ข่าว

[ #ความดีที่ไม่มีคนมอง ]

อัพเดตเมื่อ : November 29, 2019 1:07am โดย : admin

"เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วและแข็งแกร่งมาก กล้าหาญที่จะเข้าปะทะเพื่อชนะในการครองบอล"

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยพูดถึงคุณสมบัติบางส่วนของ ฟิล โจนส์ ไว้เช่นนี้

นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เฟอร์กี้ ตัดสินใจคว้ามาจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในปี 2011 ยอมจ่ายถึง 16.5 ล้านปอนด์กับนักเตะโนเนมวัย 19 ปี


อีกทั้งก่อนหน้านั้นก็เพิ่งบาดเจ็บหนัก พักยาวมาถึง 6 เดือนด้วยกัน ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมาก

ตอน โจนส์ ย้ายมาแฟนบอลยังตั้งคำถามและสงสัยว่า เป็นใคร? ทำไมค่าตัวแพง?

หลังย้ายมาไม่เท่าไร โจนส์ ก็มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ลงอุ่นเครื่องกับฮอลแลนด์

กุนซือชาวอิตาเลี่ยนให้เหตุผลของการเรียกแบบเซอร์ไพรส์ว่า โจนส์ ไม่ใช่แกร่งและกล้าอย่างเดียว แต่ยังมีการอ่านเกมที่ดี ชิงจังหวะเล่นได้ยอดเยี่ยม รวมถึงครอบคลุมหลายตำแหน่ง


นอกเหนือไปจากเซนเตอร์แบ็กแล้ว ยังสามารถถ่างไปยืนแบ็กขวาได้อย่างไม่เคอะเขินหรือขยับขึ้นมายืนกองกลางตัวรับก็ได้เช่นเดียวกัน

มันหมายถึงสมดุลและความยืดหยุ่นที่เขาสามารถจัดการได้อย่างน่าชื่นชม ไม่ง่ายเลยกับนักเตะอายุแค่ 19

ว่ากันว่าการซื้อครั้งนั้นของ เฟอร์กี้ เป็นการทำเพื่ออนาคต ไว้ทดแทนในช่วงที่ เนมานย่า วิดิช หรือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เริ่มโรยรา

ในสายตาคนทั่วไปมองว่า โจนส์ น่าจะมาแทน วิดิช เพราะมีสไตล์การเล่นที่บู๊ดุดันไม่หวั่นเกรงกองหน้าทุกคน

แต่สำหรับ เฟอร์กี้ แล้วมองลึกลงไป เด็กคนนี้มีแววจะมาเป็นทายาท ริโอ กองหลังผู้ซึ่งสง่างามและเล่นบอลด้วยเชิง เน้นเหลี่ยมคู มากกว่าจะมาใช้แรง

ถึงขั้นบอกว่าถ้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะไปถึงระดับโลกได้เลยทีเดียว ซึ่งฟังดูแล้วเกินไป บางคนนึกย้อนไปแล้วอาจหัวเราะด้วยความตลก

ทั้งที่หลายเกม โจนส์ สำแดงฟอร์มอันยอดเยี่ยม งัดความแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยแพสชั่น มุ่งมั่นทุ่มเท พร้อมทำทุกอย่างเพื่อสโมสร

ในบทบาทกองหลังคนหนึ่ง เขาพร้อมจะทำอย่างไรก็ได้ เพื่อไม่ให้ทีมเสียประตู สะท้อนความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

แต่อุปสรรคหลักใหญ่ที่ฉุดรั้งไว้ไม่ให้ไปได้ไกลอย่างที่ควรจะเป็นคืออาการบาดเจ็บ ซึ่งมาแบบถี่ยิบรายเดือน ส่วนใหญ่เกิดจากความทุ่มเทบางคราวดูเหมือนจะเกินขอบเขต


รวมไปทั้งเวลาซ้อมที่จะมุ่งมั่น ไม่ค่อยเซฟตัวเองสักเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้ เฟอร์กี้พร่ำเตือนอยู่บ่อยๆ แต่มันอาจเป็นนิสัยส่วนตัวที่พอลงเกมแล้ว มักจะอดไม่ได้ต้องใส่เต็มที่

โจนส์ จึงเข้าออกระหว่างสนามกับเตียงพยาบาลอยู่เป็นประจำ มันทำให้จังหวะการก้าวไปข้างหน้าหรือพัฒนาการต้องสะดุด

ช่วงไหนที่สภาพร่างกายฟิตเต็มที่ โจนส์ จะแสดงให้เห็นความกระหายที่จะลงเล่นมากๆ

ตอนที่ หลุยส์ ฟานกัล มาคุมทีม เขาต้องหลุดไปนั่งสำรองส่วนใหญ่ และหงุดหงิดไม่น้อยที่ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจ ทั้งที่ทำงานหนักมากเวลาซ้อม

พอเปลี่ยน โชเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นบอส เขากลับมาได้เล่นอย่างต่อเนื่องมากขึ้น มีอยู่ช่วงหนึ่งได้จับคู่กับ มาร์กอส โรโฮ จนขันน็อตแนวรับจนแน่น

แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ ไม่นานเท่าไร อาการเจ็บก็ต้องพรากโอกาสดีๆไปเหมือนอย่างเคย

มูรินโญ่ มีความเห็นพ้องกับ เฟอร์กี้ ตรงที่มองเห็นศักยภาพของ โจนส์ ว่าอยู่ในขั้นยอดเยี่ยม สามารถขยับถึงเวิล์ดคลาสได้ น่าเสียดายตรงบาดเจ็บง่าย อวัยวะทุกส่วนเกิดปัญหาให้ต้องซ่อมแซมอยู่เสมอ

"ผมไม่เข้าใจร่างกายตัวเองนัก ผมอยากลงเล่นแต่บางทีก็ฝืนไม่ไหวจริงๆ"

โจนส์ เคยหงุดหงิดกับอาการบาดเจ็บที่มาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ ราวกับเป็นญาติสนิทกัน

หากนักเตะสักคนบาดเจ็บถี่อย่างนี้ สโมสรมักจะไม่ค่อยเก็บไว้ ต่อให้ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อก็เถอะ คำนวณแล้วไม่คุ้มค่าเลย



แต่สำหรับ โจนส์ แล้วกลับแตกต่างออกไป

เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โจนส์ ได้รับสัญญาฉบับใหม่และไม่มีรีรอที่จะสะบัดลายเซ็นขยายยาวถึงปี 2023 อีกทั้งมีอ็อปชั่นอีก 1 ปีด้วยกัน

เป็นอีกครั้งที่เร้ด อาร์มีไม่น้อยแสดงท่าทีข้องใจ เพราะคิดว่าควรปล่อยได้แล้ว มาเสียเวลารักษาตัวกันอยู่ได้

แต่ในมุมของบอร์ดบริหารมองว่าการจับต่อแบบนี้ ยังสามารถโก่งค่าตัวได้ในระดับหนึ่ง หากมีการขายขาดจริงๆ

แล้ว โจนส์ พูดง่ายๆมาก ไม่ต้องต่อรองมากเรื่องเปลืองเวลา ทั้งที่หากยื้อให้สัญญาหมดจะสามารถเรียกร้องค่าจ้างมากกว่าเดิม กุมความได้เปรียบไว้

เขาตัดสินใจรับค่าจ้างเท่าเดิม 4 ล้านปอนด์ต่อปีหรือตกสัปดาห์ละ 75,000 ปอนด์เท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไรเลย

"ผมมีความสุขมากที่จะได้อยู่ที่ต่อไปอีก มันน่าปลาบปลื้มที่จะได้ช่วยทีมจนครบ 10 ปี"

เขากล่าวกับเว็บไซต์สโมสรไว้เช่นนี้ในวันที่ต่อสัญญาใหม่ออกไป


ความซื่อสัตย์และภักดีจึงน่าจะเป็นอีกจุดเด่นของเขาด้วย

----------------------

ดิ แอธเลติก สื่อดังที่กำลังมาแรงในวงการ อ้างว่าระหว่างที่คุยกับในรายละเอียดขอสัญญาฉบับนี้ ได้มีการพูดถึงเรื่องเทสติโมเนี่ยลแมตช์หรือเกมเกียรติยศด้วย

ตามธรรมเนียมแล้วนักเตะที่รับใช้สโมสรครบ 10 ปีจะได้รับเกียรตินี้ โดยสโมสรจะจัดให้ แล้วมอบรายได้ทั้งหมดจากค่าตั๋วเพื่อเป็นการตอบแทน

อย่างไรก็ตาม โจนส์ ได้ตอบปฏิเสธกลับไป โดยให้เหตุผลที่บอร์ดบริหารต้องอึ้งว่า คงไม่มีใครอยากมางานนี้หรอกนอกจากพ่อแม่ของเขาเอง

ไม่รู้ว่านี่คือคำพูดที่จริงจังมากน้อยแค่ไหนกัน อาจเป็นการเล่นมุกขำๆระหว่างเขากับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด หรือผู้บริหารคนอื่น


แต่ ดิ แอธเลติก เอาเรื่องนี้มาเผยในช่วงเวลาที่ โจนส์ โดนวิจารณ์อย่างหนัก จากผลงานล่าสุดที่ทำผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยในเกมเสมอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-3

โจนส์ เพิ่งได้ลงเล่นในเกมลีกครั้งแรกของฤดูกาล หลังฟื้นจากอาการเจ็บ โดยที่ก่อนหน้านั้นสัมผัสเพียงแค่ศึกยูฟ่า ยูโรปาลีกมาแค่ 2 นัดเท่านั้น

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มองว่าการขาดหายไปของ 3 กองกลางหลักทั้ง ปอล ป็อกบา , เนมานย่า มาติช และ สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ พร้อมๆกัน อาจส่งผลในเกมรับและปรับมาเล่นสูตรเซนเตอร์แบ็ก 3 คน

เลยเข็น โจนส์ ลงมาเพราะ โรโฮ ที่ฟอร์มกำลังเยี่ยม โดนอาการเจ็บเล่นงานอีก

ใครที่ได้ดูเกมนี้จะเห็นเลยว่าแมนฯยูไนเต็ดต้องตั้งรับพัลวันตั้งแต่ต้นเกม กระทั่งเขื่อนแตกจากความผิดพลาดของ โจนส์ ที่ตัดสินใจแย่มาก ไม่เตะบอลทิ้ง อีกทั้งเหลี่ยมบอลเสียเปรียบทั้งที่เข้าถึงก่อน โดนฉกไปดื้อๆ

ก่อนจะหวดต่อในครึ่งหลัง โซลชา ตัดสินใจเปลี่ยน โจนส์ ออกทันที ปรากฏว่าเกมดีขึ้น กระทั่งได้ 1 คะแนนออกมา

หลังเกมจบกูรูทั้งหลายเล่นงานเขาอย่างหนัก แกรม ซูเนสส์ อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลซัดแบบไม่เกรงใจว่า นี่ไม่ใช่สภาพกองหลังที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก


แน่นอนว่า โจนส์ ต้องผิดหวังมากๆ นัดแรกในลีกซีซั่นนี้กลายเป็นฝันร้ายจนได้

ว่าไปแล้วเขาย่อมรู้จุดอ่อนของตัวเองบ้าง เช่นเฟอะฟะ พรวดพราดเกินไป จนมักนำมาซึ่งการสังเวยประตูให้คู่ต่อสู้

แต่ในขณะที่รู้จุดด้อยตัวเอง เขาก็พยายามชดเชยด้วยแพสชั่น ความทุ่มเทต่างๆ ยอมเอาตัวเข้าแลก หากว่าว่ามันสามารถป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตู

หลายครั้งที่เราได้เห็นช็อต โจนส์ เล่นแบบเสี่ยงๆ เอาหน้าหรือหัวไปยื่นใกล้ๆรัศมีหวดของฝ่ายตรงข้าม จนน่าหวาดเสียวเหลือเกิน

แต่แฟนบอลมักจะมองข้ามเรื่องนี้หรือมองข้ามแม้กระทั่ง โจนส์ รับค่าจ้างแค่ 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์และไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเลยในสัญญาใหม่ ทั้งที่เขายื้อปล่อยไว้แล้วดึงราคาก็ยังได้

ไม่อยากเปรียบเทียบเลย แต่ถ้าเรามอง อเล็กซิส ซานเชซ ที่รับกว่า 400,000 ปอนด์ก่อนหน้านี้ จะเห็นใจ โจนส์ มากขึ้น

บางทีมันก็น่าเศร้าเมื่อความผิดพลาดของเขามันดูใหญ่โตมากๆ จนบดบังคุณสมบัติข้อดีอื่นซะหมด

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริงๆแล้ว โจนส์ อยากได้เมสติโมเนียลแมตช์หรือไม่


แต่ถ้ามีการจัดจริง แฟนบอลอาจเข้ามาเต็มสนาม เพราะมองเห็นอะไรมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้

และใครกำลังเบื่อกับความผิดพลาดซ้ำๆจากเว็บไซด์เดิมๆล่ะก็ลองเปลี่ยนมาหาอะไรใหม่ๆที่ดีกว่าเดิมไหมล่ะครับ ? ลองนี่เลยกับ Sbobet777 รับรองบริการดีเยี่ยม ไม่ล่าช้า ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment