breadcrumb symbol ข่าว

[ #เจ้าหนูมหัศจรรย์ผู้ถูกลืม (1) ]

อัพเดตเมื่อ : January 14, 2020 10:59pm โดย : admin

ตัวแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายมีเดียของแมนฯยูไนเต็ด เพิ่งออกมาขอโทษ นอร์แมน ไวท์ไซด์ เพราะโพสต์ผิดเกี่ยวกับเรื่องสถิตินักเตะอายุน้อยที่รับใช้สโมสรครบ 200 นัด

ตอนแรกระบุไปว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ขึ้นทำเนียบอันดับ 3 เป็นรองเพียงแค่ จอร์จ เบสต์ และ ไรอัน กิ๊กส์

อย่างไรก็ตาม ดี ซึ่งเป็นภรรยาของ ไวท์ไซด์ ออกมาตอบโต้ว่าข้อมูลนี้ผิดพลาดอย่างแรง พร้อมกับถาม มาร์ค ฟร็อกแกตต์ ซึ่งเป็นบรรณาธิการคอนเทนต์นี้ว่าทำการบ้านมาหรือเปล่าด้วย

เพราะสามีของเธอต่างหากที่ครองอันดับ 3 ในเคสอายุน้อยสองร้อยนัด ก่อนจะแจกแจงตัวเลขต่างๆให้เห็น



ก่อนทาง ฟร็อกแกตต์ จะทวิตขอโทษด้วยข้อความประมาณว่า -- "เราต้องขอโทษมิสซิสไวท์ไซด์และนอร์มจากใจจริง การค้นหาข้อมูลของเรามีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะแก้ไขใหม่ หวังว่าคุณจะมีช่วงเวลาที่ดีในสุดสัปดาห์นี้ด้วย"

ก่อน ดี จะตอบกลับมาว่า -- "ฮ่าๆ ขอบคุณมากนะมาร์ค เรายังจดจำอดีตที่ยอดเยี่ยมของไวท์ไซด์ได้ แต่ขอโทษวันอาทิตย์นี้เราต้องทำงาน!"

-------------------

ใครเป็นแฟนบอลยุคกลางค่อนไปทางเก่าหน่อยคือเริ่มดูช่วงปลายทศวรรษ 70 ลากยาวมาต้น 80 ย่อมซึมซับรับรู้เกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของ ไวท์ไซด์ ได้อย่างดี

ไวท์ไซด์ เกิดที่เบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ในครอบครัวโปรแตสแตนท์ที่เคร่งครัด ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังทรุดอย่างหนัก ต้องปากกัดตีนถีบเอาตัวรอดสารพัด

เขาต้องแชร์เตียงนอนกับพี่ชายอีก 2 คน ในบ้านหลังเล็กๆเท่าแมวดิ้นตาย อีกทั้งช่วงนั้นยังเกิดสงครามแบ่งแยกความเป็นไอริช จากกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลกลางเกรต บริเตนหรือไอร์อาร์เอกับพวกที่สนับสนุน เสียงปืนหรือระเบิดกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับ ไวท์ไซด์

เพื่อให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย เขาจึงต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ Boys' Brigade ซึ่งรวบรวมเยาวชนที่เป็นคริสเตียนจากทั่วโลกเอาไว้ โดยมีสาขาใหญ่ที่กลาสโกว์ สก๊อตแลนด์

ที่นั่นเขาเริ่มได้เล่นฟุตบอลก่อนจะโชว์ให้เห็นพรสวรรค์ที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมรุ่น ก่อนจะซัลโวถึง 10 ประตูในรุ่น 12 ปีจากการลงแค่นัดเดียว โดยที่ต้องแบกอายุอีกต่างหาก

นั่นเองเขาจึงมีชื่อเสียงในย่านแชนคิลล์ แถบบ้านเกิดมากๆ และเริ่มมีแมวมองเดินทางมาชมฝีเท้า

จากนั้นไม่นาน จิม ร็อดเจอร์ส สเก๊าต์ของอิปสวิช ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ไอร์แลนด์เหนือเห็นฟอร์มไอ้หนูวัย 11 ขวบเข้าก็ปิ๊งทันที นำความไปบอก บ็อบบี้ ร็อบสัน ผู้จัดการทีมในเวลานั้น

อย่างไรก็ตามตอนนั้นอายุยังน้อยเกินไป มีอุปสรรคมากมายหากจะดึงตัวมาเลย คงต้องปล่อยให้เติบโตกว่านี้ก่อน

กระทั่ง บ็อบ บิชอป แมวมองรุ่นลายครามซึ่งทำงานให้กับแมนฯยูไนเต็ด รวมทั้งเป็นผู้ค้นพบ จอร์จ์ เบสต์ กับ แซมมี่ แม็คอิลรอย ได้แนะนำให้เดินทางไปยังสโมสร ลองทดสอบฝีเท้าดู



ครอบครัวของไวท์ไซด์ เป็นกองเชียร์ปีศาจแดงอยู่แล้ว เลยสนับสนุนเต็มที่ ทุกอย่างไปได้สวย เขาได้รับข้อเสนอให้อยู่ในทีมเยาวชน พร้อมทั้งเรียนหนังสือที่นั่นในระดับไฮสคูลไปด้วย

อย่างไรก็ตามช่วงนั้นลิเวอร์พูลเองก็ยื่นข้อเสนอมาให้ลองไปทดสอบฝีเท้าด้วยเช่นเดียวกัน เพราะ โจ บราวน์ ซึ่งเป็นแมวมองเชื่อว่าไอ้หนูคนนี้จะรุ่งแน่นอน

แต่เมื่อพ่อแม่เป็นสาวกแมนฯยูไนเต็ด จึงตัดสินใจไม่ยาก แม้เวลานั้นหงส์แดงกำลังอยู่ในช่วงพีก ประสบความสำเร็จมากมายทั้งในประเทศและยุโรปก็ตาม

ไวท์ไซด์ เข้ามาอยู่แมนฯยูไนเต็ดในปี 1978 หรืออายุแค่ 12 เท่านั้น แต่เขย่าวงการระดับรุนแรงมาก เพราะฟอร์มเร่าร้อนเกินวัย

นอกจากถล่มประตูได้ยอดเยี่ยม ยังมีสไตล์การเล่นที่ดุดันไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น จึงได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าขวา เข้ารับการผ่าตัดครั้งใหญ่ แต่ก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

เขาได้รับการดูแลที่ดีจาก เอริก แฮร์ริสัน ผู้ซึ่งเป็นปรมาจารย์ของนักเตะคลาส ออฟ 92 จนกระทั่งเมษายนปี 1982 ก็ถูกโปรโมตขึ้นสู่ชุดใหญ่



เขาได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมดิวิชั่น 1 เดิม นัดเจอไบรท์ตัน ตอนนั้นอีก 2 สัปดาห์ถึงจะอายุครบ 17 ปี นับเป็นแข้งอายุน้อยสุดของแมนฯยูไนเต็ดนับตั้งแต่ปี 1953

แต่เขาคือนักเตะอายุน้อยสุดแค่ 17 ปีกับอีก 8 วันที่ทำประตูให้กับแมนฯยูไนเต็ด ในเกมเข่นสโต๊ค 2-0

ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือฟุตบอลโลก 1982 เขาถูก บิลลี่ บิงแฮม ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์เหนือเรียกติดทีมเป็น 23 ขุนพลสุดท้าย ได้ลุยทัวร์นาเมนต์ที่สเปนด้วย

จากนั้นทุบสถิติ เปเล่ เป็นแข้งอายุน้อยสุด 17 ปีกับอีก 41 วัน ที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทั้งที่เพิ่งลงให้แมนฯยูไนเต็ดชุดใหญ่ได้แค่ 2 นัดเท่านั้น

ด้วยวัยแค่นี้ ไม่น่าเชื่อว่า ไวท์ไซด์ จะขจัดความกลัวออกจากใจไปได้หมดสิ้น เขาลงเล่นในเกมสำคัญเหมือนนักเตะจอมเก๋า ผ่านสังเวียนมาอย่างโชกโชน

เกมเจอกับยูโกสลาเวียในรอบแรก เขาเข้าปะทะอย่างหนักจนได้รับใบเหลือง นอกจากนี้นัดเจอสเปนเจ้าภาพยังขับเคี่ยวกับพวกรุ่นเดอะอย่างสนุก ไม่แสดงอาการหวาดหวั่นให้เห็นเลย เจอเตะเจอตุกติกทริกสารพัด ก็พร้อมจะตอบโต้คืน



หลังกลับจากบอลโลกแล้ว เขายกระดับเป็นตัวหลักของแมนฯยูไนเต็ดในฤดูกาล 1982/83 ก่อนจะกลายเป็นขวัญใจของเร้ด อาร์มี่

ไวท์ไซด์ ถูกเรียกว่า "Shankill Skinhead" หรือไอ้สกินเฮดจอมห้าวจากแชนคิลล์ ตามรูปลักษณ์ที่ตัดผมสั้นและเล่นได้ดุดันเหี้ยมเกรียม

สถิติยิงประตุอายุน้อยสุดของ ไวท์ไซด์ ยังคงหลั่งไหลมาเรื่อยๆไม่หยุดหย่อน เขาซัลโว 6 ประตูใน 16 เกมบอลถ้วยทั้ง 2 รายการพาแมนฯยูไนเต็ดเข้าชิงทั้งลีกคัพและเอฟเอ คัพ

เป็นแข้งอายุน้อยสุดที่ยิงได้ในนัดชิงลีกคัพ 17 ปี 323 วัน นัดเจอลิเวอร์พูล จากนั้นไม่นานโขก 1 ประตูในเกมรีเพลย์นัดชิงเอฟเอ คัพถล่มไบรท์ตัน 4-0 ครอบครองอีกสถิติอายุน้อยสุด 18 ปีกับ 18 วัน จารึกสองสถิติสำคัญในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ซีซั่นนั้น ไวท์ไซด์ ลงเล่นทุกรายการ 57 นัด พลาดเกมลีกแค่ 3 นัดทำไปทั้งสิ้น 14 ประตู

ไอ้หนูมหัศจรรย์คนใหม่แจ้งเกิดในวงการลูกหนังโลกเรียบร้อยแล้ว

ฤดูร้อนนั้นเองเอซี มิลานรุกหาแมนฯยูไนเต็ด ขอซื้อ ไวท์ไซด์ ด้วยสนนราคา 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากๆในปี 1983 ทุบสถิติของอังกฤษ อีกทั้งให้เงินกินเปล่าอีก 100,000 ปอนด์

แต่เขาปฏิเสธไป เพราะเชื่อว่ากำลังมีอนาคตที่สดใสกับปีศาจแดงและไม่อยากจะปรับตัวกับการใช้ชีวิตในต่างแดน

พูดง่ายๆคือกำลังมีความสุขและสนุกกับการใช้ชีวิตที่แมนเชสเตอร์ คงไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกแล้ว

เขาถูกคาดหมายจากสื่อว่าจะเป็นวันเดอร์คิดคนใหม่อย่างไม่ต้องสงสัยและจะเป็นฮีโร่นำปีศาจแดงกลับมาครองแชมป์ลีกสูงสุดอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1967

เจ้าของทุกสถิติอายุน้อยยิงประตู นักเตะผู้ปฏิเสธและสังหารลิเวอร์พูล กองหน้าดวงใหม่ของไอร์แลนด์เหนือ ฟอร์มเยี่ยมสุดของทีมในฟุตบอลโลก 1982

ทั้งแฟนแมนฯยูไนเต็ดและไอร์แลนด์เหนือต่างคิดเหมือนกันว่านี่คือทายาทของ จอร์จ เบตส์ อย่างแท้จริง



นี่คือเรื่องเล่าเทพนิยายของเจ้าหนูมหัศจรรย์ มันคือสิ่งน่าทึ่งซึ่งเกิดขึ้นในโลกลูกหนังเวลานั้น

แต่ใครจะคิดว่า ไวท์ไซด์ ถูกจดจำจากฉายา "เจ้าหนูจอมเกเร" มากกว่า

พรุ่งนี้มาว่ากันอีกตอนครับ เรื่องราวของเขาเข้มข้นจริงๆ

วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของ ไวท์ไซด์ ตอนแรกกันแล้ว พรุ่งนี้เรารอติดตามตอนที่ 2 กันนะครับ ถ้าใครใจร้อนและต้องการจะเริ่มต้นในทันทีนั้นขอแนะนำ Sbobet777 ที่พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment