ข่าว

[ #ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย ]

อัพเดตเมื่อ : October 11, 2019 4:08am โดย : admin

เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งฉลองคุมลิเวอร์พูลครบ 4 ปีเมื่อ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของลิเวอร์พูล ที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักของ คล็อปป์ และทีมงาน

ไม่มีข้อสงสัยหรือคำถามอีกต่อไปในความสามารถของกุนซือเฮฟวี่เมทัล

หลังจาก 8 ตุลาคม 2015 บรรยากาศแห่งความชื่นมื่นค่อยๆคืนสู่แอนฟิลด์ ทองฟ้าเริ่มเปิด ความอึมครึมเริ่มคลายตัว ความวิตกกังวลค่อยๆลดลง


ฤดูกาล 2015/2016 คล็อปป์ พาทีมทะลุชิงบอลถ้วย 2 รายการ แม้อกหักทั้งในลีก คัพและยูโรปา ลีก แต่นั่นคือประสบการณ์ล้ำค่า เพื่อเป็นการสรุปบทเรียนในคราวต่อไป

ฤดูกาล 2016/2017 คว้าโควต้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 8 ปีของลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2017/18 นำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี แม้จะแพ้เรอัล มาดริดแต่ คล็อปป์ พูดกับลูกทีมหลังจบเกมว่าไม่ต้องเศร้ากันไป เราจะได้ชิงอีกในปีหน้า

ฤดูกาล 2018/19 คำพูด คล็อปป์ เป็นจริงไม่พอ แต่ยังถึงขั้นคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี รวมทั้งกวาดไป 97 คะแนนในพรีเมียร์ น่าเสียดายไม่ดีพอสำหรับแชมป์

ฤดูกาล 2019/20 ออกสตาร์ตในลีกด้วยชัยชนะ 8 นัดติดกัน นำโด่งเป็นจ่าฝูงบนตาราง ทิ้งห่างแมนฯซิตี้อันดับ 2 ถึง 8 คะแนน


หลายครั้งสิ่งที่ คล็อปป์ พูดออกมากับลูกทีมตั้งแต่เมื่อครั้งคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เหมือนเป็นเรื่องเกินจริง หนักไปทางโม้ซะมากกว่า

อย่างไรก็ตามนั่นสะท้อนตัวตนของเขา เพราะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเสมอ

"ผมไม่ได้รู้ว่าตัวเองเก่งทุกเรื่อง แต่แค่เก่งบางเรื่องก็พอแล้ว"

"บางเรื่อง" คงเป็นบทบาทผู้จัดการทีม ซึ่งเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะข้ามห้วยจากเยอรมันมายังอังกฤษ ลีกที่ได้ขึ้นชื่อว่าโหดหินต่างไปจากภาคพื้นยุโรป

เขาเคยยอมรับเองว่าพรีเมียร์ลีกหนักหนาสาหัสเอาเรื่อง ในสนามเกมทั้งหนักและเร็ว ต้องมีความฟิตพละกำลังมหาศาล

นอกจากนี้ยังต้องต่อกรกับผู้จัดการทีมชั้นเยี่ยมหลายคน ไม่ง่ายเลยจะกำราบได้ทั้งหมด

นอกสนามยังต้องเผชิญหน้ากับสื่อผู้ดี ซึ่งดูเหมือนจะไม่ผู้ดีตามชื่อนัก ยามที่ล้มขึ้นมาเมื่อไร จะโดนกระทืบซ้ำทันที กว่าจะลุกได้แสนลำบาก หากสภาพจิตใจไม่แกร่งพอ


ก่อนมารับงานลิเวอร์พูล เขาตัดสินใจดีแล้ว เตรียมพร้อมเรื่องข้อมูลมาในระดับหนึ่ง กล้าที่จะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความรู้

"คุณไม่รู้ก็คือไม่รู้ เราไม่อาจทำได้เองไปทุกเรื่องหรอก การเป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จ มันไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมีอีโก้เสมอไป"

นี่คืออีกนิสัยของ คล็อปป์ ที่ช่วยผลักดันไปสู่ความสำเร็จ ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วอยู่ตลอดเวลา รับฟังความคิดเห็นคนอื่นเสมอ

ไม่ใช่แค่ทีมสต๊าฟฟ์เท่านั้น แต่เขายังฟังลูกทีมทุกคน เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือถ้าข้องใจอะไรมาเคาะประตูเปิดอกคุยกันได้เลย

เพื่อจะได้รู้ต้นตอปัญหาที่แท้จริง คล็อปป์ จะไม่ทำตัวเหินห่างจากนักเตะเป็นอันขาด

เขาใช้เวลานับชั่วโมงเพื่อคุยกับลูกทีมในแต่ละวัน นอกจากจะแสดงถึงความเป็นกันเองได้ใจไปเต็มๆ ยังเพิ่มความเชื่อมั่นได้อีกด้วย

ถ้ายังจำกันได้ คล็อปป์ เคยขอโทษ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผ่านสื่อ โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ค่อยได้ลงอย่างต่อเนื่อง เข้าออกตัวจริงตัวสำรองประจำและตำแหน่งการเล่นที่เหมาะสม

ไม่เคยกลัวเสียฟอร์มหากมองว่าพูดออกไปแล้วจะช่วยปรับสถานการณ์ให้ดีขึ้น


ตอน ซาดิโอ มาเน่ น็อตหลุดออกอาการหงุดหงิด โม ซาลาห์ ที่เห็นแก่ตัวไม่ค่อยเปิดบอลให้ เขารีบเคลียร์ใจให้สองคนทันที

นอกจากพยายามยุติเรื่องต่อหน้านักข่าวให้เร็วที่สุด ด้วยประโยคว่านี่คือการแสดงออกถึงแพสชั่นหรือความกระหายแล้ว

เขายังคุยทำเพื่อทำความเข้าใจกับทั้งสองคน ไม่ปล่อยให้บานปลายออกไป

การคุยแบบตัวต่อตัวนี่แหล่ะคืออีกเคล็ดลับที่นำ คล็อปป์ กับนักเตะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ผิดไปจากผู้จัดการทีมบางคน ที่ทำตัวห่างเหินกับนักเตะ ตั้งใจจะรักษาช่องว่าง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นความคิดไม่ถูกต้องนัก

การรักษาระยะห่างอาจทำให้เกิดความยำเกรง ไม่กล้าหืออือ แต่ในมุมกลับเมื่อคุณพยายามยัดเยียดความกลัวให้กับลูกทีม ไม่อธิบายบางเรื่องให้ชัดเจน บางครั้งอาจมีผลต่อสภาพจิตใจ

และเมื่อจิตใจไม่ดี มันก็ย่อมกระทบถึงผลงานในสนามด้วย


เราเคยชินกับภาพที่ คล็อปป์ เดินกอดคอเด็กๆในทีม หลังจบเกมไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะทำซ้ำๆเสมอ แพ้ก็ให้กำลังใจ ชนะก็ชื่นชมยกย่อง

ไม่ใช่แค่กันเองกับนักเตะ เขายังกันเองมากๆกับแฟนบอล ในแมตช์ไหนที่ชนะด้วยความระทึกวาบหวิว จะฉลองต่อหลังเกมกับพวกกองเชียร์ เป็นการขอบคุณไปในตัว

อีกทั้ง คล็อปป์ ยังตั้งใจจำชื่อพนักงานทุกคนในสโมสรให้ได้ รวมทั้งย้ำให้ลูกทีมทำแบบนี้ด้วย

เพราะเขาเชื่อว่าบรรยากาศที่ดีข้างในจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรนำไปสู่ผลของเกม

--------------------

"ผมเมาจนพูดไม่รู้เรื่องซึ่งสังเกตุได้จากการให้สัมภาษณ์บางช่วงและผมก็จำอะไรได้ไม่มากนัก แต่ผมจำได้แค่เรื่องเดียว"

"ผมไม่แน่ใจว่าผมเคยบอกเรื่องนี้กับใครหรือยัง ผมตื่นขึ้นมาบนรถบรรทุกในโรงรถคนเดียว ผมจำได้แค่นั้น โดยที่ก่อนหน้านั้นสติขาดผึง"

"พอได้สติฟื้นอีกครั้ง ผมปีนออกมาจากรถบรรทุก และพบว่าตัวเองอยู่โถงใหญ่ในโรงงาน จากนั้นผมก็เดินข้ามไปนิดเดียว มองเห็นใครบางคนแต่ไม่ชัด"


"ผมเลยเป่าปากเรียก เพราะเป่าได้เสียงดัง เงาลางๆเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ จากนั้นผมก็หยุดรอและก็เห็น อากี้ วัตซ์เค่ (ฮันส์-โจอาคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)"

"เราไม่รู้จะกลับกันยังไง อากี้ โบกรถเก่าๆได้คันหนึ่ง มีชาวตุรกีเป็นคนขับ และ อากี้ ก็บอกว่า พาเราไปอิตาลีหน่อย  ชายคนนั้นตอบว่า ไม่ ผมไม่ขับพาพวกคุณไปที่นั่นอย่างเด็ดขาด"

"จากนั้น อากี้ ก็ควักเงินจากกระเป๋า 200 ยูโร ทีนี้คนขับตกลงง่ายๆ อากี้ นั่งอยู่ด้านหน้า ผมอยู่ด้านหลัง ผมเอาหัวพิงด้านข้างรถ มันเหนื่อยเอาเรื่องแล้วก็ได้ยิงเสียง กุ๊กๆๆๆ มีอะไรอยู่ที่นี่ ? ผมคิดว่าตัวเองฝันไป แต่ไม่ใช่ รถบรรทุกขนไก่มาเต็มไปหมด"

คล็อปป์ เล่าให้ฟังเมื่อครั้งฉลองยับจนเมาเละราวกับถอดมาจากหนังเรื่องแฮงค์ โอเวอร์ หลังดอร์ทมุนด์โค่นบาเยิร์น มิวนิค กระชากแชมป์บุนเดสลีกามาครองสำเร็จในปี 2011

ยืนยันได้ดีถึงความสุดโต่งของ คล็อปป์ เต็มที่เสมอไม่มียั้ง คืออีกนิสัยส่วนตัว

ความเต็มที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องฉลองความสำเร็จอย่างเดียว แต่เขาเต็มที่เพื่อความสำเร็จ จากนั้นค่อยเต็มที่ต่ออีกทีเพื่อฉลองมัน


คล็อปป์ เล่าว่าเขามีชีวิตแบบร้อยเปอร์เซนต์และอยากจะถ่ายทอดเรื่องนี้ให้กับลูกทีมด้วยเช่นกัน

เหมือนวลีเด็ดของเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง -- ไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย

มันสะท้อนถึงพลังงานที่มีอยู่ในตัว ทุกคนมีพลังตรงนี้หมดอยู่ที่ว่าจะดึงมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์

บางครั้งแอ็คติ้งที่เขาเผลอแสดงออกที่ข้างสนามยามสั่งการหรือดีใจนั้น มันออกจากธรรมชาติข้างในอย่างแท้จริง

คล็อปป์ คือผู้เปลี่ยนโฉมหน้าของลิเวอร์พูลด้วยบุคลิกและการทำงานในแบบไปให้สุด ล้มแล้วรีบลุกไม่ฟูมฟาย

เช่นเดียวกับเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว อย่ายึดติดกับมันให้นานเกินไป เพราะวันข้างหน้ายังรออยู่ เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อวันนี้

เขาบอกตัวเองและพร่ำสอนลูกทีมให้เข้าใจด้วยเช่นเดียวกัน


นี่คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ใช้เวลา 4 ปีพัฒนาลิเวอร์พูลจากที่จับต้นชนปลายไม่ถูก กลายเป็นสุดยอดทีมของโลกในปัจจุบัน

แค่ 4 ปีเท่านั้นจริงๆ...

ส่วนใครที่กำลังยึดติดกับอะไรเดิมๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยดีเท่าไรมาลองหาอะไรใหม่ๆกันได้เลยที่ MYSBOBET ติดต่อตรงนี้เลย https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment