breadcrumb symbol ข่าว

[ #ปืนใหญ่หัวใจเล็ก ]

อัพเดตเมื่อ : December 06, 2019 11:52pm โดย : top

ตอน อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมอาร์เซน่อลเมื่อปี 1996 เขาจัดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในทีม

วิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ จิตวิทยา ล้วนแต่เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับนักเตะปืนโตยุคนั้น โดยเฉพาะผู้เล่นอังกฤษ ซึ่งไม่คุ้นเคยมาก่อน

โทนี่ อดัมส์ เล่าให้ฟังว่างุนงงกับระบบต่างๆ ไล่ตั้งแต่ห้ามดื่มน้ำอัดลมหลังซ้อมเสร็จ ห้ามกินกัมมี่ (ขนมหวานคล้ายเยลลี่) ห้ามกินเบอร์เกอร์และทุกคนจะต้องมานั่งกินข้าวด้วยกันในมื้อที่ทางสโมสรจัดให้ ซึ่งอาหารนั้นแน่นอนว่าไม่อร่อยถูกปาก

ขณะเดียวกันวัฒนธรรมการดื่มอันหนักหน่วงที่มีมาตั้งแต่ยุค บรูซ ริอ็อค เป็นผู้จัดการทีมก็โดน เวนเกอร์ ทำลายราบไม่เหลือ ชนิดไม่มีใครกล้าหือ

ตอนนั้น อดัมส์ คือหัวโจกที่มักนำเพื่อนร่วมทีมปาร์ตี้หรือเข้าผับเป็นประจำ มี พอล เมอร์สัน กองหน้าอีกคนที่มักร่วมขบวนด้วย

เวนเกอร์ เรียก อดัมส์ เข้ามาเคลียร์เองและประกาศิตอย่างเด็ดขาดต้องดูแลร่างกายให้ดีไม่อย่างนั้นจะโดนขายทิ้งหรือหลุดไปนั่งสำรอง



ภายหลัง อดัมส์ สารภาพเลยว่าเพราะเจ้านายคนนี้แหล่ะ ทำให้เขากลับมามีร่างกายที่แข็งแกร่งและค้าแข้งได้ยาวอีกหลายปี

ส่วน เมอร์สัน ซึ่งไม่ใช่มีปัญหาแค่ดื่มหนักอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและผีการพนันเข้าสิง ถูกขายไปยังมิดเดิลโบรช์ในปี 1997 เพื่อตัดปัญหา

ย้ายไปที่นั่นได้ไม่ถึงปีก็มีเพื่อนร่วมทีมใหม่คือ พอล แกสคอยน์ ที่โยกมาจาก กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ปรากฏว่าจับคู่กันดื่มแบบไม่บันยะบันยัง

เมอร์สัน ที่ปัจจุบันผันมารับบทกูรูวิเคราะห์เกมทางทีวีรวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์ให้กับเดลี่ สตาร์ เพิ่งเปิดเผยว่าเขากับ แก๊ซซ่า ดื่มกันยันสว่างสัปดาห์ละ 6 วันเป็นเรื่องปกติ

สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือผู้จัดการทีมโบโร่เวลานั้นชื่อ ไบรอัน ร็อบสัน จึงแทบไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือออกระเบียบในเรื่องการดื่มที่เข้มงวดเลย

แม้ เมอร์สัน จะเป็นหนึ่งในแข้งหลักของแนวรุก แต่ เวนเกอร์ ตัดสินใจถูกที่ปล่อยตัวออกไป ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในทีม อีกส่วนหนึ่งเพื่อเปิดทางดึงนักเตะที่ตัวเองต้องการเข้ามา

เพราะแรกทีเดียวเมื่อเข้ามาคุมนั้น เวนเกอร์ ต้องเจอกับบรรยากาศที่ไม่ดีนัก เพิ่งมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีม นักเตะก็ไม่สามัคคีกัน แบ่งออกเป็นกลุ่มเป็นก๊ก ยากต่อการควบคุม

แนวทางของกุนซือเฟร้นช์ได้ผลน่าพอใจมาก เพราะฤดูกาล 1997/98 ปืนโตก็โค่นบัลลังก์ แมนฯยูไนเต็ด ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเหนือคาดหมาย



ผู้เล่นที่ เวนเกอร์ คว้ามาแต่ละคนเหมือนจะโนเนม ไม่ได้ใช้งบประมาณมหาศาล แต่ตอบสนองความต้องการได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ทั้งนอกและในสนามของผู้เล่นแล้ว สิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการทำให้ทีมสปิริตแข็งแกร่ง

แข้งปืนโตในช่วงนั้นจะกลมเกลียวเหนียวแน่นมาก แม้จะเต็มไปด้วยต่างชาติซะเยอะจนถูกล้อเลียน ทว่าไม่ส่งผลกระทบเลย

ตรงกันข้าม เวนเกอร์ ยังมีความเชื่อด้วยอีกว่าพวกแข้งต่างชาติคอนโทรลง่ายกว่านักเตะอังกฤษ ซึ่งมักจะแสดงอาการพยศ มั่นใจตัวเองสูง ไม่ค่อยรับฟัง ยิ่งพวกดีกรีทีมชาติด้วยแล้วหัวรั้นเลย

เขาไม่เคยห้ามนักเตะจะไปปาร์ตี้หรือเที่ยวไนท์คลับกัน เพราะเชื่อว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์แนบแน่นกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลต่อเกมในสนามด้วย

อย่างไรก็ตามจะกำชับให้มีลิมิต อย่าเมาหัวราน้ำและควรเกิดขึ้นอย่างมากสัปดาห์ละครั้ง หลังจบเกมที่กรำศึกอย่างหนักและมิดวีกไหนมีโปรแกรมฟุตบอลยุโรปหรือถ้วยในประเทศก็ต้องห้ามเด็ดขาด

จากปลอกกัปตันที่รัดบนต้นแขนของ อดัมส์ จนถึงปี 2002 ถูกส่งต่อไปยัง ปาทริค วิเอร่า ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก

พอ "เดอะปั๊ต" ย้ายไปยูเวนตุสในปี 2005 ทายาทเป็น เธียร์รี่ อองรี ที่รับช่วง ซึ่งเวลานั้นอาร์เซน่อลชักแผ่วแล้ว โดยเฉพาะหานักเตะใหม่มาทดแทนพวกที่จากไปไม่ได้



แต่แย่หนักเห็นจะเป็นตอน อองรี ที่อยากสัมผัสแชมป์ยุโรปขอซบบาร์เซโลน่า แล้วแต่งตั้ง วิลเลี่ยม กัลลาส มาเป็นกัปตันทีมนั้น ถือเป็นหนึ่งในความผิดพลาดของ เวนเกอร์

เพราะ กัลลาส ไม่มีวุฒิภาวะเลยสักนิดเดียว มาซ้อมหรือรายงานตัวก็สาย บางครั้งซ้อมอยู่ดีๆ ยังไม่ทันเสร็จก็เดินออกจากสนามดื้อๆ

นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสภาพทีมสปิริตที่ลดความแกร่งลงเรื่อยๆ พฤติกรรมของ กัลลาส ที่ไม่เหมาะสมหลายอย่างในเวลานั้น สร้างความไม่พอใจให้กับเพื่อนร่วมทีมไม่น้อย จนเกิดความไม่เข้าใจว่าทำไม เวนเกอร์ ถึงเลือกมาทำหน้าที่

กว่าจะรู้ว่าปมอยู่ตรงไหน ก็กลับไปแก้ไขอะไรให้เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

---------------------

เวนเกอร์ เข้าใจเลยว่าการจะหานักเตะที่มีคุณสมบัติผู้นำเหมาะกับการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้มันไม่ง่ายเลย

เชส ฟาเบรกาส หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่หวังจะฝากผีฝากไข้ให้อยู่กับทีมยาวๆ ก็ล้วนเห็นแก่ตัวเองขอย้ายไปที่อื่นหมด



สองคนนี้เชื่อว่าความสำเร็จสำคัญกว่าความเป็นสโมสรในนามของอาร์เซน่อล ซึ่งนั่นคือหนึ่งในความผิดพลาดของกุนซือเฟร้นช์ที่ตัดสินใจเลือกมาเอง

ดีกรีของปืนโตค่อยๆลดเลเวลลงมาเรื่อยๆ จากที่เคยวนเวียนลุ้นแชมป์ก็เหลือเพียงแค่ติดท็อปโฟร์เพื่อตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

กระทั่ง 3 ฤดูกาลหลังสุดเหลือเพียงแค่ยูฟ่า ยูโรปาลีกถ้วยเล็กเท่านั้น ซีซั่นก่อนได้เข้าชิงก็จริงแต่ก็แพ้ยับให้เชลซีชนิดไม่เหลือสภาพ

แล้วมองย้อนไปดูกัปตันทีมอย่าง โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ หรือ กรานิต ชาคา ก็ล้วนแต่ยืนยันได้ถึงความล้มเหลว

คนแรกทำตัวเป็นกบฏไม่แยแสหรือแคร์สโมสรเลยสักนิด ตัดสินใจโดดร่มช่วงปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ ด้วยเหตุผลแค่ต้องการย้ายทีม โดยที่ อูไน เอเมรี่ ได้แต่มองตาปริบๆ

ส่วนคนหลังเพิ่งเกิดเรื่องไม่นานมานี้ โดนเปลี่ยนตัวออกถอดเสื้อขว้างทิ้งท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอล เป็นการตอบโต้ที่ไม่เข้าท่าอย่างมาก



รับบทบาทได้ไม่ถึง 2 เดือน เอเมรี่ ทานกระแสไม่ไหวต้องปลด แล้วไม่นานนักตัวเองก็โดนปลดตามไปด้วย

ปัจจุบัน ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง คือเจ้าของปลอกแขน ซึ่งดูแล้วไม่ได้ดีไปกว่าเดิม

--------------------

เกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาร์เซน่อลเปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมพ่ายให้ไบรท์ตันแบบไร้ราศี

เฟร็ดดี้ ยุงเบิร์ก รักษาการณ์ผู้จัดการทีมคุมมา 2 นัดไม่ชนะเลย เก็บได้แค่แต้มเดียวอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหนักกว่าเดิม

สิ่งที่สะท้อนได้ชัดยิ่งกว่าคือ เขาไม่ได้เข้ามาเติมเต็มให้บรรยากาศในทีมดีขึ้นกว่ายุคของ เอเมรี่ เลย

ดูแล้วอาจจะทรุดหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำไป

โอบาเมย็อง กัปตันทีมไม่พอใจฟอร์ม โจ วิลล็อก รุ่นน้อง แสดงออกจากแอ็กชั่นอย่างเห็นได้ชัด จน ยุงเบิร์ก ต้องเปลี่ยนออกก่อนเริ่มครึ่งหลังให้ นิโกลัส เปเป้ ลงมาแทน

หลังจบเกมยังมีการจับภาพได้ด้วยว่า เมซุต โอซิล ฉุนเฉียวอย่างมาก ตะโกนเรียก อเล็กซงด์ ลากาแซตต์ เพื่อขอเคลียร์อะไรบางอย่าง แต่กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสทำหูทวนลมไม่ได้ยิน ปรี่เข้าห้องแต่งตัวไปก่อน



ลี ดิ๊กซั่น อดีตแบ็กขวาซึ่งรับบทคอมเมนเตเตอร์ในเกมนี้ ตำหนิการกระทำของ โอซิล ว่าไม่เหมาะสมมากๆ อีกทั้งไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น

แล้วถ้าไม่เข้าใจควรจะพูดคุยกันดีๆและไม่ใช่มาแสดงออกต่อหน้าสาธารณะอย่างนี้ รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องจับอยู่ ยังไงก็ไม่รอดพ้นสายตา

นอกจากไม่ชนะ 9 นัดหลังสุดในทุกรายการ ปืนโตยังห่างจากโซนตกชั้นแค่ 5 คะแนน แต่ตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูงถึง 24 แต้ม ทั้งที่เพิ่งผ่านมาแค่ 15 นัดเท่านั้น

ตอกย้ำด้วยทีมสปิริตที่อ่อนยวบยาบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกมในสนามอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ความผิดพลาดซ้ำซากและไม่อาจหาทางแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด ทำให้อาร์เซน่อลตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้



อย่าปล่อยให้สัญญาณเตือนดังขึ้นหลายครั้ง แล้วจะรู้ว่าเมื่อสายเกินแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปทำอะไรไม่ได้เลย

ดูแล้วน่าจะใช้เวลานานพอสมควรกว่า อาร์เซน่อล จะแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ แต่หากใครไม่อยากรอนานเลือกใช้บริการ Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าประสบความสำเร็จรวดเร็วทันใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment