breadcrumb symbol ข่าว

[ #25ปีกังฟูคิก ]

อัพเดตเมื่อ : January 25, 2020 11:11pm โดย : admin

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จำได้แม่นกับเหตุการณ์เมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม 1995

เขานำทัพแมนฯยูไนเต็ดบุกไปเซลเฮิร์สท์ พาร์คทำศึกพรีเมียร์ลีกกับคริสตัล พาเลซ มันเป็นช่วงกลางสัปดาห์ที่อากาศหนาวเหน็บเอาเรื่อง

ดูชื่อชั้นและศักยภาพของปีศาจแดงในยุคนั้นที่กำลังพีกมากๆ ไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังที่กำราบเจ้าบ้านลงได้


แต่ เฟอร์กี้ รู้ดีว่าเกมนี้ ดิ อีเกิ้ลส์จะมาใช้เกมหนักเข้าสู้แน่ ลูกตุกติกบวกเข้าบอลไม่ยั้งสารพัด เป็นเอกลักษณ์ของทีมจากลอนดอนใต้ โดยเฉพาะเมื่อเจอสโมสรใหญ่ๆ

ดังนั้นก่อนจะเริ่มโซ้ยแข้ง จึงออกปากกำชับลูกทีมทุกคนว่า ถ้าโดนเล่นงานหนักให้มีสมาธิไว้ อย่าพยายามเอาคืน เราต้องมุ่งมั่นกับการเล่นบอลเพื่อชัยชนะ ไม่ใช่คอยแต่หาโอกาสล้างแค้น

จริงๆระหว่างที่เตือน เฟอร์กี้ รู้สึกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน เกี่ยวกับความเป็นธรรมจากผู้ตัดสิน เพราะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ อลัน วิสกี้ ซึ่งลงเป่าในเกมนี้เท่าไรนัก

แล้วก็เป็นไปตามคาดเกมเริ่มไม่เท่าไร ริชาร์ด ชอว์ กับ คริส โคลแมน สองเซนเตอร์แบ็กของพาเลซเล่นหนักไม่ปรานี แต่ผู้ตัดสินแทบจะไม่ลงโทษอะไร ยิ่งทำให้ทั้งคู่ได้ใจหนักกว่าเก่า

ชอว์ ซึ่งปกติไม่ค่อยเกเรนัก แต่เกมนี้มักจะงัดทริกดึงเสื้ออยู่เสมอ เฟอร์กี้ เชื่อว่าต่อให้เล่นบอลสร้างสรรค์แค่ไหน เมื่อมาเจออย่างนี้ก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา

ไม่ใช่แค่ดึงเสื้ออย่างเดียว แต่ ชอว์ ยังเสียบใส่ แอนดี้ โคล กับ เอริก คันโตน่า สองหัวหอกปีศาจแดงแบบน่าเกลียดถึง 3 ครั้งด้วยกัน


เรื่องนี้ เฟอร์กี้ เล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติด้วยความจำที่ราวกับว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อ 2 วันก่อน

ในขณะที่ โคลแมน เจตนาชน โคล ตั้งแต่ตรงกลางสนาม แต่กลับไม่โดนลงโทษอะไรเลยสักนิดเดียว นั่นยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้ผู้เล่นทีมเยือน

ตอนนั้น เฟอร์กี้ มีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีแล้ว ถ้าสมัยยังเป็นนักเตะอยู่เจอเล่นงานแบบไม่แฟร์ก็พร้อมจะสวนกลับแน่

แต่เมื่อเป็นผู้จัดการทีมต้องพยายามแก้ไขสถานการณ์ จึงออกมาตะโกนบอกทุกคนที่ข้างสนามว่า อย่าปล่อยให้อารมณ์เตลิดเข้าทางคู่แข่ง ตั้งใจทำประตูให้ได้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง


ช่วงพักครึ่งบรรยากาศในห้องแต่งตัวไม่ค่อยดีสักเท่าไร เฟอร์กี้ มุ่งไปที่ คันโตน่า มากเป็นพิเศษ เตือนให้คุมอารมณ์มากสุดเท่าที่จะทำได้

"พวกนี้ต้องการกวนประสาทแก ถ้า ชอว์ ได้เข้าถึงตัวมากขึ้นบ่อยๆจะยิ่งได้ใจ ฉะนั้นได้บอลแล้วรีบจ่าย วิ่งทำทางอย่าให้โดนตัวเป็นอันขาด"

ระหว่างที่ยืนอยู่ทางเดินสู่สนาม ก่อนลงเตะในครึ่งหลัง เฟอร์กี้ ยอมรับว่าได้เดินเข้าไปคุยกับมิสเตอร์วิสกี้จริงๆ พยายามบอกว่าลูกทีมของตนโดนเล่นงานแบบน่าเกลียดหลายครั้ง

แต่แทนที่จะรับฟังหรืออธิบายบางอย่าง กลับมองมาด้วยสายตาที่ดูถูกราวกับว่า เฟอร์กี้ เล่นฟุตบอลไม่เป็น


ครึ่งหลังเริ่มไปได้แค่ 4 นาที คันโตน่า นอตหลุดหันไปหวดใส่ ชอว์ คืนบ้าง แล้วผู้ตัดสินไม่คิดหรือชั่งใจอะไรสักนิดเดียว ควักใบแดงไล่ดาวเตะเฟร้นช์ทันที

นี่คือใบแดงที่ห้าของ ก็องโต้ นับตั้งแต่เปลี่ยนมาสวมยูนิฟอร์มปีศาจแดง

เฟอร์กี้ สั่ง นอร์แมน เดวิส เจ้าหน้าดูแลเสื้อผ้าให้เดินไปเป็นเพื่อน คันโตน่าด้วย เพื่อคอยสงบสติอารมณ์ไว้ เพราะอาจโดนแฟนบอลเจ้าถิ่นด่าแบบหยาบคายได้

ระหว่างนั้นไม่ได้สนใจอะไรอีก ง่วนกับการแก้เกมว่าจะปรับเปลี่ยนผู้เล่นอย่างไร


แล้วพอได้ยินเสียงแฟนบอลในสนามฮือฮากันขึ้น จึงเงยหน้ามาดูเหตุการณ์เห็น คันโตน่า กำลังเหวี่ยงหมัดใส่กองเชียร์คนหนึ่งอยู่

เฟอร์กี้ ยังจำได้ว่ารีบเดินไปตะคอกใส่ คันโตน่า นี่เป็นครั้งสองที่ทำอย่างนี้ ครั้งแรกคือตอนย่ำใส่ จอห์น มองเคอร์ อย่างน่าเกลียดมากๆในเกมเจอสวินดอน

กลับมาวันนั้นเขาหลับไม่ลง เต็มไปด้วยความตึงเครียด ในหัวสมองคิดเรื่องต่างๆแบบไม่หยุดหย่อน

วันรุ่งขึ้นที่เดอะ คลิฟฟ์สนามซ้อมกองทัพนักข่าวและช่างภาพมากันมากมาย นอกจากนี้ยังมีสายต่อเข้าหา เฟอร์กี้ นับไม่ถ้วนด้วย

ทั้ง มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานสโมสร มัวริซ วัตกิ้นส์ ฝ่ายกฎหมาย รวมถึงผู้บริหารคนอื่นๆ ต่างปรึกษาพูดคุยเพื่อร่วมกันตัดสินใจจะเอาอย่างไรต่อไป

ก่อนแมนฯยูไนเต็ดจะแถลงอย่างเป็นทางการลงโทษแบน ก็องโต้ ตลอดซีซั่นที่เหลือซึ่งก็คือ 4 เดือน


จากนั้นสมาคมฟุตบอลอังกฤษสั่งแบนเพิ่มอีก 4 เดือน รวมทั้งสิ้น 8 เดือนด้วยกัน ปรับอีก 20,000 ปอนด์และลดโทษจากจำคุก 2 สัปดาห์มาเป็นบำเพ็ญประโยชน์ 120 ชั่วโมง ให้ไปสอนบอลเด็กๆแทน

เฟอร์กี้ ไม่พอใจมากๆ มองว่าโทษหนักเกินไปและสมาคมนักฟุตบอลอาชีพควรยื่นมือมาช่วยเหลือบ้าง

ส่วน คันโตน่า ยอมรับโทษแบบแมนๆ ไม่ฟูมฟายอะไรทั้งสิ้น แต่การขาดเขา 4 เดือนสุดท้ายในฤดูกาล 1994/95 แมนฯยูไนเต็ดจึงล้มเหลวคว้าดับเบิ้ลช้ำคือรองแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ

ก็องโต้ ไม่ได้ลงเล่นเลยจึงรู้สึกเบื่อหน่ายมากๆ ความรู้สึกอยากจะแขวนสตั๊ดเกิดขึ้นอีก ร้อนถึง เฟอร์กี้ ต้องบินไปเกลี้ยงกล่อมถึงปารีส จนลูกทีมสุดที่รักยอมรอเวลาเพื่อกลับมาอีก

1 ตุลาคม 1995 ก็องโต้ รีเทิร์นอีกครั้งในเกมแดงเดือดกับลิเวอร์พูล เป็นไฮไลต์ที่สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมา

บรรยากาศที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดคึกคักอย่างมาก เสียงเพลง "อุ๊อ๊ะ คันโตน่า" ดังกระหึ่มและดังยิ่งขึ้นเมื่อเกมผ่านไป 2 นาที ก็องโต้ ไหลให้ นิคกี้ บัตต์ หลุดไปซัดนำก่อน 1-0

แม้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ จะโชว์ความเหนือชั้นทำคนเดียว 2 ประตูให้หงส์แดงแซงนำ 2-1 แต่นาทีที่ 70 คันโตน่า แสดงให้เห็นถึงความพิเศษของตน


เขาจ่ายให้ ไรอัน กิ๊กส์ กระชากเข้าในเขตโทษ ก่อนจะโดนทำฟาวล์ แล้ว ก็องโต้ รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น ก่อนจะวิ่งไปที่เสาประตูกระโดดกอดอย่างมีความสุข

ที่ข้างสนาม เฟอร์กี้ ลุกขึ้นยืนปรบมือด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุขเช่นเดียวกัน

มันเป็นการกลับมาของ "คิง" อย่างแท้จริง

------------------


"เล่นอย่างนี้สมควรแล้วที่แกจะได้ออกไปอาบน้ำก่อน"

นี่คือคำให้การของ แม็ทธิว ซิมมอนส์ แต่จากพยานแวดล้อม มันไม่ได้สุภาพอย่างนี้เลยสักนิดเดียว

"ไสหัวกลับไปบ้านมึงเลย ไอ้ขยะจากฝรั่งเศส" นี่ต่างหากคือเสียงตะโกนใส่  แถมยังน่าจะด่าพ่อล่อแม่อีกต่างหาก

นั่นเองที่ทำให้ ก็องโต้ ซึ่งหงุดหงิดเป็นทุนเดิม โกรธ ริชาร์ด ชอว์ โมโหผู้ตัดสิน แล้วมาเจออย่างนี้เลยระบายใส่แฟนบอลปากสวะทันที

เขาวิ่งข้ามป้ายโฆษณาเขาหา ซิมมอนส์ กระโดดถีบสองเท้าเข้าที่ลำตัว จากนั้นมีเหวี่ยงหมัดใส่อีก 2-3 ครั้ง จนเจ้าหน้าที่สนามและแฟนบอลบางส่วนต้องเข้ามาแยก ก่อนที่จะบานปลาย

ซิมม่อนส์ เองโดนตัดสินจำคุก 7 วันและปรับอีก 500 ปอนด์ รวมทั้งห้ามเข้าสนามในอังกฤษและเวลส์เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ด้วยข้อหายั่วยุให้เกิดความรุนแรง


ถ้าไม่นับแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดแล้ว กองเชียร์ทีมอื่นล้วนแต่รังเกียจพฤติกรรมดังกล่าวของ คันโตน่า ทั้งสิ้น บางคนบอกว่านักเตะประเภทอย่างนี้ควรจะกลับบ้านไปเลย ไม่เหมาะจะมาเล่นในอังกฤษ

แม้จะผ่านมานานถึง 25 ปีแล้วแต่ไม่มีใครลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

2 ปีก่อน คันโตน่า ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยเสียใจในการกระทำครั้งเลยและน่าจะถีบให้หนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ


"ผมเคยพูดไปแล้วว่าผมควรถีบเขาให้แรงกว่านี้ แต่บางทีพรุ่งนี้ผมอาจเปลี่ยนใจพูดอีกอย่างก็ได้"

"ผมไม่เคยเสียใจ มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่า ซิมมอนส์ สมควรที่จะได้เรียนรู้บ้างเช่นกัน"

สำหรับ คันโตน่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ

เช่นเดียวกับการตัดสินใจรีไทร์ในวัยเพียงแค่ 31 ปี เขาก็เชื่อว่ามันดีที่สุดแล้วเช่นกัน

คุณเองก็มีช่วงเวลาที่น่าจดจำได้เช่นเดียวกัน ลองมาผงาดด้วยตัวคุณเองกับ Mysbo99 รับรองคุณจะเจอกับการบริการอันยอดเยี่ยม ติดต่อได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment