ข่าว

[ #ปรากฎการณ์8นัด ]

อัพเดตเมื่อ : October 07, 2019 3:35am โดย : admin

พรีเมียร์ลีกผ่านไปแค่ 8 นัด แต่มีหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "มันจบลงแล้ว"

เพราะลิเวอร์พูลทิ้งห่างถึง 8 คะแนน ทันทีที่แมนฯซิตี้พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยอีกครั้งหลังพ่ายวูล์ฟแฮมป์ตันในบ้านตัวเอง

แล้วเกมหงส์กำชัยเหนือเลสเตอร์ ยังได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีก ยิ่งช่วยเสริมแรงฮึกเหิมได้อีกมาก



เกมที่ลิเวอร์พูลควรเสมอกลับชนะ เกมที่แมนฯซิตี้ชนะกลับแพ้

หลังจบเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปฉลองกับเดอะ ค็อป ในสไตล์เฮฟวี่เมทัล สร้างบรรยากาศให้คึกคักเข้าไปอีก

การกลับมาคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทีมสปิริตอันแข็งแกร่งของลิเวอร์พูล

แม้ช่วงหลังฟอร์มจะไม่ค่อยดุดันเร้าใจสักเท่าไรนัก 2 นัดล่าสุดกว่าจะชนะ ต้องลุ้นกันระทึก

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักเตะของลิเวอร์พูลผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อเป็นผู้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ

ในวันที่ฟอร์มไม่พีกยังสามารถคว้าชัยได้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ย้อนไปเมื่อกลางสัปดาห์ แข้งหงส์ออกอาการแผ่วช็อตดื้อๆ ปล่อยให้พลังหนุ่มของซัลซ์บวร์กตามทวง 3-3 ทั้งที่นำก่อนหายห่วง 3-0


อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้ว โม ซาลาห์ ยังยิงประตูชี้ขาดเก็บ 3 คะแนนได้ตามเป้า

ในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ง่ายเลยที่จะกลับมาได้ สภาพจิตใจนักเตะแต่ละคนย่อมมีปัญหา กระนั้นยังเอาตัวรอดสำเร็จ

นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปของหงส์แดงขบวนนี้ ซึ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการเดินต่อไปข้างหน้า

ไม่ใช่แค่สรุปบทเรียนได้อย่างดีเยี่ยมเท่านั้น ลิเวอร์พูลยังมีเทพีแห่งโชคยืนอยู่ข้างๆอีกต่างหาก

ยกตัวอย่างก็ต้องนัดบุกไปเชือดเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-0 ซึ่งมาจากความผิดพลาดมหันต์ของ ดีน เฮนเดอร์สัน รับบอลจากลูกยิงของ จินี่ ไวจ์นัลดุม ลอดตัวเข้าไป

เกมนั้นดาบคู่ควรจะมีสักหนึ่งคะแนนตอบแทนหัวใจนักสู้เป็นอย่างน้อย แต่เมื่อไม่มีสมาธิหรือเยือกเย็นมากพอที่จะรับมือ ก็ต้องถูกลงโทษเป็นธรรมดา

เมื่อพลิกปูมดูยังมีตัวเลขฟ้องอีกว่า ลิเวอร์พูลคือทีมที่ได้ประตูจากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามมากสุด


ตั้งแต่เปิดฤดูกาลที่แล้ว มาจนล่าสุดพวกเขาได้อานิสงส์จากนายด่านคู่ต่อสู้ 8 ประตูด้วยกัน

เก่งไม่พอ ยังมีเฮงมาบวกอีกแรง แล้วใครจะหยุดได้

---------------------

ในขณะที่ลิเวอร์พูลพุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แมนฯซิตี้กลับอยู่ในสถานการณ์ตรงกันข้าม

ปัญหาอาการบาดเจ็บของ อายเมอริก ลาป๊อร์ก และ จอห์น สโตนส์ เริ่มส่งผลให้เห็นแล้ว

เกมแพ้วูล์ฟส์ตอกย้ำความจริงข้อนี้ เหลือเซนเตอร์ฮาล์ฟหลักเพียงแค่คนเดียวคือ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ไม่มีทางรับมือไหวแน่

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองยังไม่กล้าใช้พวกแข้งดาวรุ่งอย่าง เอริก การ์เซีย ด้วยอาจหวั่นว่าไร้ประสบการณ์ในเกมระดับสูง


แต่พอหันมาแก้ไขด้วยการให้นักเตะจากตำแหน่งอื่นไปทำหน้าที่แทน ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร

การที่ต้องมานั่งหาวิธีขันนอตแนวรับทุกนัด อาจนำมาซึ่งความสับสน ไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมอย่างเดียว นักเตะเองก็ด้วยเหมือนกัน

มันเหมือนเป็นการทดลอง แต่เงื่อนไของ เป๊ป ลองถูกได้อย่างเดียวเท่านั้น ห้ามลองผิดอย่างเด็ดขาด

เพราะผิดขึ้นมามันร้ายแรงเกินกว่าจะกลับมาแก้ตัวอีก

นอกจากแนวรับแล้ว การขาดหายไปของ เควิน เดอ บรอยน์ ก็ส่งความเสียหายมาให้ไม่น้อยไปกว่ากัน

ประสิทธิภาพในเกมรุกของซิตี้ ถูกลดทอนลงด้วย ไอเดียหรือการสร้างโอกาสนำไปสู่การได้ประตูเหลือน้อยกว่าเดิม

เราอาจบอกได้ว่าแมนฯซิตี้โชคร้ายในหลายจังหวะ ตั้งแต่เกมเสมอกับสเปอร์สแล้ว

ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องนำมาอ้าง แม้กระทั่งเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บ ต่อให้เป็นคีย์แมนที่ขาดไม่ได้ก็ตาม


สิ่งที่ เป๊ป ต้องทำคือต้องลุกขึ้นมา ไม่มีเวลามานั่งฟูมฟายอีกต่อไป เพราะหากปล่อยให้ช่องว่างถ่างออกเรื่อยๆ จะลำบากในการไล่ตามลิเวอร์พูล

การซื้อผู้เล่นไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในซัมเมอร์ที่ผ่านมา รวมไปถึงความผิดพลาดเลือกใช้เงินก้อนใหญ่กับ โรดรี้ แทนที่จะเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟมีคลาสสักคน

แต่นั่นแหล่ะ เป๊ป จะโทษใครไม่ได้ นอกเหนือจากการวางแผนและตัดสินใจผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น

-----------------------

หลังหมดช่วงทีมชาติหวดกัน ลิเวอร์พูลจะต้องยกพลไปเยือนแมนฯยูไนเต็ด

ในนามแห่งความแดงเดือด ต่อให้ปีศาจแดงจะกระปลกกระเปลี้ยน่าเพลียหัวใจมากแค่ไหน แต่คู่นี้เจอกันยังคงเข้มขลังอยู่เสมอ

อีกทั้งยังมีความสำคัญกับลิเวอร์พูลอย่างมาก เพราะชัยชนะไม่ได้หมายถึงแค่ความสะใจที่เข่นอริตัวสำคัญลงได้


แต่ 3 คะแนนยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นสำหรับการเดินหน้าสู่ความสำเร็จด้วย

เงื่อนไขของลิเวอร์พูลว่ากันตามตรงเสมอก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ คล็อปป์ คงต้องขอบุกมาชนะเท่านั้น

นี่เป็นจังหวะดีมากๆที่จะกดให้แมนฯยูไนเต็ดจมลงอีก ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเล่นเอาแค่แต้มเดียว

นอกจากแดงเดือดแล้ว วันที่ 10 พฤศจิกายนเกมรับมือแมนฯซิตี้ก็เป็นไฮไลต์ด้วยเช่นกัน

ได้เล่นในแอนฟิลด์ก่อนในช่วงที่กุมความได้เปรียบหลายอย่างเอาไว้ ถือว่าโปรแกรมเป็นใจให้ลิเวอร์พูลอีกด้วย

ถ้าเก็บชัยได้ใน 2 เกมดังกล่าวเหนือสองศัตรูแห่งแมนเชสเตอร์ คงไม่มีอะไรขัดขวางหนทางสู่แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี

แม้ตอนนี้ยังต้องรออีกนานกว่าจะถึงพฤษภาคมปีหน้า แต่ตอนนี้ความหอมหวานของเกียรติยศที่รอมานานจ่อรออยู่ที่จมูกแล้ว


ไว้ถึงวันนั้นค่อยๆสูดและเสพกันอย่างเต็มที่เลย

---------------------

คล็อปป์ ออกตัวไว้ก่อนแล้วว่า เส้นทางของซีซั่นยังทอดยาวอีกไกล ไม่มีใครมาสรุปเอาตอนนัดที่ 8 ของฤดูกาลเด็ดขาด

บนพื้นฐานของความไม่แน่นอน เราได้เรียนรู้กันมาแล้วว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอในโลกของฟุตบอล

"เราจะยังไม่พูดถึงเรื่องแชมป์หรอก มีอะไรที่ต้องทำกันอีกเยอะในฤดูกาลนี้"

แม้จะพูดไว้ตามหลักความจริง แต่ข้างในความรู้สึกของเขาคงยอดเยี่ยม จนแทบจะเก็บงำซ่อนเร้นเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว


เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งเกลียดลิเวอร์พูลมากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะเติบโตมาจากการเป็นเอฟเวอร์โตเนี่ยนเต็มขั้น แถมย้ายมาประสบความสำเร็จกับแมนฯยูไนเต็ด ยังฟันธงเลยว่าคราวนี้ไม่รอดหงส์แดงแน่

"ตามความเห็นของผมลิเวอร์พูลแกร่งที่สุดแล้ว พร้อมสรรพทุกอย่าง"
                     
"แม้แมนฯ ซิตี้เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม แต่ผมคิดว่าลิเวอร์พูลพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว"

"ขณะที่ซิตี้ยังอยู่ในระดับที่มีความคงเส้นคงวา ไม่ดีไปกว่าเดิมนัก มีปัญหาอื่นเรื่องบาดเจ็บมาเป็นตัวแปรอีก ดังนั้นผมจึงคิดว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์"

ดาวถล่มประตูเจ้าของยิงสูงสุดทีมชาติอังกฤษ ไม่รีรอที่จะทำนายตั้งแต่ผ่านไปแค่ 8 นัด


และเอาเข้าจริงๆ เขาพูดไว้ก่อนที่ซิตี้จะพลาดท่าในวันอาทิตย์ด้วยซ้ำ

มันน่าทึ่งมากๆ หากจะบอกว่าเป็นปรากฎการณ์คงไม่ผิดนัก เพราะผ่านแค่ 8 นัดเท่านั้น แต่ทุกคนเห็นพ้องกันว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกจะอยู่ในมือลิเวอร์พูล

เชื่อเถอะว่าไม่ใช่เป็นการด่วนสรุปอะไรหรอก แต่ความจริงที่ไม่มีทางปฎิเสธได้เลยก็คือ หงส์แดงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะทำได้ต่างหาก

ไม่มีอะไรมาขางทางลิเวอร์พูลได้อีกแล้ว

ตอนนี้พวกเขาเหลือแค่สู้กับตัวเองเท่านั้น

และถ้าหากใครอยากลองสู้กับตัวเองไปพร้อมๆกับ ลิเวอร์พูล สู่เส้นทางแห่งแชมเปี้ยนส์ล่ะก็ต้องมานี่เลยครับกับ MYSBOBET ที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อตรงนี้เลย https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment