ข่าว

[ #ส่องกระจกแล้วอย่าโกหกตัวเอง ]

อัพเดตเมื่อ : November 09, 2019 11:47pm โดย : admin

ปี 1996 อาร์แซน เวนเกอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ท่ามกลางความผิดหวังของแฟนของสโมสรหลายคน

แทนที่จะเอากุนซือที่คุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษมาคุม แต่นี่ไปเลือกมาจากเจลีก ซึ่งโนเนมแทบไม่รู้จักเลย

กระนั้น เวนเกอร์ ใช้เวลาไม่ถึง 2 ฤดูกาลฉุดปืนโตผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ก้าวขึ้นมาท้าทายบัลลังก์ของ แมนฯยูไนเต็ด

ว่ากันว่าหากไม่มีกุนซือหุ่นสูงชลูดรายนี้แล้วล่ะก็ บางทีในทศวรรษ 90 ปีศาจแดงอาจครองความยิ่งใหญ่แบบผูกขาดก็ได้ เพราะตอนนั้นไม่มีคู่ต่อกรในลีกที่สมน้ำสมเนื้อเลย



แล้วเพราะ เวนเกอร์ เช่นเดียวกันที่ปลุกให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตื่นตัวกระตือรือร้นมากกว่าเดิม

กุนซือเฟร้นช์เข้ามาปฏิวัติอาร์เซน่อลอย่างสิ้นเชิง ด้วยการปรับระบบใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่การฝึกซ้อม เวทเทรนนิ่ง โภชนาการ จิตวิทยา วิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยในวงการลูกหนังผู้ดี

พวกอิงลิชขยับตัวกันช้ามาก ยังยึดเทรดดิชั่นเดิมๆ พลางหลงติดอยู่กับอดีต เชื่อว่ายังยิ่งใหญ่ ทั้งที่โลกลูกหนังรุดหน้าเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่ยังไม่ไหวตัว

เฟอร์กี้ เคยเล่าว่าช่วงปืนโตพีกนั้น แมนฯยูไนเต็ดตามหลังอยู่หนึ่งก้าว จะปล่อยไว้นานไม่ได้หากทิ้งหนีกว่านี้ รับรองกวดลำบากแน่

ฉะนั้นจึงต้องระดมสรรพวุธกันใหม่ ไม่ว่าจะกำลังเงินและคน เพื่อห้ำหั่นให้สมศักดิ์ศรี

เวนเกอร์ จึงเข้ามาเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง นั่นรวมถึงการไหลบ่าเข้ามาของแข้งฝรั่งเศสมากมาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีแทบจะนับหัวได้เลย

22 ปีกับอาร์เซน่อลย่อมทำให้เวนเกอร์กลายเป็นกุนซือระดับ "โคตรตำนาน" และน่าจะถูกยกย่องให้ดีสุดคนหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์สโมสร



น่าเสียดายที่เสียงสรรเสริญไม่ดังอย่างที่ควรจะเป็น อาจเพราะผลงานในช่วงหลังที่แผ่วลง จนกูนเนอร์สไม่น้อย อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

มาวันนี้ได้ อูไน เอเมรี่ คนรุ่นใหม่ไฟแรง แต่ฟอร์มกลับดูไร้เรี่ยวแรง

ความคิดถึง เวนเกอร์ เริ่มผุดขึ้นมา บางคนถึงกับบ่นว่าไม่น่าเปลี่ยนเลย

------------------

ตามประสาคนมีของที่ย่อมเลือกได้ ทำให้ เวนเกอร์ ไม่ตัดสินใจรับคุมทีมไหนง่ายๆ

เชื่อกันว่าเขากำลังรอโอกาสอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นทีมที่เหมาะสม รวมทั้งข้อเสนออันน่าพอใจ

อย่างไรก็ตามบนวัย 70 ปี กลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ เวนเกอร์ โดนมองข้ามไปในหลายครั้ง



ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เป็นเหมือนขุมคลังวิชาลูกหนังขนาดใหญ่ อีกทั้งมีสายสัมพันธ์มากมายที่น่าจะเอื้อประโยชน์ได้

แต่อายุขนาดนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ไฟมอดหรือยังและสภาพร่างกายจะยังทนทานไหวแค่ไหน เพราะงานกุนซือมันหนักหนาเอาเรื่องอยู่

นอกจากนี้ เวนเกอร์ ยังถูกมองด้วยว่าตกรุ่นไปแล้ว ยุคนี้กุนซือรุ่นใหม่ได้รับความนิยมมากกว่า หลายเคสที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอยู่ในข่ายอายุน้อยร้อยล้าน

พวกกุนซืออายุน้อยๆ อาจจะขาดชั่วโมงบิน แต่ดวงไฟในหัวใจลุกโชนมากๆ กระหายที่จะเรียนรู้ พร้อมเปลี่ยนแปลงปรับปรุง เปิดใจรับทุกอย่างที่เข้ามา

อีกทั้ง เวนเกอร์ เองถูกหยามว่าเหลือแต่ชื่อแล้ว เพราะตั้งแต่นำปืนโตครองพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2003/04 ก็ไม่เคยสัมผัสอีกเลย

14 ปีเต็มที่นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลหลังจากนั้น แทบไม่เข้าใกล้ด้วยซ้ำ ได้ชมเชยเพียงแค่เอฟเอคัพ ซึ่งนั่นเป็นเหมือนออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อย ไม่ใช่อาหารจานหลัก

เครดิตของ เวนเกอร์ จึงถดถอยลงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่บางครั้งเรามองข้ามเรื่องเงื่อนไขในการทำทีม โดยเฉพาะงบประมาณซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

หลายครั้งที่เขาต้องยอมขายนักเตะเสาหลัก เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้หนี้สนามใหม่ ไม่ใช่แค่เงินต้นอย่างเดียว แต่ดอกเบี้ยก็บานเบอะด้วย



อาร์เซน่อลอาจไม่มีแชมป์ระดับเมเจอร์มาเชยชม แต่ทำอันดับเข้าไปร่วมโม่แข้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกต่อเนื่อง มีเงินรางวัลมาพยุงการคลังให้แข็งแรงมั่นคง

นอกจากนี้กุนซือเฟร้นช์ยังมีกิตติศัพท์เกี่ยวกับสายตาอันแหลมคม เลือกซื้อผู้เล่นโนเนมหลายคน มาปลุกปั้นจนขายได้กำไรมหาศาล

เพียงแต่แฟนบอลไม่ต้องการที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว ซึ่งหากจะว่าไปโทษ เวนเกอร์ คนเดียวคงไม่แฟร์นัก

บอร์ดบริหารก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบไม่น้อย เพราะนโยบายไม่ได้สนับสนุนให้ทีมเดินหน้าสู่ความสำเร็จเลย ท่ามกลางการต่อสู้อันเข้มข้นที่ใช้เงินเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก

สุดท้าย เวนเกอร์ โดนปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมนัก เขาควรจะได้รับเกียรติและถูกยกย่องมากกว่าที่เห็นกัน

แน่นอนว่าอาร์เซน่อลยังคงอยู่ในความทรงจำ แต่บางครั้งมันก็เจือไปด้วยความเจ็บปวด

-----------------

จากอาร์เซน่อลมาถึงบาเยิร์น มิวนิคที่ เวนเกอร์ ถูกจับโยงในเวลานี้

เรื่องมันเริ่มต้นมาจากบอร์ดบริหารบาเยิร์นแยกทางกับ นิโก้ โควัช ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าโดนปลด หลังจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้เก้าอี้กุนซือใหญ่ว่างลง



การตั้ง ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค มาแทนนั้นเป็นแค่ชั่วคราวพลางๆก่อน ไม่ใช่ถาวรและการเฟ้นหาคนที่ใช่ยังคงดำเนินต่อไป

กระทั่ง เวนเกอร์ มาแรงกว่าใครทั้งหมด นอกจากว่างงานแล้ว ประสบการณ์และสไตล์การทำทีมก็ดูเหมาะด้วย

อย่างไรก็ตามบิลด์ ไซตุ้งสื่อหลักของเยอรมัน ออกมาอ้างว่ากุนซือเฟร้นช์โทรหาทางผู้บริหารเสือใต้ เสนอตัวอาสาคุมทีม แต่โดนบอกปัดไป เพราะมองว่ายังไม่ใช่

เรื่องจึงดราม่าขึ้นมาทันที เพราะหลังจากนั้น เวนเกอร์ ตอบโต้ด้วยการให้สัมภาษณ์บีอิน สปอร์ตส์ว่า เคยมีสายจาก คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ รองประธานของเสือใต้โทรเข้ามา แต่ไม่ได้รับ

กระทั่งโทรไปหาภายหลัง ทางโน้นเลยถามมาว่าสนใจคุมบาเยิร์นหรือเปล่า โดยจะให้ ฟลิค คุมทีมไปสัก 2 นัดก่อน

แต่ เวนเกอร์ ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอเวลาคิดสักหน่อย เลยนัดว่าจะคุยกันในสัปดาห์หน้าอีกที พร้อมทั้งย้ำว่านี่คือเรื่องจริง



จากนั้นไม่นาน เวนเกอร์ ก็พูดในทำนองว่าเรื่องนี้น่าจะจบลงแล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าเดิม เพราะเกิดจากบางสโมสรทำงานมีแบบลับลมคมใน ไม่เปิดเผยความชัดเจน ไม่มีความแน่นอนในอนาคต

อย่างนี้เหมือนเย้ยกลับเลยว่า บาเยิร์นเองก็ไม่ได้ดีจนน่าจะไปคุมหรอก

แม้บิลด์จะไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนให้ข่าวนี้ แต่เชื่อว่ามีการปล่อยออกมาจากทางฝั่งบาเยิร์นจริง ฉะนั้นมันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติ เวนเกอร์ เลย

ไม่แปลกที่กุนซือเฟร้นช์จะตอบโต้เช่นนี้ อย่างน้อยเอาให้โลกรู้เลยว่าความจริงคืออะไรกันแน่

ถ้าหากจะโทษใครจริง คงต้องเป็นกลุ่มผู้บริหารของเสือใต้นั่นแหล่ะ ข่าวเช่นนี้ไม่ควรให้หลุดออกมาและบิลด์เองก็เป็นสื่อที่โปรโมตสโมสรแห่งนี้อยู่แล้วด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บอร์ดบาเยิร์นทำอะไรเหมือนไม่ไตร่ตรองให้ดี ก่อนหน้าไม่นาน อูลี่ เฮอเนส ประธานสโมสรยังออกมาขู่ โยอัมคิม เลิฟ บุนเดสเทรนนอร์หรือนายใหญ่ทีมชาติเยอรมัน หากดร็อป มานูเอล นอยเออร์ จากผู้รักษาประตูมือ 1 เมื่อไร จะไม่ส่งนักเตะคนอื่นช่วยชาติอีก



แค่นี้ก็พอจะเข้าใจได้ถึงวุฒิภาวะว่าดูต่ำเกินกว่าจะมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง

หนำซ้ำกดให้ภาพลักษณ์ของสโมสรอันยิ่งใหญ่ดูแย่ลงไปอีก

ทุกวันนี้หากไม่ใช่กลุ่มแฟนบอลของพวกเขาเองแล้ว บาเยิร์นคือหนึ่งในทีมที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบขี้หน้า ด้วยเหตุผลหลากหลายกันไป ซึ่งประเด็นไม่ให้เกียรติหรือเคารพผู้อื่นก็เช่นกัน

ไม่นับการออกมาตำหนิโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่เสริมทัพใหญ่ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดึงนักเตะคนสำคัญจากทีมร่วมลีกมาเพียบ กลับโดนสาวกเสือใต้กล่าวหาว่าเป็น "จอมดูด" อีก

ถ้าหันมาส่องกระจกให้ดี จะรู้เลยทีมไหนกันแน่ที่ชอบฉกนักเตะจากทีมอื่นมากที่สุด

ประวัติศาสตร์มีอยู่ ไม่เคยโกหกใคร นอกจากเราจะโกหกตัวเองเท่านั้นแหล่ะ

ได้อ่านบทความดีมีสาระกันแล้ว อย่าลืมมาเลือกใช้บริการ Sbobet777 กันด้วยนะครับ รับรองว่าติดใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment