ข่าว

[ #เมฆดำเหนือคัมป์นู ]

อัพเดตเมื่อ : November 08, 2019 2:22am โดย : admin

หลังกวาดชัยรวดทุกรายการมา 7 นัดติดต่อกัน บาร์เซโลน่าเริ่มออกอาการรวนอีกแล้ว

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบุกไปโดนเลบันเต้กะซวกไส้แตก 3-1 ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก

การเสีย 3 ประตูในเวลาแค่ 7 นาที สะท้อนให้เห็นถึงความย่ำแย่ของบาร์ซ่าอย่างแท้จริง ซึ่งเราแทบไม่เคยเห็นมาก่อนเลย


จากนั้นเมื่อวันอังคารปักหลักในคัมป์ นูรับศึกสลาเวีย ปรากในเกมยุโรปแท้ๆ แต่ทำได้แค่เสมอแบบไร้สกอร์

ไม่ว่าดูเหลี่ยมมุมไหนทีมเยือนจากสาธารณรัฐเช็กก็เป็นรองแบบสุดกู่ ชนิดทาบชั้นกันไม่ได้เลย

บาร์ซ่าควรเป็นฝ่ายไล่ต้อนเก็บ 3 คะแนนตุนไว้ สร้างโอกาสอันสดใสสำหรับการเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ต่อไป

แม้จะมีลุ้นจากการเข้าทำถึง 14 ครั้งและเข้าเป้า 6 ครั้ง แต่หากนึกภาพตามแล้วต้องยอมรับว่าน้อยเกินไป

ไม่ใช่น้อยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขาดคุณภาพด้วย เพราะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้


แน่นอนว่าอาการกระปลกกระเปลี้ยเช่นนี้ของบาร์ซ่ามีต้นตอมาจากอะไรกัน นับตั้งแต่ท้ายซีซั่นก่อน หลังแพ้ลิเวอร์พูลยับเยินที่แอนฟิลด์ จนอดเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกยังรักษาอาการนี้ไม่หาย

กองเชียร์อาซูลกราน่าเริ่มวิตกมากขึ้นทุกที

---------------------

การขาดหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด

ดาวถล่มประตูอุรุกวัยบาดเจ็บในเกมกับเลบันเต้ จนถูกเปลี่ยนออกในท้ายครึ่งแรก ทำให้ไม่ได้เล่นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกล่าสุดด้วย

ถึงจะโรยราลงไปมาก ไม่ได้อยู่ในช่วงพีกเหมือนเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่อย่างหนึ่งต้องยอมรับคือพิษสงของเขายังรอบตัว เผลอๆอาจจะมากกว่าเก่าด้วย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่กองหลังคนไหนจะรับมือได้


8 ประตูจาก 12 เกมทุกรายการในเวลานี้ ย่อมรับประกันได้ถึงความเด็ดขาดกับภารกิจปิดสกอร์

แล้วหากมองย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาลซึ่ง ซัวเรซ บาดเจ็บเกมเปิดหัวกับแอธเลติก บิลเบา เรายิ่งเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

บางเกมที่บาร์ซ่าไม่อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้คือปราศจากเขาอยู่ในทีมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสมอโอซาซูน่า 2-2 หรือเจ๊าดอร์ทมุนด์โนสกอร์

พอไม่มี ซัวเรซ ภาระหนักจึงตกมาอยู่ที่ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็อยู่ในลักษณะที่คล้ายกัน


นั่นคือดร็อปลงไปตามวัย ไม่รวดเร็วปราดเปรียวเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งดูเฉื่อยลงไปมากนับตั้งแต่ไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในลีกเดียวกัน ราวกับว่าไร้พลังผลักดัน

ในขณะที่ อองตวน กรีซมันน์ เจ้าของค่าตัว 120 ล้านยูโร แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย เล่นดีเพียงแค่นัดเดียวถล่มเรอัล เบติส 5-2 ที่เหลือไม่เสมอตัวก็แย่ไปเลย

นั่นยังไม่นับข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ กรีซู กับเพื่อนร่วมทีมบางคนไม่ค่อยสู้ดีนัก

ปัญหาของดาวเตะเฟร้นช์คือสภาพจิตใจ เขาเป็นคนที่อ่อนไหวมากๆ หากเจอกับแรงกดดันไม่ว่าจากเพื่อนร่วมทีมด้วยกันหรือแฟนบอล ผลกระทบจะยิงตรงมายังเกมในสนามด้วย

ส่วน อุสมาน เดมเบเล่ ก็เจ็บถี่ยิบเหลือเกินทั้งที่เพิ่งจะ 22 ปีเท่านั้น ร่างกายย่ำแย่มาก

วินัยที่หย่อนยาน พฤติกรรมนอกสนามที่สุ่มเสี่ยง ฉุดให้ เดมเบเล่ ต้องขึ้นเตียงพยาบาลมากกว่าอยู่ในสนาม

นักเตะประเภทนี้ไม่อาจแบกรับภาระใหญ่ของสโมสรอย่างบาร์เซโลน่าได้แน่ อาศัยแค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบาก


ขณะที่พวกสายเลือดใหม่ทั้ง การ์เลส เปเรซ หรือ อันซู ฟาติ ยังไม่อาจก้าวขึ้นมาเป็นกระดูกสันหลังได้ จำต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อไปอีก ตอนนี้เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง

นี่คือโจทย์ในเกมรุกที่บาร์ซ่ากำลังเผชิญอยู่

---------------------

เกมรับของอาซูลกราน่าก็อยู่ในช่วงน่าวิตกด้วยเช่นกัน

เหลือบดูตารางคะแนนลาลีกา ผ่านไป 11 นัดเสียไปถึง 14 ประตู เป็นรองทั้งสองยักษ์แห่งมาดริดและบิลเบาอย่างเห็นได้ชัด

ความปราชัยที่เลบันเต้ยิ่งช่วยขยายแผลตรงนี้ให้กว้างขึ้นอีก แทบไม่มีอะไรต้องแก้ตัว

เคราร์ ปีเก้ ยังเป็นคีย์แมนหลังบ้านก็จริง แต่ก็อยู่ในช่วงถดถอยแล้ว ประตูที่โดนตีเสมอมาจากความผิดพลาดเขาเองด้วย ที่เจอบีบจนจ่ายบอลพลาด นำมาสู่การโดนลงโทษ


ไม่ว่าจะ ปีเก้ หรือ เกลมองต์ ลองเล่ต์ คู่ขาเซนเตอร์แบ็กต่างต้องเจอคู่ต่อสู้เพรสซิ่งหนักมากขึ้น มีเวลาคิดน้อยลงเมื่อได้บอล แล้วสไตล์ของบาร์ซ่าที่ไม่เปลี่ยนคือ ต้องพยายามครองให้นาน จ่ายแบบเท้าต่อเท้า ไม่จวนตัวจริงๆอย่าโยนทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้า

เมื่อโดนเลบันเต้วิ่งบีบพื้นที่มากขึ้น เกมรับเลยกลายเป็นปัญหาทันที ต่อให้เปลี่ยน เซร์กี้ บุสเก็ตส์ ลงมาช่วยขันนอตหลังเสียประตูที่สองก็ไม่อาจสร้างความแตกต่างได้นัก

เพราะบุสเก็ตส์เองก็อยู่ในสถานะไม่ได้ผิดไปจาก ปีเก้ โรยราลงไปมาก ไม่อยู่ในสภาพเต็มร้อยเหมือนเมื่อก่อนที่วิ่งพล่าน เคลื่อนไหวในพื้นที่ตรงกลางได้ตลอดเวลา

นั่นส่งผลไปยังเกมรับด้วย ซึ่งปกติแล้วเขาจะต้องมีส่วนช่วยป้องกันมากกว่าใครในแผงมิดฟิลด์

เมื่อคุณยิ่งเชื่องช้าลง แต่ต้องมาเจอกับการเพรสซิ่งที่เข้มข้นดุดันกว่าเดิม จึงเกิดสองแรงบวกนั่นแหล่ะ

บาร์ซ่าจึงเสียประตูเยอะกว่าที่คิด จุดนี้ก็ต้องหาทางปะผุโมดิฟายเช่นกัน

-------------------------

มาถึงมิดฟิลด์ซึ่งไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นับตั้งแต่ไร้เงา ชาบี เอร์นานเดซ กับ อันเดรส อีเนยสต้า


เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ พยายามจะฝากความหวังไว้ที่ เฟร็งกี้ เดอ ย็อง ไอ้หนุ่มดัตช์แมน ที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากเคลื่อนไหวตลอดเวลา พลังเหลือเฟือวิ่งได้ทั้งเกมสบายๆแล้ว เดอ ย็อง ยังมีจุดเด่นกว่าใครตรงที่แก้เพรสซิ่งได้ดีสุดด้วย

อย่างไรก็ตามเขาจำต้องมีเพื่อนรอบข้างที่คอยช่วยเหลือได้เสมอ ไม่ใช่ผลักการแก้ปัญหามาให้ตลอด

อาร์ตู เมลโล่ ยังหนุ่มแน่นไดมานิกล้นทะลัก แต่ยังไม่อาจตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะการเคลื่อนที่เพื่อรับบอลหรือส่งให้เพื่อน

บางครั้งเขาต้องไปยืนเป็นตัวกลางเพื่อคอยขับเคลื่อน ซึ่งยังไม่ค่อยได้ผลนัก เผยให้เห็นความผิดพลาดง่ายๆอยู่


นอกจากนี้การจ่ายแบบได้เสียก็แทบไม่มีเลยหรือทะลุทะลวงไปข้างหน้าเพื่อสร้างโอกาส นี่คือสิ่งที่บาร์ซ่าคาดหวังเอาไว้จาก อาร์ตู ด้วย

สองอาวุโสอย่าง อาร์ตูโร่ วีดาล หรือ อีวาน ราคิติช ก็คล้ายๆกันคือผ่านจุดสูงสุดในการค้าแข้งมาแล้ว ไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจึงหมดสิทธิ์ที่จะเป็นแกนหลัก

อย่างไรก็ตาม บัลเบร์เด้ ควรจะให้โอกาส ราคิติช มากกว่านี้ เพราะนอกจากแก้เพรสซิ่งได้ดีแล้ว ยังมีสร้างสรรค์การเข้าทำในการจ่ายบอลได้ดีด้วย รวมทั้งส่องจากแถวสอง

เพราะสุดท้ายปัญหาที่แท้จริงและอาจเปลี่ยนแปลงก่อนคือตัวกุนซือนี่เอง

--------------------

ตอนนี้เก้าอี้ของ บัลเบร์เด้ เริ่มระอุมากขึ้นกว่าเดิม แม้จะยังได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารก็ตาม

ว่ากันว่าผู้บริหารของสโมสรชื่นชอบกุนซือรายนี้มากๆ ส่วนหนึ่งเพราะเงียบเชียบ ไม่ค่อยทำตัวตกเป็นข่าว ไม่พาดพิงนักเตะหรือสโมสร


อีกส่วนคือว่านอนสอนง่าย สั่งอะไรตอบสนองได้หมด ไม่ปริปากบ่น พร้อมทำตามนโยบาย

เพราะจริงๆแล้วจากทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อซีซั่นก่อนที่ประกายความหวังเจิดจ้ามาก แล้วมาเหลือเพียงแค่ลาลีกา เป็นกุนซือคนอื่นอาจโดนเชือดไปแล้ว

อย่างน้อยที่สุดบาร์ซ่าควรเข้าชิงยูซีแอล ไม่ใช่ปล่อยให้ลิเวอร์พูลเปิดบ้านปูพรมบอมบ์จนหมดสภาพ

บัลเบร์เด้ ขาดแอ็กชั่นอย่างที่ควรจะเป็น การปลุกเร้ากระตุ้นลูกทีมดูจะทำได้ไม่ดีนัก แม้จะถูกยอมรับนับถือจากนักเตะในระดับที่น่าพอใจ

เรื่องความสามารถของเขายังคือคำถามต่อไป ต่อให้คว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัยล่าสุดก็ตาม

เพราะพอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องแก้ไข ถอดสมการจริงๆ กลับสอบไม่ผ่าน

ภาพรวมของบาร์ซ่าไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนัก แต่หากเราย้อนกลับไปเปรียบในช่วงที่พีกหรือยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุมบังเหียนแล้ว เห็นชัดเลยว่าหากจะไปถึงตรงนั้นจริง ต้องแก้กันทั้งกระบิ


ทั้งที่ใช้เงินซื้อผู้เล่นเสริมมากมาย เดมเบเล่ , กรีซมันน์ , เดอ ย็อง หรือ อาร์ตู เอาแค่ 4 คนนี้รวมกันทะลุ 300 ล้านยูโร แต่ยังเจาะเวลาหาอดีตที่ต้องการไม่ได้

บัลเบร์เด้ จึงตกอยู่ในสถานะที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าใครอย่างไม่มีทางเลี่ยงเลย

และใครกำลังมองหาเว็บไซด์ที่มีความรับผิดชอบ บริการรวดเร็วว่องไวล่ะก็ต้องนี่เลยกับ Sbobet777 รับประกันความพอใจ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment