ข่าว

[ #ในนามแห่งสุภาพบุรุษ ]

อัพเดตเมื่อ : October 09, 2019 11:44pm โดย : admin

แค่อายุ 18 ปี บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก็ได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่บาเยิร์น มิวนิค

ภายใต้การคุมทีมของ อ๊อตมาร์ ฮิทช์เฟลด์ เขาถูกจับไปยืนเป็นตัวริมเส้นด้านขวา

ไม่ใช่เพราะความคล่องตัว มีสปรินท์ที่ดีเยี่ยมหรือปราดเปรียวเป็นลิงลม แต่คุณสมบัติเปิดบอลแม่นยำ ด้วยสายตาที่แหลมคมต่างหาก

ฮิทช์เฟลด์ ดึงจุดแข็งตรงนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่ง ชไวนี่ ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ


กระนั้นหลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าตอนซ้อมกับพวกรุ่นพี่ครั้งแรก เขาถูกจับมายืนแบ็กซ้าย ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดเลย ลำพังสัมผัสบอลด้วยเท้าซ้ายก็เทียบขวาไม่ได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ชไวนี่ ปรับตัวได้เก่งมาก เรียนรู้เร็ว มีไอคิวเป็นเลิศเมื่ออยู่ในสนาม

แล้วพอ หลุยส์ ฟานกัล ที่สร้างปรากฏการณ์นำทีมเล็กๆอย่างอาแซด อัลค์มาร์ผงาดแชมป์เอเรดิวิซี่หรือลีกสูงสุดของฮอลแลนด์ เข้ามารับงานต่อจาก จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ในปี 2009 ความเปลี่ยนแปลงมาเยือน ชไวนี่ อีกครั้ง

เพราะไม่นานนักเขาถูกจับมาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง โดยกุนซือดัตช์มองว่าสกิลแน่นปึ้ก ให้บอลง่ายๆแต่เต็มไปด้วยความฉลาด น่าจะเหมาะกับพื้นที่ตรงนี้

ปรากฏว่าฟอร์มโดดเด่นมากๆ อานิสงส์ส่งตรงถึงทีมชาติเยอรมันที่จับเอาเขาไปเล่นในตำแหน่งนี้ด้วย

แม้ ฟานกัล จะโดนบอร์ดบริหารของบาเยิร์นอัปเปหิในปี 2011 เพราะหัวดื้อรั้นไม่ค่อยฟังใคร บวกกับผลงานไม่น่าประทับใจ

แต่อย่างน้อยได้ทิ้งมรดก ชไวนี่  ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งดีสุดสร้างไว้กับเสือใต้


กระทั่ง ฟานกัล ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดในฤดูร้อนปี 2014 แผนการจะดึง ชไวนี่ มาร่วมงานอีกครั้งเริ่มขึ้น

ปีแรกหลายอย่างยังติดขัด เพราะเจรจาซื้อผู้เล่นจากบาเยิร์นไม่มีง่ายอยู่แล้ว อีกทั้ง ชไวนี่ ยังลงเล่นทุกรายการตลอดซีซั่น 2013/14 ถึง 36 นัดด้วยกัน

แต่หลังจากนั้นเขาเริ่มโดนอาการบาดเจ็บคุกคามมากขึ้น ไม่ค่อยได้ลงอย่างต่อเนื่อง แถมฟอร์มไม่ดีเหมือนอย่างเคย เริ่มโรยตามสังขาร

ชไวนี่ เล่นไปเพียงแค่ 28 นัด เป็นตัวสำรองอีกไม่ใช่น้อย ฉะนั้นพอบอร์ดเสือใต้ได้รับข้อเสนอจากแมนฯยูไนเต็ด จึงมีท่าทีเปลี่ยนไปพร้อมกางโต๊ะคุยด้วย

ชไวนี่ จึงได้ย้ายมาด้วยค่าตัวราว 14.5 ล้านปอนด์ รับค่าจ้างปริ่ม 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยกัน

ในฐานะกัปตันทีมชาติเยอรมัน ชื่อชั้นของเขายังคงขายได้ แต่บาเยิร์นนั่นแหล่ะที่รู้ความจริงว่าคืออะไร

-------------------------

ฤดูกาลแรกกับปีศาจแดง ชไวนี่ ได้เล่นในพรีเมียร์ลีกไปแค่ 18 นัดเท่านั้น นอกจากมีเจ็บกระปริดกระปรอยแล้ว ยังมีติดโทษแบนมาคั่นจังหวะด้วย

แต่เหนืออื่นใดคือเขายังไม่อาจผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นเสาหลักในแผงมิดฟิลด์อย่างที่คาดหวังเอาไว้


ฟานกัล ถึงกับเคยบ่นออกสื่อด้วยเช่นเดียวกัน ว่าทำไม ชไวนี่ ไม่อาจรีดฟอร์มได้เหมือนสมัยเล่นให้บาเยิร์น

แม้ฤดูกาล 2015/16 แมนฯยูไนเต็ด จะปิดท้ายด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ ทว่าไม่อาจเซฟเก้าอี้ ฟานกัล ได้

เขาถูกปลดโดยที่เหลือสัญญาอีก 1 ปี คนที่มาแตะมือสานงานต่อคือ โชเซ่ มูรินโญ่

ทันทีที่รู้ว่าได้กุนซือโปรตุกีสมาเป็นบอสคนใหม่ ชไวนี่ ก็พอจะเห็นเค้าลางของหายนะที่กำลังจะตามมา

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง มูรินโญ่ บอกกับบอร์ดบริหารเลยว่าไม่มี ชไวนี่ อยู่ในแผนการสร้างทีม หากขายหรือพร้อมปล่อยตัวก็เชิญตามสะดวก

แต่ตัวนักเตะยังไม่คิดจะย้ายไปไหน ในเมื่อรับค่าจ้างก้อนใหญ่อยู่ ดังนั้นเลยเจอบีบจนหน้าเขียว

นอกจากดร็อปดื้อๆ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองแล้ว ยังส่งไปซ้อมกับทีมสำรองอีกต่างหาก เรียกว่ากดดันทุกทาง


การปฏิบัติต่อนักเตะคนสำคัญระดับตำนานของเยอรมันอย่างไร้เหตุผล ไม่ค่อยมีที่มาที่ไปอย่างนี้ ทำให้ มูรินโญ่ โดนอัดหนักเช่นกัน

"ผมแทบไม่อยากจะเชื่อ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่บาเยิร์น และไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้น ไม่ว่าอยู่สโมสรไหนก็ตาม เราไม่มีความคิดจะทำเลย"

"พวกเขาปฏิบัติกับ ชไวนี่ เหมือนกับต้องการจะเขี่ยทิ้ง เขาเป็นถึงแชมป์โลกและมีความเป็นผู้นำ แต่ดูสิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ดทำมันแย่เหลือเกิน"

เสียงของ คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ผู้บริหารระดับสูงบาเยิร์นดังชัดเจน เพราะไม่พอใจที่เห็นแข้งผู้เคยพาอินทรีเหล็กครองแชมป์โลกโดนเล่นงานอย่างไม่เหมาะสม

ฟานกัล เองก็รับไม่ได้กับสิ่งที่ มูรินโญ่ กระทำกับศิษย์รักเช่นนี้

แล้วก็แนะนำว่าควรจะเรียกมาคุยมาเคลียร์กันให้กระจ่าง อย่าหมกเม็ดหรือทำอะไรที่ไม่เหมาะกับบทบาทผู้จัดการทีมเลย

ชไวนี่ ไม่ได้ทำผิดกฎอะไรของสโมสรเลยสักนิดเดียว นี่คือสิ่งไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังไม่แจกแจงเหตุผล

หากเป็นนักเตะคนอื่นโดนเข้าอย่างนี้อาจต้องลุกขึ้นมาตอบโต้หรือปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง


แต่ ชไวนี่ เลือกที่จะสงบปากสงบคำ พอโดนนักข่าวที่พยายามแงะหาเรื่องมาเล่นถามเข้าก็ตอบไปว่าความสัมพันธ์กับเจ้านายยังราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร

ทั้งยังย้ำว่ามีการพูดคุยกันตามปกติ รวมทั้งเข้าใจสิ่งที่ มูรินโญ่ ทำลงไป ไม่ได้เคืองแค้นหรือติดค้างในความรู้สึกเลย

ความเป็นลูกผู้ลายและสุภาพบุรุษของ ชไวนี่ ถือว่าน่ายกย่องอย่างมาก

ฤดูกาล 2015/16 เขาไม่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีกเลยสักนัดเดียว เป็นสำรองลงในบอลถ้วยแค่ 4 นัด ก่อนเดือนมีนาคมจะประกาศย้ายไปชิคาโก้ ไฟร์ในเมเจอร์ลีกซอคเก้อร์ของสหรัฐฯ

แม้จะจากมาอย่างไม่ค่อยดีนัก แต่เสียงบอกเล่าจากคนรอบข้างยืนยันว่าเขายังเอาใจช่วย แมนฯยูไนเต็ด เสมอ

ตอน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มานั่งเก้าอี้รักษาการณ์ ชไวนี่ ยังออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดีและมองว่าอดีตต้นสังกัดกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ถูกต้อง

เขาอวยพรให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ววัน -- แม้คำอวยพรนั้นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม

-----------------------

เมื่อสิงหาคมปีที่แล้วบาเยิร์น มิวนิคจัดเทสติโมเนียล แมตช์หรือเกมเกียรติยศให้กับ ชไวนี่ อย่างยิ่งใหญ่


เขาอยู่กับที่นี่มาตั้งแต่ปี 1998 อายุแค่ 13 ปีเริ่มต้นในระดับเยาวชน ก่อนจะพัฒนาก้าวมาเป็นแกนหลักทีมชุดใหญ่ แล้วจากไปในปี 2017 เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 18 ปีเต็ม

แชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย เดเอฟเบ โพคาล อีก 7 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 1

ในนั้นคือดับเบิ้ลแชมป์ 5 ครั้งและทริปเปิ้ลแชมป์อีก 1 ครั้ง ไม่นับแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่ครองอย่างสมเกียรติ

ไม่แปลกที่แฟนบอลเสือใต้จะเข้ามาแน่นขนัดอาลิอันซ์ อารีน่ากว่า 70,000 คน ไม่ใช่อยากดูเกมอะไรหรอก แต่ต้องการมาขอบคุณสิ่งที่ ชไวนี่ เคยมอบให้

"ผมขอบคุณทุกคนมากๆ ผมเป็นส่วนหนึ่งของพวกคุณ ของที่นี่และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ผมมีอดีตกับแค่บาเยิร์น มิวนิคทีมเดียว

"มันเป็นโมเมนต์แห่งความทรงจำ ผมจะไม่มีลืมตลอดชีวิตนี้ ผมจะเล่าให้ครอบครัวฟังเกี่ยวกับความทรงจำนี้และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก"

ชไวนี่ กล่าวคำขอบคุณพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความปลาบปลื้ม


ชื่อของเขาถูกบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศของบาเยิร์น มิวนิค ร่วมกับตำนานยิ่งใหญ่อีกหลายคน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ชไวนี่ ประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ หลังรับใช้ชิคาโก ไฟร์ได้ราว 2 ปีครึ่ง

เขายืนยันว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้ว หลังจากโลดแล่นอยู่ในยุทธจักรลูกหนังมาอย่างยาวนาน ประสบความสำเร็จน่าพอใจจนไม่รู้จะร้องขออะไรอีก

โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ที่เคยร่วมหัวจมท้ายกับทีมชาติเยอรมัน บอกว่าน่าเสียดาย เขาอยากจะพูดถึงเกมก่อนอุ่นเครื่องกับอาร์เจนตินาในวันพุธ

แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว อยากจะบอกเลยว่า ชไวนี่ คือนักเตะดีสุดที่เคยรู้จัก วางตัวดีทั้งในและนอกสนาม เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สู้ไม่ถอยจนสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย

บทสุดท้ายบนฟลอร์หญ้าของเขา มีแต่เสียงชื่นชม ยินดีและคำขอบคุณ


ไม่เว้นแม้กระทั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ต้องชื่นชมด้วยเช่นเดียวกัน

และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่มีแต่คนชื่นชมล่ะก็แนะนำนี่เลยกับ Sbobet777 พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment