breadcrumb symbol ข่าว

[ #วิถีเฮฟวี่เมทัล ]

อัพเดตเมื่อ : December 13, 2019 11:12pm โดย : nineณภัทร

เจอร์เก้น คล็อปป์ ขยายสัญญากับลิเวอร์พูลอีก 2 ปี นั่นหมายความว่าครบเทอมจะลากยาวถึงปี 2024

การที่กุนซือเยอรมันตัดสินใจฝากผีฝากไข้ไว้หลายปีอย่างนี้ ย่อมสะท้อนว่ามีความมั่นใจในหลายเรื่องด้วยกัน

อย่างแรกคือการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารและนโยบายต่างๆที่เสนอไป คุยกันไปน่าจะได้รับการตอบสนองในระดับที่น่าพอใจ

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผู้เล่น น่าจะให้สิทธิ์ผู้จัดการทีมอย่างเต็มที่ รวมทั้งการเดินหน้าเจรจาเรื่องสัญญาของทุกคน ซึ่งต้องรีบเคลียร์ให้เรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องเกิดผลกระทบต่างๆตามมาภายหลัง

อย่างสองคือ คล็อปป์ มั่นใจในขุมกำลังปัจจุบัน อีกทั้งการต่อยอดไปสู่อนาคตเพื่อไล่ล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำดีสองปีแล้วย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น

อย่างสามคือในสัญญานี้น่าจะมีการปรับปรุงค่าจ้างด้วย จากเดิมที่คาดว่ารับราว 7.5 ล้านปอนด์ต่อปี เป็นผู้จัดการทีมอันดับ 4-5 ในพรีเมียร์ลีกน้อยกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ด้วยซ้ำ ก็น่าจะเพิ่มถึง 10 ล้านด้วยกัน



แม้เวลานี้ลิเวอร์พูลจะยังไม่อาจคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ แต่จากสัญญาณเมื่อซีซั่นที่แล้ว แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกและรองแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บไปถึง 97 คะแนน ย่อมมองเห็นความสำเร็จข้างหน้ามันแค่เอื้อมถึง

ในขณะเดียวกันพวกเขาเดินหน้ากวาดชัยอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 16 นัดชนะถึง 15 สะกดคำว่าปราชัยไม่เป็น นำโด่งถึง 8 คะแนน

ต่อให้เลสเตอร์มาแรงแค่ไหน ก็ยากที่จะกวดทันได้ ยิ่งเราพยายามมองหาจุดอ่อนของลิเวอร์พูลมากขึ้นเท่าไร มันก็ยากเข้าไปทุกที

นี่คือทีมที่อยู่ในช่วงพีกมากๆ ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ หลายอย่างกำลังไปได้สวย ถ้าเป็นเครื่องยนต์ก็แรงม้าทะลุขีดสุด ไม่มีทางเลยที่จะสะดุดหรือพังครืนง่ายๆ

กว่าลิเวอร์พูลจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องผ่านความผิดพลาดมามาก บทเรียนหลายต่อหลายครั้งอาจช่วยทำให้เข้าใจวิธีการแก้ไขง่ายขึ้น

ความจริงเป็นอย่างไรเราลองไปดูกัน

-----------------

เราเพิ่งพูดถึง "สไปซ์ บอยส์" ซึ่งเป็นชื่อเรียกของกลุ่มผู้เล่นลิเวอร์พูลในทศวรรษที่ 90 เมื่อไม่กี่วันก่อน

นักเตะขบวนนั้นมี ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ , เจมี่ เร้ดแนนป์ , ฟิล บ๊าบบ์ , เดวิด เจมส์ และ เจสัน แม็คเคเทียร์ เป็นแกนนำ



ผู้เล่นเหล่านี้โดนสื่อโจมตีว่าสนใจแต่เรื่องนอกสนาม เสื้อผ้าหน้าผม แฟชั่นจ๋าเหมือนหลุดมาเพื่อเดินบนแคทวอล์ค ไม่ใช่สนามซ้อมหรือพร้อมจะลงเล่น

สูทสีขาว ไทด์สีแดง ดอกไม้ติดสีเขียวในเกมนัดชิงเอฟเอคัพปี 1996 ยังเป็นที่จดจำอย่างดี

ฟาวเลอร์ เคยโอดครวญว่าทำไมสื่อมักจะต้องพยายามจับผิดตนและเพื่อนร่วมทีมตลอดเวลา ทั้งที่ผู้เล่นสโมสรอื่นก็ไม่ได้ต่างกันนัก ว่าแล้วก็ยกตัวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม มาเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟาวเลอร์ พอจะเข้าใจได้ว่า เพราะความสำเร็จนั่นเองที่เป็นตัวชี้วัดเรื่องนี้ ในขณะที่แข้งดาวรุ่งแมนฯยูไนเต็ดที่ถูกผลักดันสู่ชุดใหญ่ฟอร์มเปรี้ยงมากๆ ตรงกันข้ามกับหงส์แดงที่สามวันดีสี่วันป่วย

เอาง่ายๆหากคุณประสบความสำเร็จ ผลงานในสนามจะเป็นเหมือนเกราะกำบัง ไม่มีใครมาทำอะไรได้ ต่อให้อยากใส่สูทสีแดง ย้อมผมสีเขียว รองเท้าสีเหลืองก็ตาม

แน่นอนตำนานสไปซ์บอยส์สิ้นสุดลง ทุกคนกระจัดกระจายกันไปตามวิถี ก่อนลิเวอร์พูลจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน

ผู้จัดการทีมเปลี่ยนหน้าผลัดเวียนกันมาเรื่อยๆ ไล่จาก แกรม ซูเนสส์ , รอย อีแวนส์ , เชราร์ อุลลิเยร์ , ราฟา เบนิเตซ , รอย ฮ็อดจ์สัน , เคนนี่ ดัลกลิช และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

บางช่วงบางตอนประสบความสำเร็จหรือเกือบจะทำให้ฝันเป็นจริง แต่มันไม่เพียงพอ



ราฟา พาครองเจ้ายุโรปในปี 2005 และชิงอีกครั้งในปี 2007 แต่ไม่ใช่เป็นการทำทีมแบบยั่งยืน

เช่นเดียวกับตอน บีร็อด เสียหลักอย่างแรงในฤดูกาล 2013/14 เหลืออีก 3 นัดสุดท้าย แต่มาพลาดอย่างน่าเสียดาย เป็นบทเรียนอันน่าเจ็บปวด แต่ไม่มีทางลืมได้ลง

พอล้มในตอนนั้น มันก็ยากที่ลุกขึ้นมาได้อีก หงส์แดงเป๋ไปพักใหญ่ คว้าน้ำเหลวในฤดูกาลต่อมา ก่อน ร็อดเจอร์ส จะต้องเป็นฝ่ายเดินจากไปเอง

แต่โครงสร้างและรากฐานที่ได้วางไว้ในวันนั้น ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างและ คล็อปป์ นี่แหล่ะเป็นคนซ่อมกลับมาใช้ใหม่และมีคุณภาพดีกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ต้องอดทนเรียนรู้ถูกผิดกว่าที่จะสรุปออกมาได้และเวลาคือปัจจัยที่จำเป็น

เขาพอจะรู้แล้วว่าการจะปล่อยให้ลูกทีมตัวเองมีพฤติกรรมทีสุ่มเสี่ยงนอกสนาม มันต้องส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง

ทัศนคติเป็นเรื่องสำคัญมากๆ นักเตะบางคนความสามารถหรือฝีเท้าใกล้เคียงกัน แต่เมื่อลงไปเล่นแล้วผลงานกับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันถูกตัดสินจากรายละเอียดอื่นๆ

เช่นสภาพจิตใจ สมาธิหรือแพสชั่นเพื่อจะเป็นผู้ชนะ ล้วนแต่ใช่ทั้งสิ้น

ลองมองดูขุนพลหงส์แดงชุดนี้ แทบไม่หลงเหลือคราบไคลในอดีตหรือความเป็นพวกเพลย์บอย ชอบเที่ยวเตร่หรือกระทั่งทำตัวเด่นบนโลกโซเชี่ยล



ตรงกันข้าม โม ซาลาห์ ยังเป็นนักเตะที่ขึ้นชื่อว่าใจบุญมากๆ บริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรการกุศลหรือผู้คนในบ้านเกิดอยู่เสมอ

หมู่บ้านนากริกถิ่นเกิดของเขา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โรงเรียนหรือโรงพยาบาลปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ล้วนแต่ผุดขึ้นจากเงินของ ซาลาห์

ตอนยิงประตูชัยพาอียิปต์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 มีนักธุรกิจใหญ่มอบบ้านหลังใหญ่โตเป็นการตอบแทน แต่เขาไม่รับและมอบให้กับผู้ยากไร้แทน ผ่านพวกองค์กรอื่นอีกทอด

ส่วน ซาดิโอ มาเน่ ก็ไม่ต่างกัน เคยเจียดเงินค่าแรงเกือบ 300,000 ยูเอสดอลลาร์ เพื่อใช้สร้างโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศเซเนกัล โดยพยายามปิดข่าวให้เงียบที่สุด มอบหมายให้ลุงเป็นตัวแทน

นอกจากนี้เขายังมีไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย ไม่สนใจข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมเหมือนซูเปอร์สตาร์อื่นๆ แม้จะมีรายได้มหาศาล บ้านไม่ต้องหรูหรา รถไม่ต้องเป็นซูเปอร์คาร์




ด้าน เฟอร์กิล ฟานไดค์ เพิ่งบริจาคเงิน 1 แสนยูโร  ในนามของยูฟ่าให้กับ "The International Committee of The Red Cross" หรือ "คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ"

ต่อให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังดีสุดคนหนึ่งของโลก เขาแทบไม่เคยเหลิงไปกับชื่อเสียงคำเยินยอ ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

หันไปดู เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เด็กหนุ่มวัย 21 ปีแต่ประสบความสำเร็จเกินตัว เพราะมีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม บากบั่นมุ่งมั่นไม่เคยปริปากบ่น ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

จนทุกวันนี้กลายเป็นกองหลังที่มีมูลค่ามากสุดในโลกแล้ว จากการประเมินจากทุกปัจจัย

ฟาบินโญ่ เองก็อยู่ในกรอบ ไม่สนใจสิ่งเร้าภายนอกเลย ซ้อมเสร็จจะดิ่งกลับบ้านทันทีไปอยู่กับครอบครัว อีกทั้งยังเป็นคาธอลิกที่เคร่งครัดด้วย

เข้าโบสถ์ทำพิธีทางศาสนาอยู่ประจำ ผิดกับดาวดังอื่นๆที่เลือกเข้าผับหรือไนท์คลับ

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับลิเวอร์พูลในเวลานี้ คล็อปป์ สามารถหล่อหลอมสร้างนักเตะของตัวเองขึ้นมาตามคาแรคเตอร์ที่วางเอาไว้

เขาไม่ได้ห้ามลูกทีมปาร์ตี้หรือไปงานสังสรรค์ ตรงกันข้ามถึงเวลาที่ต้องสนุกก็ควรเต็มที่ ถือเป็นการผ่อนคลายให้ชีวิตซึ่งทำงานอย่างหนักมาตลอด

แน่นอนมันทำให้เรานึกถึง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งปลูกฝังลูกทีมด้วยทัศนคติที่ดี ผู้เล่นอย่าง พี่น้องเนวิลล์ , นิคกี้ บัตต์ หรือ พอล สโคลส์ ล้วนโลว์โปรไฟล์นอกสนาม แต่ไฮโปร์ไฟล์ในสนาม

แข้งหงส์ขบวนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันหรอก เราได้รับรู้กันชัดเจนแล้ว

ประตูสู่ความสำเร็จกำลังเปิดต้อนรับพวกเขาและเครดิตแทบทั้งหมดจะยกให้ใครไม่ได้นอกจาก คล็อปป์ เท่านั้น



หากไม่มีอะไรผิดพลาด ลิเวอร์พูลจะครองความยิ่งใหญ่อย่างยาวนาน คล้ายกับว่าช่วงเวลาเวียนมาถึงแล้ว

ลิเวอร์พูล กำลังจะครองความยิ่งใหญ่ยาวนาน แต่หากใครอยากประสบความสำเร็จเลือก Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าประสบความสำเร็จรวดเร็วทันใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment