breadcrumb symbol ข่าว

[ #ผู้ค้นพบเพชรเม็ดงาม (1) ]

อัพเดตเมื่อ : January 16, 2020 11:50pm โดย : admin

ปี 1990 โมนาโก ส่ง อาร์กโนต์ กาตาลาโน่ แมวมองไปส่องดูฟอร์มของเจ้าหนูเธียร์รี่ อองรี ในวัยเพียงแค่ 13 ปี

ก่อนที่ อองรี จะไม่ทำให้ผิดหวังระเบิดคนเดียว 6 ประตูนำทีมชนะคู่ต่อสู้ 6-0 ซึ่งมันสะท้อนความเป็นเพชฌฆาตอย่างแท้จริง

กาตาลาโน่ รีบยื่นข้อเสนอให้ทันที โดยให้สิทธิ์พิเศษไม่ต้องทดสอบฝีเท้าด้วย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ย้ายมา

จากนั้นเมื่อ อองรี โอเคจึงส่งไปยังแกร์กฟองแต็งศูนย์ฝึกเยาวชนชั้นนำเพื่อให้เรียนหนังสือควบคู่กับเล่นฟุตบอล

แม้ผลการเรียนของ อองรี จะย่ำแย่มากจน โทนี่ ผู้เป็นพ่อถึงกับเอือมระอา แต่ความสามารถในเชิงลูกหนังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางการจับตามองของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือโมนาโก

แล้วในปี 1992 เวนเกอร์ ก็ตัดสินใจดึง อองรี มาเข้าทีมเยาวชนของสโมสร เพราะมองแล้วว่าน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า



จากนั้นในปี 1994 จึงได้รับสัญญาอาชีพแบบเต็มตัว เวนเกอร์ บอกว่านักเตะดาวรุ่งคนนี้เหมาะกับตำแหน่งกองหน้ามากที่สุด แต่กลับส่งลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย เพราะเชื่อว่ามีประโยชน์ในการปั่นป่วนฟูลแบ็กฝั่งตรงข้าม

อองรี ได้ประเดิมเป็นสำรองในเกมเจอนีซ ซึ่งทุกอย่างดูไปได้สวยแล้ว แต่อีกสองสัปดาห์ถัดมา เวนเกอร์ ก็แยกทางกับโมนาโก เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้า


จากนั้นเปลี่ยนผ่านมาถึงยุค ฌอง ติกาน่า ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไรนัก แม้เขาจะได้รับเลือกให้เป็นนักเตะดาวรุ่งฝรั่งเศสยอดเยี่ยมในปี 1996 และมีส่วนร่วมคว้าแชมป์ลีกเอิงฤดูกาล 1996/97 ก็ตาม

ติกาน่า ยังมั่นใจจับ อองรี ยืนริมเส้นเรื่อยมา ส่วนใหญ่ยืนทางซ้าย กระทั่งถูก เอมเม่ ฌักเก้ต์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสหิ้วไปลุยฟุตบอลโลก 1998 ด้วย

ในตำแหน่งปีกอีกเช่นเคย อองรี มีส่วนสำคัญไม่น้อยช่วยเลส เบลอส์ สร้างประวัติศาสตร์ครองแชมป์โลกครั้งแรก ท่ามกลางเสียงชื่นชมไม่น้อย



อย่างไรก็ตามพอกลับมาช่วยโมนาโก ผลงานของสโมสรกลับไม่ดีขึ้น เขามีปัญหางัดข้อกับ ติกาน่า โดยเฉพาะประเด็นดังแล้วลืมตัว รวมถึงดิ้นรนเพื่อย้ายทีม

แน่นอนตอนนั้นมีข้อเสนอมากมายเร่มาหา เขาเคยเจรจากับเรอัล มาดริดและอีกบางทีมจน ติกาน่า เชื่อว่าทำให้เสียสมาธิเลยจัดการดร็อปทันที ให้เป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

มันทำให้ อองรี หงุดหงิดอย่างมาก ถึงกับประกาศเลยว่าไม่เคยเป็นหนี้บุญคุณอะไร ติกาน่า เลยสักนิดเดียว ผู้มีพระคุณที่จะนึกถึงคือ เวนเกอร์ กับ ฌักเก้ต์ เท่านั้น

แต่ผลงานของโมนาโกไม่เป็นไปตามที่วางเป้าไว้ ช่วงเริ่มต้นครึ่งฤดูกาลหลังยังอยู่กลางตาราง ติกาน่า จึงแสดงความรับผิดชอบลาออก

สี่วันหลังจากเจ้านายอำลา อองรี ก็ย้ายไปยูเวนตุสด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเขามั่นใจว่าจะต้องปรับตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดีแน่นอน เพราะที่นั่นมีทั้ง ซีเนดีน ซีดาน กับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ปักหลักก่อนอยู่แล้ว

อองรี เก็บข้าวของไปยูเว่ในเดือนมกราคมปี 1999 พร้อมกับความหวังอันเจิดจ้า

ภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซโล่ ลิปปี้ ดูเหมือนว่า อองรี จะพอใจสำหรับการเล่นเป็นตัวริมเส้นทางด้านซ้าย เขาเล่นปีกหรือตัวรุกจากระบบ 4-4-2 และ 4-2-3-1



แต่ช่วงนั้นผลงานในลีกของยูเว่แย่มาก จนสื่อวิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะ ลิปปี้ ประกาศวางมือหลังจบฤดูกาล ทำให้ผู้เล่นหลายคนเริ่มไม่มั่นใจในอนาคตตัวเอง ขาดสมาธิ

บางคนไม่แน่ใจว่าจะร่วมงานกับ คาร์โล อันเชล็อตติ บอสคนใหม่ได้แค่ไหน เมื่อเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง ลิปปี้ เลยลาออกทันที ไม่รอให้ซีซั่นปิดฉาก

อันเช่ เลยต้องมานั่งเก้าอี้แทนก่อนกำหนด แล้วด้วยความเป็นเจ้าพ่อแห่งแท็คติกเขาจึงรื้อสูตรการเล่นเดิม มาเป็น 3-5-2

อองรี ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เล่นเกมลีกบ้าง เพราะในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกติดคัพไท จึงไม่ได้มีส่วนร่วม

แต่ตำแหน่งของเขาคือวิงแบ็กทางฝั่งซ้าย ซึ่งไม่ถนัดเอาเลย นอกจากต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงด้วยพละกำลังอันมหาศาล ใช้ไดนามิกอย่างเต็มที่เกือบตลอดเกมแล้ว ยังต้องคอยช่วยเกมรับด้วย

"ผมอยากเล่นกองหน้านะ แต่ก็เข้าใจว่ายืนปีกซ้ายก็ไม่เป็นไร มันก็น่าจะเหมาะดีเพราะมีความเร็ว ทว่าตำแหน่งวิงแบ็กไม่ได้สร้างความสุขให้ผมเลย"

อย่างไรก็ตามจะความบังเอิญหรือโชคชะตาไม่มีใครรู้ อองรี ได้เจอกับ เวนเกอร์ บนเครื่องแล้วมีโอกาสได้คุยกัน

"บอกตามตรงฉันอยากได้นายมาร่วมงานที่อาร์เซน่อลนะ แล้วบอกเลยว่าจะให้เล่นกองหน้าด้วย นั่นคือตำแหน่งที่เหมาะกับคนที่ยิงประตูได้ดีมากๆ"

พอได้ยิน เวนเกอร์ พูดอย่างนี้เข้า อองรี ก็หัวใจพองโตขึ้นมาทันที ก่อนจะจบฤดูกาลบาร์เซโลน่าทาบทามมาจริง แต่เขาไม่สนใจเลย เงี่ยหูฟังข้อเสนอจากปืนโตอย่างเดียว

ทางลอนดอนยื่นเข้ามาจริง ก่อนจะตกลงราคาคาดกันว่า 11 ล้านปอนด์ อองรี แทบจะตีปีกไปให้เร็วที่สุด ทิ้งความบอบช้ำเอาไว้ที่ตูริน

13 นัดกับ 1 ประตูแทบไม่อยู่ในความทรงจำตลอด 7 เดือน

------------------

ดีลนี้ที่ลุล่วงด้วยดีแทบไม่มีปัญหา เพราะอาร์เซน่อลปล่อย นิโกล่าส์ อเนลก้า ให้เรอัล มาดริด 23 ล้านปอนด์ มีเงินมากพอสำหรับดึง อองรี มาทดแทน

เขาต้องเจอกับเสียงวิจารณ์ว่าค่าตัวแพงเกินไป เมื่อเทียบกับผลงานที่หล่นกราวรูดนับตั้งแต่จบบอลโลก กูนเนอร์สทั้งหลายก็ไม่ค่อยมั่นใจเช่นกันว่าจะมาแทน นิโก้ ได้

แต่การมีบอสเป็นชาวเฟร้นช์ พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ปาทริค วิเอร่า ที่เคยร่วมงานกันทั้งในทีมชาติชุดเล็กและใหญ่ , เอ็มมานูแอล เปตตีต์ รวมถึง ชิลส์ กริม็องดี้ ก็ช่วยสร้างความอุ่นใจไม่น้อย



อองรี ถูกใส่ชื่อในเกมลีกกับเลสเตอร์ โดยนั่งรอโอกาสที่ข้างสนาม เกมนั้น เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เอ็นวานโก้ คานู เป็นหัวหอกร่วมกัน เพราะ ดาวอร์ ซูเคอร์ ดาวถล่มประตูโครแอตยังไม่ฟิตด้วย

ครึ่งหลังเขาถูกเปลี่ยนลงไปแทน เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก ในตำแหน่งปีก โดยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นว่าดีพอ แต่ต้องยอมรับว่าฟุตบอลอังกฤษนั้นหนักหน่วงจริงๆ

"ผมวิ่งพล่านไปหมด พยายามหาลูกบอลที่มาจากทุกทิศทางให้เจอ มันเร็วและหนักมากๆ จนสับสนว่าไปทางไหนดี บางครั้งก็ล้มกันระเนระนาดเลย"

กระนั้น อองรี ได้รับรางวัลปลอบใจในความพยายาม เมื่อเขาโหม่งประตูไปแฉลบ แฟร้งค์ ซินแคลร์ กองหลังเลสเตอร์ ช่วยอาร์เซน่อลกำชัยสำเร็จ 2-1 นับเป็นการออกตัวที่ไม่เลวเลย

นอกจากปรับตัวในเรื่องสไตล์การเล่น อองรี ยังรู้ดีว่าต้องบ่นให้น้อยลง เพราะทุกครั้งที่เจอฝ่ายตรงข้ามสกัดหนักจะพร่ำพูดไม่หยุด ซึ่งเป็นทัศนคติที่แย่

มันคือเรื่องธรรมดาของฟุตบอลอาชีพ ถ้าคุณเป็นกองหน้าก็ต้องเตรียมพร้อมรับกับสิ่งที่ต้องเจอให้ได้

เขาได้เรียนรู้เรื่องนี้จาก มาร์ติน คีโอวน์ ที่เวลาแบ่งข้างซ้อมจะต้องเผชิญหน้ากัน กองหลังร่างยักษ์จะตามประกบติด อองรี ตลอดเวลา ไม่สนด้วยว่านี่คือการซ้อมเท่านั้น

"การซ้อมคือจำลองของจริง ฉะนั้นนายต้องเอาชนะฉันให้ได้ เพราะเวลาลงเกมจริงก็ต้องเอาชนะคู่แข่งเช่นกัน แล้วนายก็ไม่ควรโอดโอยด้วย"

เวนเกอร์ อยากจะเน้นไปที่เรื่องการปรับตัวให้ อองรี เล่นหลากหลายทั้งกองหน้าและปีกสลับกันไป

แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงอย่างรวดเร็วสุดคือการยิงประตูให้เด็ดขาดและคมมากยิ่งขึ้น

มีอยู่นัดที่เขาได้โอกาสทองแต่สับไกเต็มเหนี่ยว บอลเหินข้ามคานไปยังอัฒจันทร์ข้างบน จนแฟนบอลหลายคนส่ายหัว

นิค ฮอร์นบี้ นักเขียนดังที่สร้างชื่อมาจากนิยายเรื่อง when saturday comes ซึ่งได้รับความนิยมมากและเขาเป็นกูนเนอร์สตัวเอ้ ยังเคยเขียนไว้ในคอลัมน์ประมาณว่า สงสัย อองรี จะโคลนนิ่ง เพอร์รี่ โกรฟส์ อดีตหัวหอกยุคทศวรรษ 80 ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ทั้งที่ค่าตัวแสนแพง

แน่นอนว่ามันทำให้ อองรี ขาดความเชื่อมั่นไม่น้อย แต่เป็น เวนเกอร์ นั่นแหล่ะที่ยังแสดงความไว้ใจ ซึ่งช่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ก่อน อองรี จะยกระดับตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จบฤดูกาล 1999/2000 ซัดไป 26 ประตูในทุกรายการ รวมถึงประตูอันงดงามที่ยิงแมนฯยูไนเต็ด ด้วยการกระดกบอลแล้วกลับตัวยิงตรงกรอบเขตโทษ บอลมุดเสียบเสาอย่างน่าทึ่ง



อาร์เซน่อลคว้ารองแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมถึงได้เข้าชิงยูฟ่า คัพแต่พ่ายกาลาตาซาราย กลายเป็นดับเบิ้ลช้ำ

อย่างไรก็ตามนี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของ อองรี เท่านั้น..

ไว้ต่ออีกตอนพรุ่งนี้ครับ เข้มข้นแน่นอน


วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของ เวนเกอร์ กับ อองรี กันไปส่วนหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้มารอติดตามตอนต่อไปได้เลยนะครับ แต่หากใครใจร้อนไม่อยากรอ เลือก MYSBOBET กันนะครับ รับรองมีแต่ความสำเร็จรอคุณอยู่ พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment