breadcrumb symbol ข่าว

[ #เรียกผมว่าไอ้หน้าเงิน ]

อัพเดตเมื่อ : January 07, 2020 12:35am โดย : admin

แฟนบอลรุ่นกลางเริ่มดูมาสักทศวรรษ 90 คงพอจะจำชื่อ วินสตัน โบการ์เด้ ได้

เขาเกิดที่ร็อตเธอร์ดัมและเป็นเด็กปั้นของสปาร์ต้า ร็อตเธอร์ดัม กระทั่งฉายแววในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่ง ด้วยสไตล์เข้าปะทะอย่างดุดัน แทบไม่มีความกลัวให้เห็น

กระทั่งปี 1994 อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมยักษ์ใหญ่คับประเทศฮอลแลนด์ เลยคว้าไปร่วมทีม

นอกจากจะมีส่วนร่วมกับแชมป์เอเรดิวิซี่หรือลีกสูงสุดของดัตช์ในฤดูกาลแรกที่ย้ายไปอยู่แล้ว

เขายังถูกส่งรายชื่ออยู่ในทีมชุดเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับเอซี มิลานในฤดูกาล 1994/95 อีกด้วย แม้จะอยู่ในสถานะตัวสำรองไม่ได้ถูกส่งลงสนาม แต่การได้อยู่รวมกับแข้งดังๆในยุคนั้น จึงได้รับอานิสงส์เช่นกัน

ตอนนั้นอาแจ็กซ์แน่นไปด้วยนักเตะชั้นนำทั้งสิ้น เป็นการผสมผสานระหว่างจอมเก๋ากับพวกสายเลือดใหม่ที่รอวันเติบใหญ่เต็มตัว

ทั้ง แฟร้งค์ ไรจการ์ด , แดนนี่ บลินด์ , แฟร้งค์ กับ โรนัลด์ เดอ บัวร์ , คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ , เอ็ดการ์ ดาวิดส์ , พาทริค ไคลเวอร์ต , ยารี่ ลิตมาเน่น , มาร์ค โอเวอร์มาร์ส , เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และ ฟินิดี้ จอร์จ



การได้ร่วมงานกับนักเตะเหล่านี้ ช่วยพัฒนาฝีเท้า โบการ์เด้ ให้ดูดีมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีราศีน่าจับตาอีกต่างหาก

เอซี มิลานที่ยังติดใจ "ดัตช์โมเดล" จากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในยุค 3 ทหารเสือ รุด กุลลิท , มาร์โก แวน บาสเท่น และ ไรจ์การ์ด ยังยอมควักเงินก้อนโตดึงไปร่วมทีมเมื่อปี 1997

เล่นในกัลโช่ เซเรียอาให้ปีศาจแดงดำเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น หลุยส์ ฟานกัล กุนซือบาร์เซโลน่าซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน อยากได้ โบการ์เด้ มาร่วมงานมากๆ เลยยื่นข้อเสนอไป

ปรากฏว่ามิลานย่อมปล่อยให้ เขาจึงได้มาอยู่บาร์เซโลน่าอีกหนึ่งสโมสรระดับท็อปของยุโรป

แม้ไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวร แต่ โบการ์เด้ ยังได้ลงต่อเนื่อง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชุดแชมป์ลาลีกา 2 สมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 1997/98 และ 1998/99



นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์อีกสมัย กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ รวมถึงยูฟ่า ซูเปอร์คัพในปีแรกที่ย้ายมาด้วย

พอล่วงเข้าซัมเมอร์ปี 2000 มาริโอ เมลช็อต แบ็กขวาของเชลซีได้แนะนำ จานลูก้า วิอัลลี่ ผู้จัดการทีมให้คว้า โบการ์เด้ มาร่วมทัพด้วย โดยบรรยายสรรพคุณจนบอสคล้อยตาม

แต่แล้วเพียงแค่สัปดาห์เดียวที่เซ็นสัญญายาว 4 ปี วิอัลลี่ ก็โดนปลดจากตำแหน่ง เปิดทางให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลีอีกคนมาทำหน้าที่แทน

ว่ากันว่า โคลิน ฮัทชิสัน ผู้อำนวยการของสโมสรโกรธ วิอัลลี่ มากที่ไปแอบเซ็น โบการ์เด้ เข้ามาแบบไม่ปรึกษากันก่อน

แล้วพอ รานิเอรี่ มารับตำแหน่งก็ไม่ยอมใช้งาน โบการ์เด้ กลับไปทาบทาม เอเมอร์สัน โธม กองหลังบราซิเลี่ยนมาเพิ่มอีกราย ถือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณสโมสรมากๆ

ทั้งที่ตอนนั้นนอกจาก โบการ์เด้ ซึ่งเป็นเซนเตอร์แบ็กแล้ว เชลซียังมีทั้ง ฟร้องก์ เลอเบิฟ กับ มาร์กเซย์ เดอไซญี่ 2 เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศสประจำการตัวหลักอยู่ก่อนแล้ว



เชื่อกันว่า โบการ์เด้ น่าจะอยู่กับทีมไม่นาน เดี๋ยวก็ต้องย้ายออกเมื่อไม่มีตำแหน่งในทีม อีกทั้ง รานิเอรี่ ก็แจ้งกับ ฮัทชิสัน ไว้แล้วว่า นักเตะคนนี้ปล่อยได้เลย ไม่อยู่ในแผนสำหรับอนาคต

แต่เรื่องกลับไม่ลงเอยเช่นนั้น -- เพราะอะไร?

-------------------

ฤดูกาลแรก โบการ์เด้ ยังพอถูกเรียกใช้งานบ้าง แม้จะสำรองซะเกินครึ่ง แต่การลงไปทั้งสิ้นในทุกรายการ 12 นัดก็ไม่ถึงขั้นเลวร้ายเกินไปนักสำหรับผู้เล่นที่โดนประทับตราว่าไม่อยู่ในแผนสร้างทีม

ทางสโมสรแจ้งไปยังนักเตะและเอเยนต์ว่า สามารถย้ายทีมได้ในซีซั่นต่อมา แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้น

ตอนนั้นอายุย่าง 31 ปีแล้ว จึงเชื่อกันว่าไม่น่าจะมีสโมสรไหนสนใจนัก อย่างไรก็ตามมีทีมจากในพรีเมียร์ลีกและเดอะ แชมเปี้ยนชิพติดต่อเข้ามาพอสมควร

พอไม่ย้ายเขาจึงถูกโดนแช่แข็งทันที ไม่ได้ลงเลยสักนัด คนอื่นอาจจะแคร์หรือรู้สึกแย่ ทว่าไม่ใช่ โบการ์เด้

เข้าสู่ปีที่ 3 ของการอยู่ในถิ่นเดอะ บริดจ์ ลงไปเพียงแค่เกมเดียวในการเล่นบอลถ้วย เป็นเกมลีกคัพกับสโมสรต่ำชั้นกว่าอย่างจิลลิ่งแฮม ซึ่งเกมนี้ รานิเอรี่ ขนสำรองและเด็กดาวรุ่งลงทั้งกระบิ

จนกระทั้งปีสุดท้าย โบการ์เด้ ก็ยังเกาะสถานะนักเตะเชลซีแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแก ไม่ยอมย้ายไปไหนทั้งสิ้น ไม่ว่าใครจะหว่านล้อมแค่ไหน ส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว


หลายคนเริ่มเข้าใจปฏิกิริยาเช่นนี้ เพราะเชลซีพลาดอย่างมหันต์ นอกจากให้สัญญาระยะยาวกับนักเตะอายุ 30 ปีในตอนที่เซ็นมาไม่พอ ยังจ่ายค่าจ้างอีก 40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

เมื่อโน้มน้าวให้ฉีกสัญญาหรือปล่อยเล่นทีมอื่นไม่ได้ เชลซีก็ต้องกดดันเต็มที่เพื่อเซฟงบตรงนี้ ส่งไปซ้อมกับทีมสำรอง ซึ่งนักเตะก็ปฏิบัติตามกฎทุกอย่างไม่มีบิดพลิ้ว

เขาทำตามคำสั่งทุกอย่าง จนสโมสรเอือมระอาไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องปล่อยให้สัญญาหมดลงเอง

เพื่อนร่วมทีมบางคนแนะนำให้ย้าย อย่างน้อยเราเป็นนักเตะอาชีพเคยอยู่กับสโมสรชั้นนำทั้งอาแจ็กซ์ , มิลานและบาร์เซโลน่า ไม่นับคว้าแชมป์ยุโรปได้อีก ควรมีศักดิ์ศรีบ้าง อย่าลดตัวจนต่ำเกินไป จนไม่มีใครมองเห็นคุณค่า

แต่คำตอบของ โบการ์เด้ ยังคงเดิม ท่ามกลางเสียงสาปแช่งสวดยับจากแฟนบอลถึงความละโมบ โดยไม่สนใจอะไรเลย

"มีคนไม่กี่คนหรอกที่จะได้เงินมากมายอย่างนี้ ผมเป็นหนึ่งในนั้น แม้จะพูดกันว่านี่คือการซื้อตัวแย่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แต่ผมก็ไม่สนใจมันหรอก"

นี่ต่างหากคือคำตอบของ โบการ์เด้ ซึ่งชัดเจนไม่ต้องมีเม้มหรือห่วงภาพลักษณ์อะไรทั้งสิ้น

"ผมรู้ดีว่าสโมสรต้องการลดค่าใช้จ่าย เราได้คุยกันแล้วถึงทางออกต่างๆ ซึ่งไม่มีทางไหนนอกจากปล่อยตัว แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ดีลก็ไม่เกิดขึ้น"

"บางครั้งผมรู้สึกว่าอยากลงเล่นมากๆ แต่ก็เข้าใจนะกับสถานการณ์เช่นนี้ มีอยู่ช่วงรู้สึกเบื่อเหลือเกิน เพราะบาดเจ็บหัวเข่าต้องพักยาว 3-4 เดือนได้แต่คอยฟื้นฟูไปวันๆ"

ยังมีข่าวตามมาอีกด้วยว่า โบการ์เด้ มักจะบินไปกลับระหว่างลอนดอนกับอัมสเตอร์ดัมเป็นเรื่องปกติ เพราะสนามซ้อมของเชลซีอยู่ใกล้กับสนามบินฮีทโธวร์อยู่แล้วด้วย



ซ้อมเสร็จปุ๊บ บึ่งรถยนต์ส่วนตัวไปแอร์พอร์ตนั่งเครื่องกลับบ้านเลย แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยมาใหม่ แทบไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม โบการ์เด้ ปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลย เขาอาจเป็นพวกหน้าเงินก็จริง แต่ถึงที่สุดยังคงความเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ ตราบเท่าที่สโมสรยังจ่ายเงินเดือนให้

น่าเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือหลังหมดสัญญากับเชลซี ซึ่งเวลานั้นเพิ่ง 34 ปี แถมร่างกายยังโอเค เพราะซ้อมมาต่อเนื่อง ทว่า โบการ์เด้ กลับตัดสินใจแขวนสตั๊ดเลย

เขามุ่งเข็มเอาดีทางด้านโค้ช ไปศึกษาเล่าเรียนจนจบเอ ไลเซ่นส์ของยูฟ่า ซึ่งตอนนั้นกำลังไต่ไปถึงโปร ไลเซ่นส์ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด

ระหว่างนั้นเองเอเยนต์พยายามนำโปรไฟล์ของ โบการ์เด้ ยื่นไปยังสโมสรต่างๆที่กำลังต้องการกุนซือคนใหม่ มาเธอร์เวลล์กับโอลด์แฮม 2 สโมสรในเกรตบริเตนให้ความสนใจ

แต่สุดท้ายดีลไม่เกิดขึ้น เชื่อกันว่าเพราะปูมหลังเรื่องความโลภแบบไม่มีศักดิ์ศรีนั่นแหล่ะ ทำให้ไม่มีทีมไหนกล้าเสี่ยง

สุดท้ายเขาได้รับโอกาสจากอาแจ็กซ์สโมสรเก่าให้ไปดูแลทีมเยาวชนในปี 2017 แม้จะไม่ใช่เป็นลูกหม้อของสโมสรแห่งนี้ แต่เพราะนโยบายที่ดึงอดีตนักเตะมาทำงาน โบการ์เด้ จึงอยู่ในข่ายและได้รับความเห็นใจ

"ผมรู้ดีว่าเรื่องในอดีตมันแย่มากๆ แต่ตอนนี้ผมพยายามจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น"

หากมองในมุมบวกอย่างน้อยที่สุด โบการ์เด้ ก็ยอมรับตรงๆว่า เขาไม่ย้ายไปไหนเพราะเงิน ไม่ใช่บ่ายเบี่ยงอ้างอย่างอื่น

ดีกว่านักเตะหลายคนในปัจจุบันที่เล่นแบบเหยาะแหยะ เจ็บแล้วเจ็บอีก ไม่มีสปิริตแต่รับเงินมหาศาล



มีใครบ้างลองนึกดูเอาแล้วกัน...

ใครอยากประสบความสำเร็จมีเงินใช้ไม่ขาดมือเหมือน โบการ์เด้ เลือก Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าประสบความสำเร็จรวดเร็วทันใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment