breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่างนี้ถึงจะมีความหวัง ]

อัพเดตเมื่อ : October 16, 2019 1:49am โดย : admin

หลายคนคงเคยรู้จักหรือได้ยินเรื่องเล่าของ อากิระ นิชิโนะ เกี่ยวกับ "ปาฎิหาริย์ที่ไมอามี่"

เราลองไปย้อนดูกันอีกที

ในโอลิมปิกเกมส์ 1996 ที่แอตแลนต้า สหรัฐฯ นิชิโนะ พาทีมชาติญี่ปุ่นชุดอายุต่ำกว่า 23 ปีทะลุเข้าร่วมโม่แข้งครั้งแรกรอบ 28 ปี

ทัพซามูไร บลูอยู่นอกสายตาเซียนทุกสำนัก แถมต้องมาร่วมกลุ่มเดียวกับบราซิลซึ่งเป็นตัวเต็งเหรียญทองอีกต่างหาก


เกมนี้เตะกันที่ไมอามี่ท่ามกลางความคาดหวังจากกองเชียร์ซาดิสต์จะเห็นพลังหนุ่มแซมบ้าปูพรมไล่ถล่มราบคาบ

เพราะทีมชุดนั้นทะลักไปด้วยดาวดังอย่าง ริวัลโด้ , โรนัลโด้ , โรแบร์โต้ คาร์ลอส , เบเบโต้ หรือ ดิด้า ซึ่งน่าจะฆาตกรรมญี่ปุ่นชนิดศพไม่สวยแน่

อย่างไรก็ตามด้วยแท็คติกอันแยบยลชนิดคาดไม่ถึงของ นิชิโนะ กลับนำทีมพลิกล็อกช็อกโลกเชือด 1-0 จนเป็นที่มาของ "ปาฎิหาริย์ที่ไมอามี่" นั่นแหล่ะ

แม้สุดท้ายแล้วญี่ปุ่นจะไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ แต่นี่คือเกมที่อยู่ในความทรงจำใครหลายคน รวมทั้งสร้างชื่อ นิชิโนะ ประดับวงการโลกลูกหนังด้วย

หลังจากนั้นเขาได้รับมอบหมายจากสหพันธ์ฟุตบอลญี่ปุ่นให้มานั่งฝ่ายเทคนิค ทำหน้าที่ช่วยเหลือดูแลและพัฒนาผู้เล่นทุกระดับชั้น ไล่ตั้งแต่เยาวชนยันชุดใหญ่

จุดเด่นของ นิชิโนะ คือเข้าใจนักเตะได้อย่างรวดเร็ว มีวิสัยทัศน์และสายตาอันยอดเยี่ยม

แล้วเมื่อ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช กุนซือชาวบอสเนียฯที่รั้งบังเหียนทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ โดนปลดจากตำแหน่ง นิชิโนะ ถูกเลือกมาทำหน้าที่แทน โดยมีเวลาแค่ 70 วันสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย

โคลอมเบีย , โปแลนด์และเซเนกัลคือคู่ต่อสู้ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งชื่อชั้นรวมทั้งวัดกันที่คุณภาพนักเตะแล้ว ต้องยอมรับว่าซามูไร บลูเป็นรอง



นอกจากนี้พวกสื่อยังมองว่าบรรยากาศในแคมป์ญี่ปุ่นยังค่อนข้างอึมครึมด้วย หลังเชือด ฮาลิลฮอดซิช ที่พาทีมเข้ารอบสุดท้ายชนิดน่าจะมีเบื้องหลังบางอย่างไม่ชอบมาพากล

การเปลี่ยนแม่ทัพกลางคันก่อนออกศึกใหญ่แบบนี้ ไม่น่าเกิดกับญี่ปุ่นซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องขององค์กรมากกว่าตัวบุคคล

นอกจากนี้ นิชิโนะ เองห่างงานคุมทีมมาร่วม 2-3 ปี แล้วมีเวลาเพียงน้อยเหลือเกินเพื่อปรับเปลี่ยนตามทิศทางที่ต้องการ

พวกนักเตะมากประสบการณ์หลายคนต่างยังฟอร์มตกอย่างพร้อมเพรียง จะพึ่งพาใครเป็นหลักก็ลำบาก เลยต้องยึดเอาความห้าวความสดมาทดแทน

โจทย์ของเขาจึงยากมากๆ สำหรับการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ แค่ตกรอบแบบไม่ต้องอับอายก็ไม่ง่ายแล้ว

อย่างไรก็ตามการวางแผนแบบละเอียดรอบคอบ รัดกุมทุกขั้นตอน ผลักดันซามูไร บลูหักปากกาเซียนทะลุรอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ชนิดที่ว่าต้องวัดกันที่แต้มแฟร์เพลย์กับเซเนกัล

คู่ต่อสู้ด่านต่อไปคือเบลเยียมซึ่งแกร่งทั่วแผ่น ถูกยกให้เป็นตัวเต็งเบอร์ต้นๆ เนื่องจากมีผู้เล่นชั้นนำหลายคน

นิชิโนะ เกือบพาทีมช็อกโลกอีกครั้งเมื่อออกนำ 2-0 แต่เพราะประสบการณ์และความนิ่งเพื่อรับมือกับแรงกดดันไม่มากพอ โดนยิงรวดเดียว 3 ประตูตกรอบอย่างน่าเจ็บใจ แถมเจ็บปวดมากๆตรงโดนยิงในนาทีสุดท้าย แทบไม่มีเวลาให้แก้ตัว


เขาลาออกทันทีหลังจบทัวร์นาเมนต์ ด้วยเหตุผลเป็นความตั้งใจแต่แรกแล้ว ขอทำทีมสุดทางแค่บอลโลกพอ ไม่ได้คิดจะไปต่อเลย

แล้วตอนตัดสินใจรับงานทีมชาติไทยนั้นบรรดาแฟนบอลญี่ปุ่นเองต่างประหลาดใจไม่น้อย เพราะเชื่อว่าโปร์ไฟล์หรูหราอย่าง นิชิโนะ น่าจะเลือกคุมทีมดีกว่านี้

นอกจากผลงานกับทีมชาติ ยังเคยนำ กัมบะ โอซาก้า สร้างความยิ่งใหญ่ กวาดมาหมดทั้งเจลีก , เจลีก คัพ , เอ็มเพอเรอร์ส คัพ , เจแปนนีส ซูเปอร์ คัพ รวมถึงเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

ไม่ใช่แค่นั้น นิชิโนะ ยังไม่มีทีมงานซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นมาคอยช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระด้วย ทั้งที่ต้องคุมทั้งชุดใหญ่และยู-23 ปี นับว่าโหดหินมากๆ

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ลดระดับมาคุมทีมชาติในเอเชียที่ตามหลังญี่ปุ่นหลายก้าว ต้องมาเรียนรู้กันใหม่เกือบทุกอย่าง อากาศ อาหาร วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของฟุตบอล

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดโลกใหม่รับงานต่างแดนในวัย 64 ปี ซึ่งน่าจะเป็นอุปสรรคในการปรับตัวอย่างมาก

บางคนจึงกล้าฟันธงว่า นิชิโนะ ไม่น่ารอด

--------------------

ก่อนดวลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผลงานของ นิชิโนะ กับช้างศึกไม่ได้หวือหวาอะไรนัก


ชนะ 1 เสมอ 2 จากการเสมอเวียดนาม 0-0 และบอมบ์อินโดนีเซีย 3-0 ในเกมคัดเลือกบอลโลก แล้วมาเสมอคองโก 1-1 ในการอุ่นแข้ง

นอกจากนี้ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ กุนซือยูเออียังมีดีกรีชื่อชั้นที่น่าเกรงขามอีกต่างหาก ถึงขั้นนำฮอลแลนด์คว้ารองแชมป์โลกในปี 2010 มาแล้ว

รวมถึงเคยพาซาอุดิอาระเบียบุกมาชนะทีมชาติไทยในเกมคัดบอลโลกหนก่อนด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มาร์ไวจ์ เองก็เพิ่งมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ เมื่อเดือนมีนาคมนี่เองและต้องการอย่างยิ่งเพื่อสร้างทีมของตัวเองขึ้นมา

แผงหลังของยูเออีขบวนนี้ไม่ค่อยมีประสบการณ์นัก หลายคนใหม่มากๆ ซึ่ง นิชิโนะ ศึกษามาอย่างดี หาวิธีโจมตีที่คิดว่าจะเจาะทะลวงได้

แต่การขาดทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธิ์ กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สองแกนหลักสำคัญที่ค้าแข้งในจลีก ยิ่งฉุดให้ช้างศึกดูเป็นรองเข้าไปอีก

ผิดกับผู้มาเยือน โอมาร์ อับดุลราห์มาน ซูเปอร์สตาร์ฟิตพร้อมลงเล่น ไหนจะมี อาลี มับคุต ซึ่งซัลโวให้ทีมชาติไปแล้ว 51 ประตูด้วยกันลาตาข่ายอีก

ข้อได้เปรียบตรงจุดนี้เอง อาจทำให้ยูเออีชะล่าใจ โดยไม่คิดว่าไทยจะมีเซอร์ไพรส์อะไรนัก

แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เจอไม่ใช่เซอร์ไพรส์ธรรมดา แต่ต้องใส่คำว่า "บิ๊ก" ไว้ข้างหน้า เพราะช้างศึกบุกเข้าใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่ม ก่อนกดอยู่เกือบข้างเดียว สร้างโอกาสมากมายหลายจังหวะ

สไตล์การเล่นที่เราไม่คุ้นเคยนัก ไม่ว่าจะเป็นการเพรสซิ่งหรือกดดันคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ให้บอลแรกกันแม่นยำ ทั้งคนและบอลเคลื่อนที่กันอย่างได้สมดุล


นักเตะแทบทุกคนกล้าที่จะเล่น แทบไม่มีอาการลนลานให้เห็น โดยเฉพาะแบ็กขวา นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่ใหม่มากกับทีมชาติ

ตัวรุกยังใช้ดาวรุ่งที่ชั่วโมงบินเพียงแค่เล็กน้อยอย่าง สุภโชค สารชาติ , เอกนิษฐ์ ปัญญา และ ศศลักษณ์ ไหประโคน เพื่อคอยสนับสนุน ธีรศิลป์ แดงดา

หน้าเป้าเราอาจได้เก๋าประสบการณ์เพียบ แต่ความฟิตเพิ่งเข้าที่และร้างเกมทีมชาติในแมตช์สำคัญมาพอสมควร

นอกจากนี้แนวรับ นิชิโนะ ยังไม่เสี่ยงใช้งาน พรรษา เหมวิบูรณ์ ซึ่งไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เลือกที่จะถอย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาประจำการในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแทน

แต่ทุกตำแหน่งที่มองว่าน่าจะทำให้เกิดปัญหา กลับตรงกันข้าม ราวกับว่าทีมชุดนี้ซ้อมด้วยกัน เล่นด้วยกันมานานเป็นปี

นิชิโนะ ตัดความกลัวยูเออีทิ้งไป เพราะประเมินแล้วไม่ได้มีอะไรต้องหวาดหวั่นนัก เน้นการทำงานหนักแบบทีมเวิร์ค ช่วยกันวิ่งเข้าไว้แล้วทุกอย่างจะดีเอง

ตัวเลขสถิติต่างชัดเจนโดยเฉพาะโอกาสเข้าทำ ยิ่งในครึ่งแรกข่มขาดหายห่วง ชัยชนะเกมนี้จึงใสสะอาดปราศจากความบังเอิญหรือโชคช่วย


"ไม่มีใครเด่นในทีมเรา ผมเน้นเรื่องทีมเวิร์ค ทุกคนทำงานกันได้อย่างดี แต่เรายังมีภาระอยู่ข้างหน้าอีก"

บางท่อนบางตอนที่กุนซือญี่ปุ่นว่าเอาไว้หลังจบเกม โดยยึดปรัชญาการทำงานหนักร่วมกันตามแบบฉบับอันคุ้นเคย

ตอนมาใหม่ๆคล้ายกับว่า นิชิโนะ จะลำพังโดดเดี่ยว ต้องเผชิญหน้ากับคำถามและสายตาที่ไม่ไว้วางใจนัก

ปัจจุบันเขาได้รับเสียงชื่นชมและพลังสนับสนุนอย่างเต็มที่ แฟนบอลไทยจะจำชื่อกุนซือญี่ปุ่นคนนี้ได้มากกว่าเดิม

อย่างที่ นิชิโนะ พูดเอาไว้ นี่คือเกมแค่นัดเดียว ไม่อาจตัดสินชี้วัดอนาคตได้ทั้งหมด ฉะนั้นต้องเดินหน้ากันต่อไป ขอดูแบบนัดต่อนัดมากกว่า

เขาไม่ต้องการให้นักเตะเหลิง แต่อยากจะให้นำชัยชนะในนัดนี้เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อชนะในนัดอื่นอีก

ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายยังอีกไกลนัก ขอให้นึกไว้อย่างนี้


เพียงแต่มีความหวัง มันยังดีกว่าสิ้นหวัง นั่นแหล่ะคือสิ่งที่ นิชิโนะ เพิ่งมอบให้คนไทยทั้งประเทศ

และใครกำลังหาเว็บไซด์แห่งความหวัง พร้อมกับมีบริการทุกระดับประทับใจ อีกทั้งพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงแล้วล่ะก็ต้องนี่เลยกับ Sbobet777 ติดต่อมาเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment