breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าทำให้ยิ่งแตกแยก ]

อัพเดตเมื่อ : November 15, 2019 2:23pm โดย : admin

ดราม่า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับ โจ โกเมซ ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ ดูเหมือนจบลงเรียบร้อย เพราะทุกฝ่ายต่างออกมายุติศึก ไม่มีอะไรต้องเคลือบแคลงกันอีก

แกเร็ธ เซาธ์เกต เองก็ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ลามจนกระทบกับทีมสปิริตด้วยการหั่นชื่อ ราฮีม ออกจากเกมต้อนรับมอนเตเนโกรในเกมคัดยูโร 2020 วันพฤหัสบดี

บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจเช่นนี้ เพราะดาวเตะแมนฯซิตี้ถือเป็นแกนหลักในแนวรุกมาตลอดช่วงหลัง ยกระดับขึ้นมาอย่างชัดเจน มีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม


อีกอย่างตัวนักเตะเองก็แถลงขอโทษ โกเมซ กับเพื่อนร่วมทีมและเจ้าหน้าที่เรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องติดค้าง

ทุกคนยอมรับคำขอโทษเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง โกเมซ ที่ยังบอกภายหลังด้วยว่าไม่เห็นด้วยที่หั่นชื่อ ราฮีม ทิ้ง

แต่ในมุมของผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ส่วนหนึ่งต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความเด็ดขาด เพื่อให้ทุกคนหลาบจำว่าจะไม่มีเหตุการณ์ฉาวอย่างนี้เกิดขึ้นอีก

เหมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูไปในตัว อีกทั้งหากเขาไม่มีเทคแอ็กชั่นเลย เดี๋ยวจะหาว่าใจดีเกินไปด้วย

นอกจากนี้เมื่อได้ฟังจากพยานแวดล้อมหรือพวกที่เห็นเหตุการณ์ชัดๆตั้งแต่ต้นจนจบ พอจะเข้าใจได้ว่า ราฮีม ผิดเต็มประตู ฉะนั้นต้องมีบทลงโทษเป็นธรรมดา

แค่หงุดหงิดจากเกมที่แมนฯซิตี้พ่ายลิเวอร์พูลแล้วมาระบายในแคมป์ เพียงเพราะเห็น โกเมซ กำลังหัวเราะร่วน ไม่มีเหตุผลจะต้องปรี่เข้าไปหาเรื่องขนาดนั้น


ต่อให้ปะทะกันในเกมมาก่อน ก็ควรจบแค่ในสนาม มาวันนี้ต้องสวมเสื้อสีเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไรจะต้องควบคุมอารมณ์

อาจจะเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดมาก เพราะตอนอยู่สโมสรนักเตะเหล่านี้ขับเคี่ยวห้ำหั่นกันเต็มสูบ อัดกันแบบไม่มียั้ง แล้วเมื่อต้องมารวมตัวกันจึงไม่ง่ายที่จะกลมเกลียวสามัคคี

แต่เหนืออื่นใดคุณต้องแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง แม้จะในความรู้สึกก็ตาม

เคสนี้ที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้หลายแข้งในแคมป์จะออกมาพูดชัดเจนแล้ว แค่อารมณ์วูบหนึ่งของ ราฮีม เท่านั้น ซึ่งทุกอย่างเคลียร์กันไร้ปัญหา มันไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

เพราะบางคนมองว่าอาจไม่แฟร์นักที่ ราฮีม ถูกปฏิบัติเช่นนี้ ร้อนถึงมีเสียงวิจารณ์ เซาธ์เกต เหมือนมองข้ามนักเตะจากค่ายแมนฯซิตี้ไป

อย่างที่รู้กัน ไคล์ วอล์คเกอร์ ซึ่งน่าจะเป็นแบ็กขวาดีสุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ไม่มีชื่อติดทีมมาหลายนัดแล้วท่ามกลางความแปลกใจของใครหลายคน

แม้อังกฤษชุดปัจจุบันจะมีแบ็กขวาชั้นยอดทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , คีแรน ทริปเปียร์ หรือแม้กระทั่ง อารอน วาน-บิสซาก้า ที่เบียดขึ้นมาเป็นแคนดิเดตอีกคน


แต่ วอล์คเกอร์ ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ พลังความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม บวกด้วยภาวะความเป็นผู้นำ ไม่สมควรจะตกสำรวจ

จน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รู้สึกเห็นใจลูกทีมตัวเอง เลยกระตุ้นว่าโชว์ผลงานให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น เมื่อวันนั้นมาถึงไม่มีใครกล้าปฏิเสธแน่

แล้วพอมาเกิดเหตุการณ์ฉาวนี้ ราฮีม โดนลงดาบฝ่ายเดียว จึงช่วยไม่ได้ที่ทำให้ เซาธ์เกต มองว่าไม่สนับสนุนนักเตะจากแมนฯซิตี้

เอาเข้าจริงอาจไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่มันช่วยไม่ได้ที่สถานการณ์จะถูกนำไปโยงกัน

อังกฤษจะเข้ายูโร 2020 หรือไม่ นั่นไม่ใช่คำถามที่ทุกคนสนใจ เพราะอย่างไรก็น่าจะตีตั๋วชัวร์

แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะมีความสามัคคีเป็นปึกแผ่นมากแค่ไหน นี่ต่างหากที่เป็นคำถาม

--------------------

จริงๆในแคมป์ทีมชาติอังกฤษหลายยุค มีข่าวในทำนองว่าแบ่งออกเป็นกลุ่มก้อน โดยเน้นไปตามสโมสรต้นสังกัดเป็นหลัก


ยุครอยต่อระหว่าง 19 กับ 20 สิงโตคำรามใช้ผู้เล่นจากแมนฯยูไนเต็ดและลิเวอร์พูลเป็นแกนหลัก มีของเชลซีมาผสมบ้าง

ช่วงเก็บตัวไม่ว่าตอนฝึกซ้อมหรืออยู่ในโรงอาหาร มันชัดเจนเลยว่านักเตะจะแยกกันนั่งก๊วนใครก๊วนมัน

ฝั่งแมนฯยูไนเต็ดจะมี ริโอ เฟอร์ดินานด์ , พอล สโคลส์ , เดวิด เบ็คแฮม , นิคกี้ บัตต์ , เวย์น รูนี่ย์ และพี่น้องเนวิลล์

ส่วนทางหงส์แดง สตีเว่น เจอร์ราร์ด , ไมเคิ่ล โอเว่น , เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ เอมิล เฮสกี้ สมานสามัคคีอยู่ด้วยกันเกือบตลอด

แฟร้งค์ แลมพาร์ด , จอห์น เทอร์รี่ , แอชลี่ย์ โคล และ โจ โคล ก็จะขลุกอยู่กันตามประสาผู้เล่นของสิงห์น้ำเงิน

แม้จะมีนักเตะสับเปลี่ยนเวียนกันมาตามปกติ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังยึดสโมสรเป็นหลักนี่แหละ


อย่างที่ ริโอ เคยเล่าให้ฟังหลังจากที่เขาย้ายไปแมนฯยูไนเต็ด แล้ว แลมพาร์ด ไปอยู่กับเชลซี ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ดูห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะได้เข้าแคมป์ทีมชาติเจอหน้ากัน แต่ก็ทักกันตามมารยาทเท่านั้น แทบไม่ได้พูดคุยกันเลย

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกำชับลูกทีมว่า อย่าไปสนิทกับผู้เล่นทีมคู่แข่งมากเกินไป อาจเผลอปล่อยข้อมูลทีมตัวเองให้ฟัง ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ

ฉะนั้นควรรักษาระยะห่างเอาไว้ ซึ่งนักเตะแต่ละคนก็เลยเคร่งครัดปฏิบัติตาม ไม่กล้าฝืนคำสั่ง

จากที่พูดกันน้อยอยู่ ติดต่อกันก็แทบไม่มี นานวันเข้าจากมิตรภาพที่เคยงอกงาม ก็เหี่ยวเฉาตายสนิท ก่อนที่ ริโอ จะมาเปิดเผยภายหลังอย่างที่รู้กัน เพื่อฟื้นความสัมพันธ์กันอีก

อย่างไรก็ตามความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ แม้จะมีแบ่งกลุ่มตามค่ายกัน แต่ความเป็นมืออาชีพยังคงอยู่เช่นเดิม

ยามอยู่ในสนามจะช่วยกันเล่นอย่างเต็มที่ เพื่อนอีกทีมยิงประตูได้ก็วิ่งไปฉลองดีใจ ไม่ได้แสดงหรือมีท่าทีอิดออดเกี่ยงงอนอะไร

แม้จะไม่ถึงขั้นวางความเป็นสโมสรทิ้งไว้ซะเลยทีเดียว แต่ภาพรวมในความสัมพันธ์ถือว่าน่าพอใจ


หากเทียบกับชุดปัจจุบัน แน่นอนเลยว่าต้องดูดีกว่า แม้ทีมในสมัยนั้นจะได้ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยผู้เล่นชั้นเยี่ยมมากมาย แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จก็ตาม

ส่วน เซาธ์เกต ซึ่งโดนมองว่ามีปัญหาเรื่องบริหารจัดการนักเตะ ก็เริ่มรู้แล้วว่าการลงโทษ ราฮีม แถมแถลงผ่านสื่อนั้น อาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องซะเลยทีเดียว

ล่าสุดได้ออกมายืนยันแล้วว่า ราฮีม จะกลับเข้าสู่ทีมอีกครั้ง ในเกมวันอังคารบุกไปเยือนโคโซโว

"เขาคุยกับนักเตะอื่นได้ดีและซ้อมได้ตามปกติ ผมไม่โทษการกระทำของเขา ผมพอใจที่เขาเข้ากับเพื่อนได้ดี"

นักเตะพวกนี้ถูกปลูกฝังมาอย่างดีเรื่องน้ำใจนักกีฬา แต่ถึงที่สุดแล้วการควบคุมอารมณ์ก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อคุณคิดว่าพวกที่มาเข้าแคมป์ด้วยกันเหมือนศัตรู

จากผลงานในฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งกรุยทางถึงรอบรองชนะเลิศ เหมือนเป็นการจุดแสงสว่างแห่งความหวังสำหรับการเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ของสิงโตรำคามขึ้นมาอีก

คุณภาพของผู้เล่นชุดปัจจุบัน ได้รับคำชื่นชมอย่างน่าพอใจ เหมือนเป็นการตอกย้ำว่าสโมสรจากอังกฤษยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถึงขั้นผ่านเข้าชิงกันเองในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเที่ยวล่าสุด

จริงๆหากมองไปที่สเปนซึ่งประสบความสำเร็จงาบแชมป์เมเจอร์ 3 ครั้งติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ยูโร 2008 บอลโลก 2010 และป้องกันยูโรอีกครั้งปี 2012 ก็มีความแตกต่างในเรื่องสีเสื้อและเคสหนักกว่าอังกฤษอีก เพราะมันเรื่องของเชื้อชาติ

ระหว่างมาดริดกับบาร์เซโลน่า มีความขัดแย้งกันรุนแรงมาก บางครั้งเราเห็นว่าผู้เล่นอย่าง ชาบี เอร์นานเดซ , กาเลส ปูโยล หรือ เคราร์ ปีเก้ เคยทำในสิ่งที่ไม่เหมาะ


มีอยู่ครั้งทั้งสามคนพับถุงเท้า ซึ่งมีสีธงชาติของสเปนเข้าด้านใน ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ที่จะทำพร้อมกัน

เซาธ์เกต อาจเรียนรู้จากสเปนที่สามารถฝ่าอุปสรรคเรื่องความแตกต่างไปได้และเหตุการณ์นี้จะเหมือนเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญ สำหรับเรียนรู้ต่อไป

แต่อย่างน้อยความเป็นธรรมกับนักเตะทุกคนต้องให้เกิดเท่าเทียมกันและควรตอบคำถามให้ชัดเจน หากเกิดข้อสงสัยค้างคาใจกันขึ้นมา

นี่คือการบ้านของ เซาธ์เกต หากต้องการพาทีมประสบความสำเร็จในยูโรกลางปีหน้า

และใครอยากจะประสบความสำเร็จแบบไม่มีหวั่น ไม่มีอีดออดล่ะก็มานี่เลยครับกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment