ข่าว

[ #เกมนี้ไม่มีผู้แพ้ ]

อัพเดตเมื่อ : December 03, 2019 1:29am โดย : admin

ระหว่างแอดมินพรมนิ้วบนคีย์บอร์ดนี้ ยังไม่รู้ผลบัลลงดอร์ 2019 ว่าจะตกเป็นของใคร

ถ้าวัดตามกระแสแล้ว ลิโอเนล เมสซี่ คือเต็งหนึ่งที่จะคว้ารางวัลอันทรงเกียรติของนักฟุตบอลอาชีพสมัย 6 มาครอง

เพราะทั้งสื่อใหญ่หลายเจ้าต่างลงข่าวไปในทิศทางเดียวกัน บวกกับบริษัทรับพนันถูกกฎหมายอีกมากมาย ต่างออกอัตราที่พอจะชี้ให้เห็นว่างานนี้ไม่รอดเงื้อมมือซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาแน่นอน

แม้ยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ แต่มีไม่น้อยรู้สึกเสียดาย เฟอร์กิล ฟานไดค์ เพราะคิดว่ามีความเหมาะสมไม่ด้อยไปกว่าใครเลย

นับตั้งแต่ย้ายมาลิเวอร์พูลเมื่อมกราคม 2018 เกมรับของทีมก็เปลี่ยนไปจากเดิม แข็งแกร่งมากขึ้น ยากที่จะเจาะทะลวงเข้าไป เขายังแสดงให้เห็นความเป็นผู้นำอีกด้วย

ฟาน ไดค์ สร้างความอุ่นใจให้เพื่อนร่วมทีมเสมอ เมื่อเขายืนตระหง่านคอยป้องกันประตู

ไม่ใช่แค่สกัดกั้นเท่านั้น ปราการหลังชาวดัตช์ยังมีบทบาทกับการขึ้นไปทำประตูจากลูกเซตพีซบ่อยครั้ง จังหวะเทคตัวขึ้นโหม่งบอลตุงตาข่าย เป็นภาพที่เราเห็นจนชินตา



เขาดูสง่างาม ฉลาดปราดเปรื่อง อีกทั้งเยือกเย็นมากๆ สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่กดดันได้อย่างสบาย

ฤดูกาลแรกอาจน่าผิดหวัง เพราะพ่ายเรอัล มาดริดในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันเป็นความทรงจำที่น่าเจ็บปวด

ซีซั่นถัดมาเขายิ่งแกร่งกว่าเดิม แม้หงส์แดงจะจบแค่อันดับ 2 พรีเมียร์ลีก แต่รางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอตกเป็นของเขา

จากนั้นเมื่อมีส่วนสำคัญนำทีมเฆี่ยนสเปอร์ส 2-0 ในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฟานไดค์ ยังถูกเลือกจากยูฟ่าครองแมน ออฟ เดอะ แมตช์ด้วย

รางวัลส่วนตัวหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง เดือนสิงหาคมผงาดนักเตะยอดเยี่ยมยูฟ่า พอถึง 2 กันยายนมีชื่อเข้าชิงยอดแข้งฟีฟ่า ก่อนจะพ่ายให้ เมสซี่

พอเข้าสู่ตุลาคม ชื่อของ ฟานไดค์ เข้าชอร์ตลิสต์หรือรอบสุดท้ายเพื่อลุ้นชิงบัลลง ดอร์ ซึ่งว่ากันว่าคือรางวัลที่เข้มขลังสุดสำหรับนักเตะสักคน หากได้รับ

เขาเคยบอกว่าช่วงเวลาแค่ 2 ปีเมื่อย้ายจากเซาธ์แฮมป์ตันมาสู่ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ เป็นสถิติกองหลังแพงสุดในเวลานั้น ชีวิตก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

มันน่าตื่นเต้นกับความสำเร็จต่างๆ แต่เหนืออื่นใด ฟานไดค์ บอกตัวเองเสมอว่า ชนะวันนี้ก็จบกัน ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อชนะในวันพรุ่งนี้อีก

การหยุดอยู่กับที่หรือหลงไปกับความสำเร็จในวันนี้ หมายความว่าคุณจะรอให้ความพ่ายแพ้พุ่งเข้าชนในวันต่อไป

--------------------

สำหรับ ฟานไดค์ นี่คือการเข้าชิงบัลลงดอร์ครั้งแรก

ไม่ว่าอย่างไรต้องตื่นเต้นอยู่แล้ว ต่างจาก เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทะลุเข้าชอร์ตลิสต์จนธรรมดา



เราเชื่อได้ว่าในวันที่เขารู้ว่าตัวเองมีชื่อเข้ารอบสุดท้าย เขาอาจจะใจเต้นรัวโครมคราม เพราะหากวัดกันตามผลงานแล้วมีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียว

รางวัลนี้จะโหวตโดยนักข่าวจากสื่อใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือและทรงอิทธิพล ดังนั้นจึงมีมุมมองที่แตกต่างออกไป

เอากันแบบแฟร์ๆ ถ้าวัดที่ความสำเร็จผสมกับผลงานส่วนตัวแล้ว ฟานไดค์ เหมาะสมอย่างปราศจากข้อกังขา

แชมป์ยูซีแอล บวกด้วยรองแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ทำไปถึง 97 แต้ม เป็นรองจ่าฝูงที่โกยคะแนนมากสุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังผู้ดีและลิเวอร์พูลเสียไปเพียงแค่ 22 ประตูเท่านั้น ย่อมสะท้อนถึงเกมรับอันเหนียวแน่น

ส่วน เมสซี่ มีโอกาสจะรวบ 3 แชมป์ใหญ่กับบาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายเหลือเพียงลาลีกา เพราะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกโดนลิเวอร์พูลเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศอย่างแสนเจ็บปวด โกปา เดล เรย์ก็พลาดท่าให้บาเลนเซียอีก

จากทริปเปิ้ลอยู่แค่เอื้อม เมสซี่ ซึ่งเป็นทั้งกัปตันทีมและหัวใจหลักมาตลอดกลับทำไม่สำเร็จ ผิดเป้าหมายไปมาก

ขณะที่ฟอร์มส่วนตัวยังถือว่ารักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม 51 ประตูจาก 50 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่นที่แล้ว จนคว้าแข้งยอดเยี่ยมลาลีกามาครอง รวมถึงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในซีซั่นนี้ที่กดไป 11 ประตู ยังยืนหยัดบนยอดอย่างสง่างาม

เกมลาลีกากับแอตเลติโก้ มาดริดเมื่อคืนวันอาทิตย์ หากไม่ได้ เมสซี่ ที่ซัดประตูชัยอย่างเฉียบขาด คงไม่มีทางเลยที่จะกลับออกมาพร้อม 3 คะแนน



แน่นอนผลงานของเขามันโดดเด่น จนเข้าตาทุกคนที่ได้เห็น บนวัย 32 ย่าง 33 แต่แทบไม่ได้เผยให้เห็นความร่วงโรย นี่คือความยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้หากเขาได้อีก จะเป็นสมัยที่ 6 แล้ว แซง โรนัลโด้ ขึ้นแท่นมากสุดแบบเดี่ยวๆ ไม่ต้องไปแชร์ความยิ่งใหญ่กับใคร

ถ้าคว้าได้จริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่อาจเป็นบัลลงดอร์ที่สำคัญหรือพอๆกับที่คว้ามาในครั้งแรกเมื่อปี 2009 หรือย้อนหลังไป 10 ปีก่อน

พิจารณาดูทุกเหลี่ยมมุมแล้ว เมสซี่ ก็มีความเหมาะสมในระดับที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

ขึ้นอยู่กับสายตาและความรู้สึกของแต่ละคนว่าจะเลือกตัดสินแบบไหน

บางคนมอง เมสซี่ ที่ความเร้าใจ เทคนิคอันเหนือชั้น ยิงประตูคมกริบและเป็นเหมือนคนแบกบาร์เซโลน่า

บางคนอาจมองว่า เมสซี่ ได้มามากพอแล้ว มันน่าเบื่อที่เห็นภาพซ้ำซากจำเจและ ฟานไดค์ ก็มีคุณสมบัติครบถ้วน อีกทั้งผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังไม่เคยได้รางวัลนี้เลยนับตั้งแต่ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ในปี 2006



-------------------

ยิ่งใกล้วันประกาศผลเท่าไร ฟานไดค์ น่าจะต้องกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้นเป็นธรรมดา

ถ้าจิตใจไม่สงบ มีอาการฟุ้งซ่านคอยก่อกวน มันอาจส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามได้

แต่เขากลับไม่ได้แสดงให้เห็นร่องรอยเลย ยังคงปักหลักเป็นกำแพงเหล็กอย่างน่าชื่นชม

เกมล่าสุดเปิดแอนฟิลด์รับไบรท์ตัน ฟอร์มโดยรวมของลิเวอร์พูลไม่ได้ดีสักเท่าไรเลย

ทว่าการได้ ฟานไดค์ โหม่งคนเดียว 2 ประตูขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก นอกจากสร้างความผ่อนคลายได้เยอะ ยังไม่กดดันเมื่อต้องลงมาเล่นในอีก 45 นาทีที่เหลือ

แล้วที่สะท้อนได้ชัดเจนคือสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งของ ฟานไดค์ ขณะเดียวกันมันก็เยือกเย็นพอที่รับมือได้

เราแทบไม่ได้เห็นเขาสมาธิหลุดเลยสักนิด แม้เกมรับจะมีจุดอ่อนบ้าง นั่นอาจเป็นเพราะการขาดหายไปของ ฟาบินโญ่ ทำให้ความสมดุลลดลง

อีกทั้งยังแสดงความรับผิดชอบในจังหวะที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ออกมาจากกรอบเขตโทษแล้วใช้มือปัดบอลจนต้องโดนใบแดงไล่ออก



เขายืนยันว่าต้นตอมาจากความผิดพลาดในเกมรับ ถ้ายืนตำแหน่งกันดีจริงๆ คงไม่ปล่อยให้ผู้รักษาประตูต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้

สมาธิเขายังคงอยู่กับเกมตลอดเวลา ดูเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องบัลลงดอร์เลย

หลังจากผ่านเกมหนักกับไบรท์ตันมาไม่นานนัก ฟานไดค์ ออกมาพูดถึงสถานการณ์ลุ้นรางวัลอย่างน่าสนใจ

"คืนนั้นจะไม่มีผู้แพ้แน่นอน ผมภูมิใจมากที่อยู่ในกลุ่มถูกเสนอชื่อเข้าชิง ผมอยู่ในกลุ่มนั้นจากฟอร์มที่ผมทำได้กับต้นสังกัดฤดูกาลก่อน รวมถึงจากฟอร์มที่ผมทำได้กับทีมชาติด้วย"

แค่ได้รับการเสนอชื่อมันก็น่าภูมิใจมากแล้ว มีนักเตะไม่กี่คนหรอกที่จะลุ้นรางวัลแบบนี้ ในค่ำคืนนั้นจะไม่มีผู้แพ้ เราจะมารอดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น"

นี่คือประโยคจาก ฟานไดค์ ที่ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีผู้แพ้อย่างเด็ดขาด

เขาเลือกมองในมุมตรงข้าม แค่การผ่านได้ถึงขนาดนี้ควรภูมิใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

อย่างที่บอกนั่นแหล่ะครั้งแรกสำหรับทุกคนมันต้องเป็นความทรงจำที่ดี แค่ได้ไปยืนบนโพเดี้ยม ต่อให้ไม่ต้องเป็นที่หนึ่งก็ปลาบปลื้มได้เสมอ



หากว่าที่หนึ่งไม่ไหว ได้ที่สองก็ไม่เป็นไรอยู่แล้ว

สำหรับ ฟานไดค์ ความสำเร็จส่วนตัวอาจไม่สำคัญเท่าความสำเร็จของทีม ส่วนใครที่มองหาความตื่นเต้นและความสำเร็จตลอดเวลา เลือกใช้บริการ Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าติดใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment