมาได้อีกเมื่อไรกัน

ทางที่ดีคงต้องให้พักไปก่อน ปรับสภาพจิตใจให้ดีกว่านี้ ค่อยกลับมาซ้อมหรือลงเล่น

ดาบิด เด เคอา เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน เมื่อครั้งพลาดในการเล่นให้ทีมชาติสเปน จากมือ 1 ต้องหลุดไปนั่งข้างสนาม

กูร์กตัวส์ ต้องพยายามลุกขึ้นมาแล้วทำความเข้าใจกับสถานะของตัวเองและพื้นฐานแฟนบอลมาดริด เพราะหากให้เลือกแทบทุกคนคงจิ้มไปที่ นาวาส

นอกจากสู้กับแรงกดดันภายในแล้ว ยังต้องต่อสู้กับเสียงของมาดริดิสต้าอีกด้วย

ถ้าใจเปราะคิดยอมแพ้ กูร์กตัวส์ จะกลายเป็นผู้แพ้อย่างเต็มตัวเท่านั้นเอง



"ผมจะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น จากวันแรกที่ดูแย่มาก มาถึงวันที่คุณได้เป็นกัปตันทีมยูไนเต็ด คุณจะมองเห็นคุณค่าของมัน"

นี่คือประโยคของ เอฟร่า หลังจากฮึดสู้ไม่ยอมพ่ายให้กับความกดดันจนกลับมาอย่างสง่างาม

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะช่วงเวลาที่ดีหรือแย่สักแค่ไหน สภาพจิตใจที่แข็งแกร่งจะช่วยให้คุณกลับมาพบช่วงเวลาดีดีได้ ให้ Sbobet777 ช่วยคุณสิ รับรองมอบความตื่นเต้นสนุกเร้าใจ บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment