breadcrumb symbol ข่าว

[ #ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ]

อัพเดตเมื่อ : December 28, 2019 1:16am โดย : admin

20 กันยายน 2007 เชลซีประกาศแยกทางกับ โชเซ่ มูรินโญ่

ทุกคนรู้ดีว่าจากกันแบบไม่ดีแน่นอน เพราะก่อนจะแถลงนั้นรู้กันดีอยู่ว่าความสัมพันธ์ของกุนซือโปรตุกีสกับผู้บริหารของสโมสรนำโดย โรมัน อบราโมวิช สั่นคลอนแค่ไหน

อย่างไรก็ตามมิตรภาพกับลูกทีมบางคนยังคงอยู่ นักเตะแกนหลักอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา , จอห์น เทอร์รี่ หรือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยังคงนับถือเจ้านายเสมอ

หลังตกงานไปได้เกือบปี ฤดูร้อนปี 2008 มูรินโญ่ ก็เข้ารับงานคุมอินเตอร์ มิลาน ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงลิบจาก มัสซิโม โมรัตติ ประธานสโมสรและแฟนบอลกลุ่มใหญ่

สิ่งที่ มูรินโญ่ สร้างไว้กับเชลซีนั้นมันสะท้อนถึงฝีมืออยู่แล้ว อีกทั้ง โมรัตติ พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ์ขาดในเรื่องซื้อขายผู้เล่นหรืองบประมาณ

ก่อนจะเปิดตัว มูรินโญ่ แจ้งความประสงค์กับท่านประธานไว้เลยว่าแข้งใหม่คนแรกคือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด



โมรัตติ ไม่อิดออดเลยสักคำเดียว เดินหน้าเจรจากับเชลซีและเอเยนต์ของนักเตะ มีการยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเรื่องของค่าจ้างที่มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวด้วยกัน

อีกทั้งตอนนั้น แลมพ์ส ยังเตะถ่วงเรื่องสัญญาฉบับใหม่ เพราะเล่มปัจจุบันเหลือแค่ปีเดียว เหมือนบีบให้สโมสรต้องขายหากได้ราคาที่น่าพอใจ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แลมพาร์ด จะต้องใคร่ครวญอย่างมาก เมื่อดูตัวแปรต่างๆแล้ว

เชลซีเพิ่งบอบช้ำมาจากฤดูกาล 2007/08 ภายใต้การคุมทีมของ อัฟราม แกรนท์ เข้าป้ายรองแชมป์ถึง 3 รายการ เจ็บปวดมากที่สุดเห็นจะเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกซึ่งแพ้จุดโทษให้แมนฯยูไนเต็ด

อบราโมวิช เองมีแผนจะสร้างทีมใหม่ด้วย นักเตะบางคนอาจถูกเฉดหัวทิ้ง เช่นเดียวกับผู้จัดการทีมต้องถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

แลมพ์ส ประเมินจากสถานการณ์ก็พอจะคาดเดาได้ว่าทีมกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา

ผิดไปจากงูใหญ่ที่ดูเหมือนจะอนาคตสดใสกว่ามาก นอกจากได้ มูรินโญ่ ไปรั้งบังเหียนแล้ว ตอนนั้นยังมีนักเตะซูเปอร์สตาร์มากมาย พร้อมเปิดประตูต้อนรับความสำเร็จ ซึ่งคงหลั่งไหลมาไม่ใช่น้อย

แค่ชื่อของ หลุยส์ ฟิโก้ , ซลาตัน อิบราฮิโมวิช , ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ หรือ ปาทริค วิเอร่า มันก็น่าตื่นเต้นมากๆหากจะได้ร่วมงานด้วย



เขาเองยอมรับว่าเคยมีใจเอียงไปให้อินเตอร์ มิลาน เพราะเวลานั้นนอกเหนือจากเรื่องภายในสโมสรแล้ว ประเด็นส่วนตัวดูมีส่วนในการตัดสินใจด้วยเช่นเดียวกัน

คุณแม่ของเขาที่ผูกพันและอยู่ด้วยกันเกือบตลอด เพิ่งเสียชีวิตจากอาการปอดติดเชื้อ รวมไปถึงชีวิตคู่ก็ถึงทางตัน ไม่ได้ไปต่อกับคู่หมั้นสาวสวย

พอปรึกษากับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ ผู้พ่อ ก็แนะนำว่าลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เลือกทางเดินของตัวเองได้เลย ในวัย 30 ปีและยังมีเรี่ยวแรงที่จะเล่นฟุตบอลไหว นี่คือช่วงสุดท้ายแล้ว

อีกทั้ง แลมพาร์ด ประสบความสำเร็จกวาดแชมป์ในประเทศมากับเชลซีครบครัน เป็นแกนหลักทีมชาติอังกฤษ ถูกยอมรับเป็นกองกลางดีสุดคนหนึ่งในเจนนั้น

ว่ากันถึงความท้าทาย ไม่มีอะไรน่าลิ้มลองหรืออยากจะพิสูจน์อีกต่อไป เซเรีย อาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของอินเตอร์ มิลาน ย่อมน่าสนใจมากกว่า

ความสัมพันธ์กับ มูรินโญ่ ก็ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิดเดียว

เขาได้คุยกับ เทอร์รี่ กัปตันเพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นกัน ไม่มีใครอยากให้ย้ายออกจากเชลซี แต่พร้อมเคารพการตัดสินใจ เพราะถือว่านี่คือชีวิต แลมพาร์ด เอง



กระทั่งมองย้อนกลับไปยังอดีต เขาได้รับโอกาสและแรงสนับสนุนจากแฟนบอลของสโมสรแห่งนี้ ถูกยกย่องเป็นไอดอลคนหนึ่ง กำลังจะกลายเป็นตำนานที่สมบูรณ์แบบ

หากตัดสินใจอยู่ต่อก็ยังคงได้ลงเล่นสม่ำเสมอ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกจับไปนั่งสำรองข้างสนาม

รวมไปถึงเขารู้จัก มูรินโญ่ ดีมากๆ แม้สองฝ่ายจะให้ความเคารพซึ่งกันและกัน แต่หากวันนี้ผลงานไม่ดีขึ้นมาหรือไม่เล่นตามแผน อาจจะโดนหมางเมินได้

"เชลซีเป็นเหมือนชีวิตของผม" -- แลมพาร์ด กล่าวไว้เช่นนี้หลังจากตัดสินใจต่อสัญญาอยู่ต่อกับสโมสรยาวอีก 5 ปี

มูรินโญ่ ผิดหวังเหลือเกิน เพราะดีลนี้เข้าใกล้เต็มทีแล้วและเชื่อว่า แลมพ์ส จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ

สุดท้ายต้องไปดึง ซัลลี่ย์ มุนตารี่ กองกลางทีมชาติกาน่ามาจากพอร์ทสมัธแทน

บทสรุปคือไม่อาจทดแทนกันได้เลย

---------------

สมัยคุมเชลซียุคแรก มูรินโญ่ ทำเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ ประกาศออกสื่อถึงลูกทีมที่ "ห้ามแตะต้อง"

1 ใน 8 คนมีชื่อของ แลมพาร์ด รวมอยู่ด้วย โดยยืนยันว่านี่คือนักเตะคนสำคัญ

ไม่ใช่ในสถานะสำคัญเฉยๆ แต่อาจเป็นเบอร์หนึ่งในใจของกุนซือโปรตุกีสเลยก็ได้

มูรินโญ่ เคยบรรยายถึงสรรพคุณ แลมพ์ส ไว้ว่านี่คือกองกลางครบเครื่องมากสุดคนหนึ่งที่เคยร่วมงานด้วย



หรือบางทีอาจดีสุดในรอบทศวรรษอันหมายถึงช่วงปี 2000-2010 เหนือกว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด , พอล สโคลส์ หรือกระทั่ง รอย คีน

นอกจากมีวินัยช่วยเหลือเกมรับตามสเป็กของ มูรินโญ่ แล้ว ยังจ่ายบอลแม่นยำทั้งสั้นและยาว เคลื่อนไหวหาพื้นที่เหมาะสมกับตัวเองตลอดเวลา

สำคัญสุดเห็นจะเป็นสัญชาตญาณการเป็นดาวยิงที่เหนือกว่ากองหน้าในทีม

สองฤดูกาลแรกที่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมแทบจะต้องอึ้งเลย เมื่อ แลมพาร์ด ซัลโวประตูได้เหนือกว่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา

มีเรื่องเล่าจากแคมป์ว่าเขาเคยแนะนำ อังเดร เชฟเชนโก้ กองหน้าค่าตัวแพงสุดในเวลานั้น ศึกษาจากสไตล์ของ แลมพาร์ด ในการทำประตูด้วยซ้ำ

ชัดเจนเลยว่า มูรินโญ่ ถึงขั้นเป็นแฟนตัวยง แลมพาร์ด เลยทีเดียว

เส้นชะตาของทั้งสองคนมาตัดกันอีกครั้งเมื่อ มูรินโญ่ กลับมากุมบังเหียนสิงห์น้ำเงินรอบสองในปี 2013 ซึ่ง แลมพาร์ด ยังคงปักหลักที่เดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน

แต่สภาพร่างกาย แลมพ์ส ในวัย 35 ปีย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันต้องส่งผลต่อเกมในสนามด้วย

ปีรุ่งขึ้น มูรินโญ่ บอกกับบอร์ดบริหารให้ดึง เชส ฟาเบรกาส มาเติมความแกร่งในแดนกลาง ซึ่งมันทำให้ แลมพาร์ด รู้อนาคตตัวเองดีว่าไม่อยู่ในแผนการสร้างทีมต่อไปแล้ว

เขาจึงเลือกเปิดหมวกลายุติ 13 ปีกับเชลซี โดยอ้างว่าไปเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์เล่นให้นิวยอร์ค ซิตี้

อย่างไรก็ตามนี่คือสโมสรพันธมิตรของแมนฯซิตี้และในซีซั่น 2014/15 แลมพ์ส กลับสวมยูนิฟอร์มเรือใบสีฟ้าลงเล่นถึง 38 นัดในทุกรายการและยิงไป 8 ประตู



แน่นอนแฟนเชลซีส่วนใหญ่ไม่พอใจที่ แลมพาร์ด ทำเช่นนี้ เหมือนหักหลังกัน แต่ยืนกรานว่าถ้า ฟาเบรกาส มาอยู่นี่ก็จะไม่มีเขาแน่นอน

เหมือนจะบอกว่านั่นคือความต้องการของ มูรินโญ่ ที่หวังจะเปลี่ยนแปลงขุมกำลังมิดฟิลด์

---------------

มูรินโญ่ เพิ่งเผชิญหน้ากับ แลมพาร์ด เมื่อ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะผู้จัดการทีมคนละฝั่ง

ตอนรู้ว่า แลมพ์ส ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือสิงห์น้ำเงิน นักข่าวไปถาม มูรินโญ่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ได้รับคำตอบว่าเหมาะสมดีแล้ว ไม่มีอะไรต้องสงสัย

ไม่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทั้งสองคนภายหลังเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆหลังเกมที่เชลซีบุกมาเชือดสเปอร์ส 2-0 มีการโต้คารมกันอย่างดุเดือด

ประเด็นจาก ซน ฮึง มิน ของไก่เดือยทองโดนไล่ออก ซึ่ง มูรินโญ่ มองว่า อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เสแสร้งเกินจริงราวกับซี่โครงจะหัก

แลมพาร์ด ย่อมอยู่เฉยไม่ได้ออกมาปกป้องลูกทีมตัวเอง แสดงท่าทีผิดหวังกับปฏิกิริยาของอดีตเจ้านาย ไม่น่าจะต้องมาประชดประชันออกสื่อ เพราะไม่ว่าจะฟาวล์แรงแค่ไหน มันก็ส่อถึงเจตนาแข้งเกาหลีใต้อยู่แล้ว



มูรินโญ่ ไม่ใช่เหน็บแค่รอบเดียวเท่านั้น ออกมาเล่นงานถึงสองครั้ง โดยที่ แลมพ์ส เองก็ไม่คิดสงบปากหรือยอมง่ายๆเช่นกัน

ที่สำคัญคือ มูรินโญ่ อาจรู้สึกเสียหน้าที่มาแพ้ให้กับศิษย์ของตัวเอง ซึ่งเพิ่งเริ่มงานคุมทีมไม่ถึง 2 ปีดี

จากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ค่อยๆเปลี่ยนไป กระทั่งมาเริ่มขัดแย้งช่วง เชส ย้ายมาเชลซี

แล้วมาเขม็งเกลียวกว่าเดิมอีก ในสถานการณ์เที่ยวล่าสุด ซึ่งมันทำให้เราเชื่อได้เลยว่า

ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแน่นอน


ความสัมพันธ์ของ น้ามู กับ แลมพส์ อาจไม่เหมือนเดิม แต่หากใครต้องการความสนุกและความสำเร็จล่ะก็ อย่าลืมมาเลือกใช้ MYSBOBET กันนะครับ รับรองมีแต่ความสำเร็จรอคุณอยู่ พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117


---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment