ข่าว

[ #แมนฯยูไนเต็ดจะตกชั้น ? ]

อัพเดตเมื่อ : October 09, 2019 12:13am โดย : admin

ในขณะที่หลายคนมองว่าลิเวอร์พูลจะเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีก ทั้งที่ฤดูกาลเพิ่งผ่านไปแค่ 8 นัด

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีบางคนมองถึงโอกาสตกชั้นของแมนฯยูไนเต็ดได้เช่นกัน

แซม อัลลาร์ไดซ์ อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ของปีศาจแดงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ล้อเล่นอีกต่อไป

มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ช็อกเร้ด อาร์มี่ หากยังไม่แก้ไขหรือปรับจูนไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง



"พวกเขาเคยตกชั้นมาแล้วในปี 1974 ทั้งที่ตอนนั้นมีทีมที่โอเคเลยทีเดียว"

"ดังนั้นมันจึงไม่ได้เกินเลยไปได้ที่พวกเขาจะตกอยู่ในวิกฤต เพราะมีปัญหามากมายรุมเร้า"
 
"ถ้าความเชื่อมั่นยังขาดหายไปแบบนี้ และอาการบาดเจ็บก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน ยังมีเรื่องราวที่รบกวนของ ปอล ป็อกบา ที่ต้องการย้ายทีมอีก เราอาจได้เจอในสิ่งคาดไม่ถึง"

ผ่าน 8 นัดแมนฯยูไนเต็ดเก็บได้แค่ 9 คะแนน ห่างโซนแดงหรือหนีตกชั้นแค่ 2 แต้ม

สถิติอันเลวร้ายต่างๆผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดหลังฝนห่าใหญ่ ทั้งออกสตาร์ตแย่สุดในรอบ 30 ปี ไม่ชนะเกมเยือนทุกรายการ 10 เกมติดต่อกันเทียบปี 1989 หรือโอกาสทำประตูที่น้อยอย่างไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

ไม่มีแนวโน้มหรือสัญญาณเตือนที่ดีขึ้นเลย หลังเกมพ่ายนิวคาสเซิ่ลเมื่อวันอาทิตย์ สถานการณ์ทรุดหนักกว่าเดิม

ทรงบอลที่ไร้มิติ ขาดซึ่งความหวัง นอกจากเรื่องของแท็คติกของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แล้ว ประเด็นนักเตะไม่มีคุณภาพพอก็ยังชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ


รวมถึงปัญหานักเตะบาดเจ็บ พร้อมใจกันขึ้นเตียงพยาบาลมากกว่าอยู่ในสนามซ้อม ยังกัดกร่อนผลงานอย่างหนักด้วย

พร้อมกันนั้นยังเกิดคำถามด้วยว่า นี่เพิ่งต้นฤดูกาลเท่านั้น ทำไมถึงเจ็บกันยกแก๊งอย่างนี้

กระทั่งมีข่าวว่า โซลชา เตรียมจะหาทีมแพทย์ที่มีคุณภาพมาช่วยดูแลร่างกายผู้เล่น เพราะไม่น่าจะแกร่งพอสำหรับฟุตบอลยุคใหม่ที่ต้องใช้ไดนามิกเยอะมาก

นอกจากนี้ความขัดแย้งภายในจนไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาเพื่อมาช่วยงานผู้จัดการทีม เพราะหวั่นอำนาจจะถูกกระจาย ก็ล้วนมีส่วนฉุดผลงานให้ตกต่ำเช่นกัน

ไม่แปลกที่จะมีการย้อนไปยังปี 1974 มองหาประวัติศาสตร์ในเวลานั้น แมนฯยูไนเต็ด บอบช้ำอย่างหนักจนตกชั้น


จากสตอรี่ที่ยังคล้ายกัน ปีศาจแดงเวลานั้นเครื่องรวนเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่เหมือนช่วงที่ยังมี เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ กุมบังเหียนอยู่

ในช่วง 5 ปีมีการปรับผู้จัดการทีม 3 คนด้วยกันจาก จิมมี่ เมอร์ฟี่ ที่รักษาการณ์ , วิลฟ์ แม็กกินเนสส์ วนมา บัสบี้ อีกรอบ แต่สุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แค่ 7 เดือน

จากนั้นทาบทาม แฟร้งค์ โอฟาร์เรลล์ กุนซือไอริชเข้ามา แต่ช่วงหนึ่งปีเศษเปอร์เซนต์ชนะกับแพ้แทบไม่ต่างกันเลย

ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกดึงมาจากทีมชาติสก๊อตแลนด์ในปี 1972 แต่สายเกินไปแล้ว ตอนนั้นเทวดาก็ไม่อาจเยียวยารักษาอาการป่วยไข้เรื้อรังของแมนฯยูไนเต็ดได้

การลงจากเก้าอี้ของ บัสบี้ คือส่วนหนึ่งของเงื่อนปม แต่เมื่อบอร์ดบริหารไม่เน้นเรื่องคนมาแทน คิดว่าใช้ใครก็ได้ เพราะรากฐานแข็งแรงมั่นคงแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่ทุ่มซื้อผู้เล่นที่ควรจะดึงมาเพื่อต่อยอด กว่าจะเฉลียวใจก็ไม่ทันจะแก้ไขแล้ว

เรามองภาพจากปี 1974 มายังปี 2019 คล้ายกันมากๆ จนมีการพูดถึงว่าโอกาสจะเกิดขึ้นอีก ไม่ใช่ไม่มีทางเป็นไปได้

เพราะไม่มีใครใหญ่ค้ำฟ้า ไม่ว่าในโลกฟุตบอลหรือโลกไหนก็ตาม

--------------------

ว่ากันว่าหลัง เฟอร์กี้ รีไทร์ตัวเองแล้ว ปัญหาต่างๆที่ซ่อนเอาไว้ใต้พรม ก็เริ่มผุดขึ้นมา


ไม่ใช่แค่ เฟอร์กี้ คนเดียวเท่านั้น ช่วงต้นปี 2013 เดวิด กิลล์ ซีอีโอคนสำคัญซึ่งทำงานร่วมกันอย่างรู้มือรู้ใจชิ่งไปล่วงหน้าแล้ว

เหมือนว่า เฟอร์กี้ จะเข้าใจสถานการณ์ดี หากไม่มี กิลล์ อีกต่อไป การทำงานคงยากลำบากกว่าเดิม

แม้จะอ้างเหตุผลของการลาอาชีพผู้จัดการทีมว่าต้องการให้เวลากับ เคธี ภรรยาสุดที่รัก แต่วิเคราะห์กันแล้ว ไม่น่าจะใช่ทั้งหมด

เอ็ด วู้ดเวิร์ด ขึ้นมาแทนก็ออกลายทันที ซื้อแข้งใหม่เพียงแค่ มารูยาน เฟลไลนี่ คนเดียวให้ เดวิด มอยส์ ใช้งาน ก่อนจะสอย ฆวน มาต้า มาอีกตอนหน้าหนาว

กุนซือผู้ไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย คุมทีมระดับกลางพาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหนเดียวและได้รับเสียงยกย่องเกินคาด มาทำหน้าที่ในสโมสรใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหวัง


แถมได้ใช้งบประมาณหยิบมือเดียวเสริมกำลังพล ผลเลยออกมาเป็นอย่างนี้

ไม่มีความจริงใจจากบอร์ดบริหาร ซึ่งมองที่ตัวเลขผลประโยชน์มาก่อน หลังจากถีบส่ง โชเซ่ มูรินโญ่ พวกหัวรั้นไม่ยอมงอออกไปเรียบร้อย

การแต่งตั้ง โซลชา ที่หัวอ่อนมาทรงว่านอนสอนง่าย ย่อมลดแรงเสียดทานได้มากขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักความจริง

เพียงแค่ โซลชา ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำทีมว่าเน้นใช้เด็กจากอะคาเดมี่ เพื่อความมั่งคั่งมั่นคงในแบบระยะยาว บอร์ดดูจะเห็นดีเห็นงามด้วยทันที

เพราะไม่ต้องใช้งบมหาศาลเหมือนยุค หลุยส์ ฟานกัล หรือ มูรินโญ่ ซึ่งเน้นการซื้อ ด้วยเข้าใจดีถึงความคาดหวังแบบด่วนได้ของกองเชียร์

แน่นอนในช่วงยิ่งแย่ เรื่องราวในมุ้งก็ถูกขุดคุ้ยมาสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ สื่อล้วนชอบทำนองนี้อยู่แล้ว

เดอะ มิร์เรอร์ ยังแฉอีกว่าระหว่างเกมกับนิวคาสเซิ่ล โซลชา ออกมายืนข้างสนามตะโกนสั่งให้ อันเดรียส เปเรยร่า รีบบอก สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด รีบถอยลงมาช่วยเกมรับ เห็นแววโดนโต้กลับเล่นง่ายได้ง่าย

แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จนนำมาไปสู่การเสียประตูและความพ่ายแพ้

แม้จะไม่มีการยืนยันว่านักเตะเชื่อฟังและมั่นใจในตัวผู้จัดการทีมมากขนาดไหน ทว่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นจำต้องย้อนมาดูกันเพื่อแก้ไข


เพราะดูเหมือนว่า โซลชา จะคอนโทรลนักเตะไม่ได้ทั้งหมด เกิดคลื่นใต้น้ำขึ้น จากความไม่ไว้ใจบอสตัวเองอีกต่อไป

หลังจบเกม ดาบิด เด เคอา ซึ่งเปรียบเสมือนแข้งอาวุโสของทีมและรับค่าเหนื่อยปีละ 19 ล้านปอนด์จากสัญญาใหม่ ออกมาเขย่าทีมตัวเองด้วยคำพูดอย่างไม่สมควร

"นี่คือช่วงเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ผมย้ายที่นี่เลย"

เด เคอา ย้ายมาในปี 2011 รวมแล้ว 8 ปีด้วยกัน เขาพูดไม่ผิดหรอก มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ควรเก็บไว้ในใจก่อน ไม่ใช่มาโอดครวญออกสื่อ

พอล อินซ์ ออกมาวิจารณ์พฤติกรรมของผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในฐานะแข้งหลักควรจะกระตุ้นดังๆให้ทุกคนได้ยินกัน ไม่ใช่มาออกอาการท้อแท้ เหมือนบอกว่าไม่ไหวแล้ว ทั้งที่กินค่าจ้างมากสุดในทีม

ในสนามว่าแย่อยู่แล้ว บรรยากาศข้างในก็ร้อนแรงดุเดือด จนโกลาหลวุ่นวายไปหมด

โซลชา อยู่ในสถานะน่าเห็นใจก็จริง แต่หากเขายังคิดเปลี่ยนแปลงทีมด้วยการใช้แค่คำพูดอย่างเดียว จะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน

เช่นเดียวกับบอร์ดบริหารลำพังการแถลงผลกำไรที่มากกว่าทีมไหนทั้งหมด รายรับมีเงินไหลเข้าคลังจนเป็นสถิติ มันเหมือนผักชีโรยหน้ามากกว่า


ต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า การเงินยังแข็งแกร่ง เรื่องอื่นก็จะไร้ปัญหา ทุกอย่างแก้ได้ด้วยเงิน

แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย การเข้าออกของผู้เล่นไม่ได้เกิดความสมดุลสักนิดเดียว

ประมวลดูทุกด้านแล้ว ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมองเรื่องตกชั้นกัน ฝันร้ายเมื่อปี 1974 จะกลับมาหลอกหลอนอีก

แมนฯยูไนเต็ด อาจเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้ใหญ่เกินกว่าจะตกชั้นไม่ได้

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเป็นสโมสรใหญ่ที่อาจจะกำลังตกชั้นแต่เว็บไซด์ใหญ่ๆที่ไม่เคยตกเทรนและไม่หายไปไหนต้องนี่เลย MYSBOBET ที่อยู่คงกระพันมานาน ติดต่อตรงนี้เลย https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment