breadcrumb symbol ข่าว

[ #การปฏิเสธที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ ]

อัพเดตเมื่อ : December 20, 2019 11:36pm โดย : admin

หลังจากแมนฯยูไนเต็ดผงาดแชมป์เอฟเอ คัพในปี 1990 ต่อด้วยการคว้าคัพ วินเนอร์ส คัพมาครองในอีกซีซั่นถัดมา

ระหว่างงานฉลองที่โรงแรมในร็อตเตอร์ดัม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกกับ เดวิด มีค นักข่าวของแมนเชสเตอร์อีฟนิ่งโพสต์ที่สนิทกันว่า -- "ฤดูกาลหน้าเราจะเป็นแชมป์ลีกบ้าง"

มีค สีหน้าไม่ค่อยดีนัก แล้วยิงคำถามกลับว่า ไม่หวังสูงไปหน่อยหรือ?

เฟอร์กี้ ที่กำลังมั่นใจอย่างขีดสุด ไม่พอใจเท่าไรนัก ตอบโต้ด้วยประโยคทำนองว่า ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ มันต้องเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ แมนฯยูไนเต็ด จะต้องมีพัฒนาการ

ฤดูกาล 1991/92 ปีศาจแดงไล่ขับเคี่ยวกับลีดส์ ยูไนเต็ดอย่างถึงพริกถึงขิง ทีมของเฟอร์กี้ไม่เคยอยู่ต่ำกว่าอันดับ 2 เลย

แต่เมื่อแผ่วปลายในโค้งสุดท้าย โดนความกดดันถาโถมเข้ามา เกมรุกฝืดอย่างหนัก เล่นเอา เฟอร์กี้ โกรธอย่างมาก

ลี ชาร์ป เล่าให้ฟังว่าก่อนลงเล่นนัดสุดท้ายเจ้านายรู้สถานการณ์ดีแล้วว่าจะลงเอยอย่างไร แต่เก็บความรู้สึกไว้ มันคือความผิดหวังครั้งใหญ่สุดในชีวิตของเขา

แมนฯยูไนเต็ดขยับเข้าใกล้แชมป์มาก แต่ทำไม่สำเร็จ บรรดากูรูและเซียนขอบสนามต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า โอกาสอย่างนี้ไม่มาบ่อยแน่และอีกนานกว่าจะได้ลุ้นแชมป์ลีก

เพราะเจออย่างนี้เข้าคงท้อแท้ไม่น้อย ยากนักที่จะลุกกลับมาได้เหมือนเดิม

จากเสียงต่างๆเหล่านี้เองที่ปลุกให้ เฟอร์กี้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การจมอยู่กับความเศร้าต่อไป มีแต่นำความพ่ายแพ้มาให้ จึงกลับมาใคร่ครวญถึงสาเหตุที่เกิดความผิดพลาด


ต้องยอมรับว่ายูงทองขบวนนั้นแกร่งจริงๆ ยืนระยะได้ดีแทบไม่มีสั่นคลอน แถม กอร์ดอน สตรั๊คคั่น ที่ปล่อยไปให้ยังกลายเป็นกำลังสำคัญอีกต่างหาก

นอกจากนี้นักเตะบางคนชะล่าใจ บางคนยังสนุกกับการปาร์ตี้หนีไปแอบดื่ม ประสิทธิภาพในการเข้าทำก็ขาดช่วงขาดตอนเช่นเดียวกัน

42 นัดในลีก (ตอนนั้นมี 22 ทีม) ยิงได้เพียงแค่ 63 ประตู เฉลี่ยนัดละ 1.5 ประตูเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับทีมจะลุ้นแชมป์

กองหน้าหวังพึ่งเพียงแค่ ไบรอัน แม็คแคลร์ กับ มาร์ค ฮิวจ์ส เป็นหลัก 2 คนนี้ระเบิดรวมกันยังแค่ 29 ประตู ตัวเลขเหล่านี้ฟ้องชัดและไม่เคยโกหกใคร

เฟอร์กี้ ยังอดเสียดายไม่ได้ตรงพลาดคว้าตัว มิค ฮาร์ฟอร์ด จากลูตัน แม้ตอนนั้นจะอายุผ่านหลักสามมาแล้ว แต่สภาพร่างกายยังยอดเยี่ยม ตัวใหญ่ทว่าไม่เชื่องช้า มีสกิลบังคับบอลดีเยี่ยม

ทางแก้ไม่ยากเลย คือต้องซื้อดาวถล่มประตูชั้นดีมาเสริมศักยภาพ

แต่ยากตรงที่หากอยากได้ของดี มันก็ต้องทุ่มทุน นั่นทำให้ เฟอร์กี้ ต้องไปปรึกษากับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานสโมสร

เฟอร์กี้ มีชื่อกองหน้าในดวงใจสองคนด้วยกัน เดวิด เฮิร์สท์ หัวหอกของเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์กับ อลัน เชียเรอร์ ดาวรุ่งพุ่งกระฉูดของเซาธ์แฮมป์ตัน



เขาติดต่อไปยัง เทรเวอร์ ฟรานซิส กุนซือนกเค้าแมวเพื่อสอบถามถึง เฮิร์สท์ ถึงสองรอบ แต่โดนหมางเมินกลับมา

เป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า ฟรานซิส ไม่ต้องการขายกองหน้าเสาหลักนี้ ซึ่งฟอร์มกำลังเปรี้ยงจนติดทีมชาติอังกฤษ

ดังนั้นจึงติดต่อไปยัง เอียน แบรนฟู้ต ผู้จัดการทีมนักบุญ ได้รับคำตอบกลับมาว่า รอให้นักเตะกลับจากเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษแล้วกัน ค่อยมาคุยใหม่

เฟอร์กี้ รู้สึกกระวนกระวายใจมาก เพราะคำตอบแบบนี้มันกั๊กๆ ไม่เคลียร์ให้ชัดว่าจะขายหรือเปล่า

ช่วงนั้นเอง แจ็ค วอล์คเกอร์ ผู้มั่งคั่งซึ่งเป็นเจ้าของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ก็พร้อมจะทุบคลังครั้งใหญ่คว้าตัวไป เพราะได้ข่าว เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งเป็นกุนซืออยู่เป็นคนผลักดันให้ซื้อ

ทำให้ เฟอร์กี้ ยิ่งอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ปรึกษากับ มัวริซ วัตกิ้นส์ ทนายความประจำสโมสรแล้วเลยรีบบึ่งกันไปหา เมล สไตน์ ซึ่งเป็นเอเยนต์ของนักเตะ

สไตน์ คนนี้แหล่ะที่เคยดูแล พอล แกสคอยน์ และสนับสนุนให้นักเตะย้ายไปสเปอร์ส ทั้งที่ตกปากรับคำกับแมนฯยูไนเต็ดไว้มั่นเหมาะแล้ว

การคุยกับเอเยนต์ราบรื่นอย่างดี ขั้นตอนถัดไปคือต้องเจรจากับ เชียเรอร์ โดยตรง

ประโยคแรกๆที่ เชียเรอร์ ถามกลับมาก็คือทำไมก่อนหน้านี้ เฟอร์กี้ ไม่เคยสนใจในตัวเขาเลย ผิดกับ ดัลกลิช โทรมาเป็นประจำ

เฟอร์กี้ เลยตอบกลับไปว่าไม่อยากผิดมารยาท เข้าประตูหลังบ้านแอบคุยกับผู้เล่นเองไม่ใช่เรื่องดี

แล้วจริงๆคือติดต่อเซาธ์แฮมป์ตันมาตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ เชียเรอร์ พูดออกมาว่า -- "ไม่มีใครบอกผมเลย"

ระหว่างสนทนากันนั้น เฟอร์กี้ จับน้ำเสียงของนักเตะได้ว่ามีโอกาสผิดหวังสูงมาก เขาน่าจะเลือกกุหลาบไฟไว้ในใจแล้ว

แผนสุดท้ายคือใช้ไม้ตายด้วยหลักจิตวิทยา หลุดประโยคไปว่า

"ลองคิดดูนะถ้าตอน เคนนี่ เป็นนักเตะเขาจะเลือกเซ็นสัญญากับแบล็คเบิร์นมั๊ย?

มันเป็นการไซโคเพื่อชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ระหว่างแมนฯยูไนเต็ดกับแบล็คเบิร์น

อย่างไรก็ตาม เชียเรอร์ โต้กลับทันควันว่า -- "มันไม่เกี่ยวกับความต้องการของ เคนนี่ เลย อยู่ที่ผมเองต่างหาก"

เป็นอันว่าบทสนทนาจบลงพร้อมกับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของ เฟอร์กี้

เมื่อ เชียเรอร์ หลุดมือเรียบร้อย จึงต้องเฟ้นหากองหน้าคนใหม่แทน ก่อนจะมาลงเอยด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในห้องทำงานของ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์

ต้นสายคือ ฟิล ฟอร์เธอร์บี้ ผู้บริหารของลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งอยากทาบทาม เดนิส เออร์วิน

แต่พลิกผันเป็นแมนฯยูไนเต็ดที่ได้ เอริก คันโตน่า มาแทน



ถ้า เชียเรอร์ ไม่ปฏิเสธในวันนั้น บางทีประวัติศาสต์พรีเมียร์ลีกอาจเปลี่ยนโฉมหน้าไป

--------------------

4 ปีกับแบล็คเบิร์น เชียเรอร์ ได้แชมป์พรีเมียร์ 1 สมัยในฤดูกาล 1994/95

หลังจากนั้นเขาเริ่มอิ่มตัว ไม่มีความท้าทายกับสโมสรแห่งนี้แล้ว ต้องการย้ายไปแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ

มีหลายสโมสรยื่นข้อเสนอเข้ามามากมายเกือบ 10 ทีม ก่อน เชียเรอร์ จะตัดออกเหลือแค่ 2 เท่านั้นคือแมนฯยูไนเต็ดกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

เขาได้คุยกับ เฟอร์กี้ อีกครั้ง มันน่าประทับใจตรงที่นายใหญ่ปีศาจแดงยังอยากได้ตัวอยู่ ทั้งที่ตอนนั้นพูดไปไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

มีการเจรจาที่บ้านของเฟอร์กี้ในสก๊อตแลนด์ ซึ่งประโยคหนึ่งที่ทำให้ เชียเรอร์ หัวใจพองโตก็คือ -- "ลองนึกภาพคุณยืนกองหน้าคู่กับ คันโตน่า ดูสิ"

จากนั้นได้คุยกับ เควิน คีแกน ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิ่ล ซึ่งข้อเสนอมันน่าเย้ายวนใจเช่นกัน

สิ่งสำคัญสุดคือ เชียเรอร์ คือชาวจอร์ดี้ เกิดที่นิวคาสเซิ่ล ย่อมคลั่งไคล้หลงใหลสโมสรแห่งนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังได้กลับบ้านอีก เล่นในเซนต์ เจมส์ พาร์คต่อหน้าทูน อาร์มี่เกือบทุกสัปดาห์ นี่มันคือความฝันสมัยยังเด็กอย่างแท้จริง

คีแกน ยังหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมอีกว่า หากย้ายมานี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่นักเตะธรรมดาเท่านั้น เชียเรอร์ จะกลายเป็นตำนานอย่างแน่นอนและนิวคาสเซิ่ลเองพร้อมลงทุนด้วยงบประมาณมหาศาลเพื่อความสำเร็จสำหรับอนาคต

เชียเรอร์ ชั่งใจหนักมาก เพราะรู้ดีว่าหากต้องการประสบความสำเร็จเลยก็ต้องไปแมนฯยูไนเต็ดเท่านั้น

แต่ความรักที่มีต่อนิวคาสเซิ่ลก็มากมายเช่นเดียวกัน

แล้วเขาเลือกตามใจปรารถนาของตัวเอง ด้วยการปฏิเสธแมนฯยูไนเต็ดเป็นครั้งที่สอง



เฟอร์กี้ ยอมรับว่าผิดหวังมากๆ เพราะครั้งนี้เข้าใกล้มากกว่าตอนคุยกันเมื่อปี 1992 เยอะ

เหตุนี้เลยต้องหาหัวหอกคนใหม่เข้ามา ก่อนไปได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งทีแรกคิดว่าเอาไว้เป็นสำรอง คันโตน่า กับ แอนดี้ โคล เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เฟอร์กี้ ยืนกรานว่าหากได้ เชียเรอร์ จริงๆ จะไม่ซื้อคนอื่นมาอีก

ก่อน โซลชา จะมาร่วมสร้างความยิ่งใหญ่กับแมนฯยูไนเต็ด พร้อมทั้งยังมาเป็นผู้จัดการทีมอยู่จนทุกวันนี้

เราไม่อาจล่วงรู้หรอกว่าหาก เชียเรอร์ มาปีศาจแดงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แต่สองครั้งสองคราวที่ เชียเรอร์ บอกปัด ไม่ผิดหรอกหากเราจะบอกว่าช่วยเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของแมนฯยูไนเต็ดอย่างแท้จริง

ได้อ่านบทความดีมีสาระกันแล้ว เพื่อนๆอย่าลืมเลือกใช้บริการ Sbobet777 กันด้วยนะครับ ที่นี้การันตีความสนุกและความสำเร็จให้คุณ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment