ข่าว

[ #พ่อแม่รังแกผม ? ]

อัพเดตเมื่อ : December 02, 2019 4:21am โดย : admin

คาร์ล โรบินสัน อดีตผู้จัดการทีมมิลตัน คีนย์ส ดอนส์คือคนค้นพบ เดเล่ อัลลี่

เขาเห็นเจ้าหนูอัลลี่ตั้งแต่เล่นอยู่ทีมเยาวชน ฉายแววอย่างน่าทึ่งมาก จึงดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในฤดูกาล 2013/14

ฟอร์มของ อัลลี่ ร้ายกาจเกินวัย จนคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรชนิดไร้คู่แข่ง

จากนั้นซีซั่นรุ่งขึ้น นอกจากจะช่วยเอ็มเค ดอนส์เข้าป้ายรองแชมป์ลีกวันแล้ว เขายังถูกโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอของลีกวันด้วย

ยิงไป 16 ประตูจาก 39 นัด มันช่างน่าตื่นตาเหลือเกินสำหรับนักเตะวัยแค่ 19 ในเวลานั้น อีกทั้งยังเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก ไม่ใช่เป็นกองหน้าตัวเป้า

ตอนนั้นหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกอยากได้ตัวมาก แต่ โรบินสัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลิเวอร์พูล เคยเป็นนักเตะเยาวชนมาก่อน รุ่นเดียวกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เลยพา อัลลี่ ขึ้นรถขับไปลิเวอร์พูลกันเลย



อัลลี่ เองก็อยากย้ายไปที่นั่นด้วย เพราะเป็นเดอะ ค็อปเต็มขั้นและมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นไอดอล

แต่ฝันก็ต้องพังครืนลงมา เมื่อทางบอร์ดบริหารหงส์แดงมองว่าค่าเหนื่อยที่เรียกร้องมาแพงเกินไป จึงไม่ยอมปิดดีล

กุมภาพันธ์ 2015 สเปอร์สยื่นมา 5 ล้านปอนด์จึงคว้าชิ้นปลามันสำเร็จ โดยปล่อยนักเตะให้ช่วยเอ็มเค ดอนส์ก่อนจนจบฤดูกาล แล้วค่อยมาแบบเต็มตัว

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมไก่เดือยทองในเวลานั้น กล้าตัดสินใจใช้ อัลลี่ เป็นแกนหลักในแนวรุกทันที ก่อนจะตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจด้วย 10 ประตูเฉพาะในลีก

ฟอร์มของ อัลลี่ น่าตื่นตามากๆ ไม่ใช่แค่แข็งแกร่ง ยังปราดเปรียว เทคนิคดี ยิงประตูได้เยี่ยมครบเครื่องมากๆ

จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในซีซั่นแรกที่ขยับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

ฤดูกาล 2016/17 อัลลี่ พีกยิ่งกว่า ซัดในลีก 18 ประตูติดทีมยอดเยี่ยมพีเอฟเอและยังครองดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกสมัย



ความร้อนแรงที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว บางครั้งมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะรักษาไว้ได้ต่อเนื่อง ไหนจะต้องแบกรับกับความกดดันอีก สำหรับนักเตะวัยแค่ 20 จึงเป็นเรื่องหนักหนาอยู่

อัลลี่ ถูกโยงกับสโมสรใหญ่หลายทีม ในพรีเมียร์ลีกมีแมนฯยูไนเต็ดอยากได้ตัว ส่วนที่ลาลีกาสองยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริดกับบาร์เซโลน่าก็จับตามองเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามปมบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต มันอาจทำให้สภาพจิตใจของเขามีปัญหาอย่างไม่น่าเชื่อ

-------------------

หลายคนอาจไม่รู้ว่า เดเล่ อัลลี่ มีเชื้อสายไนจีเรียสืบทอดมาจากทางฝั่ง เคฮินเด้ อัลลี่ ผู้เป็นพ่อ

พ่อของเขาไม่ธรรมดาเป็นถึงเจ้าชายของเผ่าโยรูบา ร่ำรวยมหาศาลในฐานะนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ มีธุรกิจค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

เขาเกิดที่มิลตัน คีย์นส์ ในปี 1996 หนึ่งปีหลังจาก เคฮินเด้ กับ เดนิส มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน

เคฮินเด้ มาศึกษาต่อที่อังกฤษ กระทั่งพบรักกับ เดนิส อยู่กินด้วยกันเหมือนสามีภรรยาทั่วไป



แต่หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็หย่าขาดกัน เคฮินเด้ ย้ายไปแคนาดาทำงานบริษัทของตัวเองที่นั่น บินกลับมาอังกฤษเพื่อดูแลลูกๆบ้างบางโอกาส

พออัลลี่ได้ 8 ขวบ พ่อก็หอบไปอยู่ที่ลากอสเมืองหลวงไนจีเรียด้วยกัน ให้อยู่ในแมนชั่นหรูหราขนาด 10 ห้องนอน มีคนรับใช้ทุกอย่างตั้งแต่แม่บ้าน ยันคนขับรถ

เข้าโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมละ 20,000 ปอนด์ เรียกว่าชีวิตอยู่ดีกินดีมีครบ แตกต่างจากเด็กไนจีเรียทั่วไป

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องการคือความอบอุ่น ซึ่งพ่อแทบไม่มีให้ เพราะมัวแต่วุ่นวายกับธุรกิจของตัวเอง

ในขณะเดียวกันก็ต้องห่างจากแม่อีก ความผูกพันเป็นแม่ลูกกันจึงแทบไม่มีด้วย

เขาย้ายตามพ่อไปสหรัฐฯและได้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้พ่อตัวเองแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งความรู้สึกเวลานั้นมันกล้ำกลืนไม่น้อยสำหรับเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ

พอ 11 ขวบย้ายกลับมาอังกฤษ เพื่อตามล่าหาความฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างที่ตัวเองต้องการ

เรื่องนี้เขาขัดแย้งกับพ่อมากๆ เพราะวางแผนไว้ว่าจะให้ลูกชายสืบทอดกิจการมูลค่ามหาศาลของตน

ที่อังกฤษเขากลับมาอยู่กับแม่ก็จริง แต่เพราะการขาดความสัมพันธ์กันในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เกิดช่องว่างขึ้น

บางวันเขาไม่ยอมกลับบ้านซ้อมบอลเสร็จก็เลยเถิดไปนอนบ้านเพื่อน โดยอ้างว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากแม่

เขามองครอบครัวอื่นที่พ่อแม่มาดูลูกซ้อมหรือลงแข่งเป็นประจำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

ปมจากตรงนั้นทำให้เขาออกจากบ้านตอนอายุ 13 ไปอาศัยกับ อลัน และ ซัลลี่ ฮิคฟอร์ดพ่อแม่ของเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกัน ก่อนจะได้รับการเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรม



เขาตัดขาดจากครอบครัวของตัวเองจริงๆ แทบไม่มาหาอีกเลย สร้างความสะเทือนใจให้ เดนิส ผู้เป็นแม่มากๆ

"เขาไปอยู่บ้านเพื่อนและมาหาฉันแค่สัปดาห์ละครั้ง มีคนพูดกรอกหูเขาว่าฉันติดเหล้า ไม่สนใจดูแล แต่ฉันไม่มีรถขับ เวลาจะไปสนามแต่ละทีก็ลำบาก"

เดนิส เคยเล่าไว้อย่างนี้ โดยยืนยันว่าอยากเห็นลูกชายประสบความสำเร็จ อยากจะกอดแน่นๆอีกสักครั้งเหมือนแม่ทั่วไป

เธอเคยไปรอลูกชายตัวเองที่หน้าสนามซ้อม แต่เมื่อ อัลลี่ เห็นหน้าแม่ก็รีบฉากหลบออกมา ขึ้นรถตัวเองขับหนีไปทันที ไม่สนใจคำอ้อนวอนอะไรทั้งสิ้น

ส่วน เคฮินเด้ ก็ไม่เข้าใจลูกชายเช่นเดียวกันทำไมถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ทั้งที่ดูแลอย่างดีมาตลอด ช่วยเหลือเรื่องเงินแทบไม่ขาดตกบกพร่อง ทันทีที่ลูกชายสอบได้ใบขับขี่ก็ซื้อรถคันแรกเป็นของขวัญ

ส่วนที่โดนครหาว่าอยากได้เงินจากลูกชายที่เวลานี้รับเงินค่าจ้าง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ไม่จริงเลย เพราะตัวเองรวยอยู่แล้ว แค่อยากได้ลูกชายกลับมาเท่านั้นเอง

"ทำไมเขาถึงทิ้งครอบครัวที่รักเขา ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ"

---------------------

ปี 2016 อัลลี่ ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อที่หลังเสื้อตัวเอง

จากเดิมแปะ ALLI ซึ่งเป็นนามสกุลของพ่อไว้ข้างหลังเสื้อ ก็เปลี่ยนมาใช้ DELE ซึ่งเป็นชื่อหน้า



มันเพิ่มความชัดเจนมากเข้าไปอีกว่า เขาไม่สนใจครอบครัวเลยสักนิดเดียว

อัลลี่ อาจจะยังรู้สึกแย่และคิดอยู่เสมอว่าไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่และเมื่อเลือกเส้นทางเดินเอง อยากเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัว จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ย่อมคิดว่าเติบโตมาด้วยลำแข้ง ไม่ได้พึ่งพาครอบครัวเลย

แน่นอนมันโหดร้ายมากสำหรับ เคฮินเด้ และ เดนิส ยิ่งมองเห็นลูกชายตัวเองมีชื่อเสียงโด่งดัง กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการฟุตบอล มันก็ยิ่งเจ็บปวด

นิสัยอย่างหนึ่งของ อัลลี่ คือมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก มันส่งผลดีเสมอยามที่อยู่ในสนาม

แต่ในอีกทางหนึ่งมันทำให้เขามองข้ามความสำคัญบางอย่างไป

ในขณะที่แม่ยังมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เขาควรเหลียวกลับมามองบ้าง แม้จะไม่ได้รู้สึกผูกพันเลยก็ตาม

อย่างน้อยนี่คือแม่ผู้ให้กำเนิดมา แล้วตอนเขากลับอังกฤษเพื่อมาตามหาความฝัน ก็มาอาศัยอยู่กับแม่ตั้งแต่ 11 ขวบ

แม้จะอยู่ช่วงสั้นๆแค่ 2 ปี มันก็น่าจะมากพอที่จะพอเข้าใจสถานการณ์ได้ว่าเป็นอย่างไร



ส่วนพ่อก็เคยฟูมฟักเลี้ยงดูอย่างดี ข้าวของเงินทองหามาใช้ไม่ได้ขาด แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่มันต้องถึงขั้นตัดสัมพันธ์เลยหรือ

แน่นอนเรื่องในครอบครัวหรือรายละเอียดต่างๆของ อัลลี่ เราไม่มีทางรู้เลย เพียงแต่มันไม่น่าลงเอยถึงขั้นไม่สนใจ ทั้งที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแม่ที่เคยอุ้มท้อง ผู้ชายคนนั้นคือพ่อที่เคยส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดี

กลางปีที่แล้วอังกฤษลงเตะอุ่นเครื่องกับไนจีเรีย ปรากฎว่าแฟนบอลไนจีเรียโห่ใส่ อัลลี่ ทุกครั้งที่ได้บอล

เสียงโห่นั้นอาจไม่ได้มาจากความไม่พอใจที่เขาปฎิเสธเล่นให้ทีมชาติไนจีเรียตามคำเชิญของสหพันธ์อย่างเดียว

แต่การที่เขาปฏิเสธครอบครัวอาจเป็นอีกสาเหตุด้วยเช่นกัน


ได้อ่านเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนกันแล้ว ก็อย่าลืมเลือกใช้บริการ Sbobet777 กันด้วยนะครับ รับรองว่าที่นี้มีความสำเร็จรอคุณอยู่ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99


---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/





บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment