breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าวู่วามเปลี่ยนแปลง ]

อัพเดตเมื่อ : January 26, 2020 10:25pm โดย : admin

กีเก้ เซเตียน คือโค้ชผู้คลั่งไคล้ความสวยงามของเกมฟุตบอลอย่างมาก

เขาชอบเห็นการต่อบอลอันไหลลื่น ให้เท้าต่อเท้าแม่นยำ เคลื่อนไหวตัวได้อย่างดีมีสมดุล หาตำแหน่งกันง่าย ฉลาดมีเซนส์ราวกับมีตาหลัง

เซเตียน บอกไว้ว่าเกมฟุตบอลคือความสนุก ดังนั้นไม่ควรทำให้แฟนบอลเกิดความเครียด สีสันอันน่าเร้าใจต่างหากที่จะขับบรรยากาศในสนามให้สดชื่น



สมัยเป็นนักเตะอาชีพ เซเตียน เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคือห้องเครื่องของทีม เป็นตัวเชื่อมจากหลังไปสู่ข้างหน้าและมักจะสอดขึ้นไปทำประตูได้เป็นประจำ

ช่วงเล่นให้แอตเลติโก้ มาดริดกลางทศวรรษ 80 ผลงานพีกมากจนถึงขั้นถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ ลงไปทั้งสิ้น 3 นัดด้วยกัน

พอรีไทร์เรียบร้อย เขามุ่งเข็มด้านโค้ชเลย พยายามนำเอาสไตล์ฟุตบอลที่สวยงามมาใช้ โดยยึดปรัชญาของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่เขายกย่องนับถือเป็นการส่วนตัวมาใช้

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำทีมฟุตบอลให้เหมือนกับเล่นเกม เพราะปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดฟุตบอลแบบครัฟฟ์ได้ คุณจะต้องได้นักเตะมีคุณภาพพอในมือให้เพียงพอก่อน


ปี 2017 เซเตียน โยกจากลาส ปัลมาสมาคุมเรอัล เบติสที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

จากนั้นก็ปรับจูนให้เข้ากับแนวทางของตัวเอง นักเตะทุกคนตอบสนองภายใต้ระบบเดียวกันอย่างน่าทึ่ง

เขาสามารถนำทีมล้ม 2 ขั้วอำนาจอย่างเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าได้สำเร็จ ก่อนพาเบติสที่ก่อนหน้านั้นร่อแร่อาการน่าเป็นห่วง คว้าตั๋วเบิกทางไปเล่นฟุตบอลยุโรปสำเร็จ

แต่นัดที่ เซเตียน ประทับใจไม่รู้ลืมคงจะเป็นการไปเยือนคัมป์ นูในเดือนพฤศจิกายนปี 2018

ถ้าคุณมีครัฟฟ์เป็นไอดอล การได้มาสัมผัสสังเวียนแข้งแห่งนี้แล้วมีบาร์เซโลน่าเป็นคู่ต่อกร มันคือความภาคภูมิใจอย่างมาก

แล้วที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่าคือเขาสามารถยัดเยียดความปราชัยให้บาร์ซ่าต่อหน้ากองเชียร์ในคัมป์นูได้

มันเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือนที่ยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลันต้องเสียฟอร์มในบ้านตัวเอง

บนชัยชนะในเกมนี้ ความหมายไม่ได้อยู่แค่ 3 คะแนนเท่านั้น แต่ เซเตียน ยังทำให้เห็นเลยว่า เล่นในแบบบาร์ซ่าเพื่อมาเอาชนะบาร์ซ่านั้นมันเป็นอย่างไร


ด้วยความหนักแน่นในปรัชญาของตัวเอง เขาจึงสร้างความประทับใจให้กับนักเตะบาร์เซโลน่าหลายต่อหลายคน

หนึ่งในนั้นคือ เซร์กี้ บุสเก็ตส์ เด็กปั้นที่เติบโตมาจากลา มาเซียและซึมซับความเป็นเนื้อแท้ตัวตนของสโมสรแห่งนี้อย่างดี

หลังเกมจบลง บุสเก็ตส์ มอบเสื้อที่ใส่ในเกมวันนั้นให้กับ เซเตียน พร้อมข้อความที่เขียนไว้ด้านหลังว่า

"มอบให้แด่ กีเก้ ด้วยความนับถือในทัศนคติฟุตบอลของคุณ"

เซเตียน เนื้อเต้นมากๆ ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรติเช่นนี้ มันยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเองเข้าไปอีก

ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจได้มาเป็นกุนซือของบาร์เซโลน่าจริงๆทั้งที่ไม่มีอะไรผูกพันกันเลย

---------------

เซเตียน ชื่นชอบสูตร 4-2-3-1 อย่างมากสมัยคุมเรอัล เบติส


เขาเชื่อว่าฟอร์เมชั่นนี้มีความสมดุลลงตัวมากสุดและตอบสนองสไตล์การเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ย้อนกลับไปตอนเป็นนักเตะเขามีโอกาสได้ปะทะกับ ครัฟฟ์ ตอนที่ยังเล่นให้บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นเสมือนการเปิดโลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

"ผมยังจำได้ดีตอนที่ได้เจอ บาร์เซโลนา ของ โยฮัน ครัฟฟ์ คุณเจอพวกเขา แล้วก็เสียเวลาทั้งเกมไปกับการวิ่งไล่บอล แต่หาแทบไม่เจอ"

"ผมบอกกับตัวเองเลยว่า นี่คือสิ่งที่ผมชอบ ผมอยากจะอยู่ในทีมนี้ ทำอย่างไรมันถึงจะเกิดขึ้นได้

"เขาทำได้อย่างไร ทีมได้ครองบอลอยู่ฝ่ายเดียว แล้วให้คู่แข่งวิ่งไล่บอลไปตลอดทั้งเกม"

"นับตั้งแต่นั้น ผมก็เริ่มต้นดูฟุตบอลอย่างจริงจัง เพื่อวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมรู้สึก และสิ่งที่ผมอยากจะใส่ลงไปในการฝึกซ้อมตอนที่ผมได้เป็นโค้ช"


ประโยคนี้ เซเตียน ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปีที่แล้ว เมื่อยังเป็นกุนซือของเบติสและปลุกปั้นทีมให้เล่นในปรัชญาของครัฟฟ์...

หลังจากบาร์ซ่าตกรอบรองชนะเลิศสแปนนิช ซูเปอร์คัพ พ่ายแอตเลติโก้ มาดริด ไม่นานนักสโมสรสั่งปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จากตำแหน่งกุนซือ

เวลานั้นมีโค้ชฝีมือดีหลายคนที่มีชื่อโยงว่าจะมานั่งเก้าอี้แทน โดยเฉพาะ ชาบี เอร์นานเดซ มีโอกาสที่จะมาสืบสานจารีตอาซูลกราน่ามากกว่าใคร

อย่างไรก็ตาม ชาบี ปฏิเสธิเพราะเชื่อว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก ในสถานการณ์เช่นนี้สุ่มเสี่ยงเกินไปจะเอาชื่อเสียงมาทิ้ง

เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในวันที่ 13 มกราคม บาร์เซโลน่าประกาศแต่งตั้ง เซเตียน เป็นกุนซือคนใหม่ โดยที่หลายตั้งคำถามเหมือนกันว่านี่คือใครกันแน่

อย่างไรก็ตามเขาเคยตกเป็นข่าวเกือบย้ายมาคุมบาร์ซ่าตั้งแต่มกราคมปี 2019 แล้ว


แต่เขาไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแบบปุบปับชนิดที่ตัวเองก็ยังงุนงงเหมือนกัน จนแทบจะอยากหยิกตัวเอง

"หนึ่งวันก่อนหน้านั้นผมยังอยู่ในบ้านเกิด เต็มไปด้วยฝูงวัวมากมาย มาวันนี้ผมได้อยู่ในสนามซ้อมซึ่งเต็มไปด้วยนักเตะชั้นนำระดับโลก"

เซเตียน เปิดใจไว้เช่นนี้มันเป็นการเล่นมุกเพื่อผ่อนคลายและกลบเกลื่อนความตื่นเต้นของเขาเอง

---------------------

เซเตียน เข้ามาพร้อมกับปรับเปลี่ยนระบบหลายอย่างจากยุคที่ บัลเบร์เด้ ยังเป็นกุนซือ

มีการซ้อมที่หนักขึ้น เน้นเพรสซิ่งเข้มข้นขึ้นและแน่นอนการครองบอลเหนียวแน่นให้กันเท้าต่อเท้าคือแก่นสำคัญ


นัดแรกกว่าจะเปิดคัมป์นูเข่นกรานาด้าลงได้ต้องรอถึง 15 นาทีสุดท้าย อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ ลิโอเนล เมสซี่

นัดสองบุกไปเยือนอิบิซ่าทีมต่ำชั้นในระดับดิวิชั่น 4 ด้วยการใช้ผู้เล่นผสม แต่เทียบกันแล้วยังห่างกันหลายขุม

อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านฉีกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 9 ก่อน อองตวน กรีซมันน์ จะช่วยชีวิต จัดการคนเดียว 2 ประตูในนาทีที่ 72 และ 90 พลิกกลับเข้ารอบแบบหืดจับ

กระทั่งนัดที่สามบุกไปเมสตาย่าของบาเลนเซีย ก่อนจะโดนเชือดนิ่มๆ 2-0 เป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของ เซเตียน

สามนัดดังกล่าวบาร์ซ่าเล่นคล้ายกันหมด เป็นปรัชญาในแบบ เซเตียน นั่นคือครองบอลมากกว่า จ่ายกันเท้าต่อเท้า คู่ต่อสู้แทบหาไม่เจอ

อย่างเกมกับบาเลนเซีย 10 นาทีแรกเป็นฝ่ายครองอยู่ฝ่ายเดียว จ่ายกันไปมา แต่แทบไม่ได้เจาะเข้าเขตอันตรายเลย


ผิดกับบาเลนเซียไม่ต้องเน้นครองบอลเยอะ แต่ขอโอกาสตอบโต้ไม่กี่ครั้งกลับเปลี่ยนเป็นประตูได้

ชัดเจนเลยว่า 3 นัดของ เซเตียน ที่ผ่านไป เขานำปรัชญาของครัฟฟ์มาใช้อย่างแท้จริง เพียงแต่มันผิดอย่างเดียวตรงที่ ครองบอลแล้วต้องยิงได้ แต่นี่ไม่ใช่เลย

สองนัดเจอทีมที่มีคุณภาพต่างกันพอสมควร แต่กว่าจะได้ประตูก็ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวนักเตะเป็นหลัก

อย่างที่บอกนั่นแหล่ะว่า เซเตียน เข้ามาบาร์ซ่าพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมหรือรูปแบบต่างๆ

พายุเข้าฝนตกหนักก็ยังให้ซ้อมท่ามกลางความหนาวเหน็บเปียกชื้นอย่างนั้น จน เคราร์ ปิเก้ ถึงกับบ่นออกมาว่านี่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นของบาร์เซโลน่าเลย

บางที เซเตียน อาจจะต้องค่อยๆทำความเข้าใจกับอัตลักษณ์ที่แท้จริงของสโมสรแห่งนี้ ไม่ใช่รีบร้อนจะเปลี่ยนตามความเชื่อของตัวเองทันที

การซ้อมหนักจากที่เคยหรือเน้นครองบอลให้มากที่สุด อาจไม่ใช่หัวใจสำคัญนำไปสู่ชัยชนะและไม่ได้บ่งบอกปรัชญาของครัฟฟ์เลย


เซเตียน ควรจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความชื่นชอบนับถือ โยฮัน ครัฟฟ์ ส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าใจบาร์เซโลน่า

อย่าลืมว่าบาร์ซ่าคือสโมสรใหญ่ระดับโลก เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ ส่วน เซเตียน มาแบบโนเนม เริ่มแรกคือการสร้างความเชื่อมั่นและยอมรับให้เกิดกับนักเตะก่อน

จากนั้นค่อยๆเปลี่ยนทีละนิด อาจต้องใช้เวลาบ้างจนกว่าจะไปถึงแนวทางของตนเอง

ถ้าดึงดันบุ่มบ่ามเดินหน้าตามสไตล์แบบไม่ฟังเสียงใคร สัญญา 2 ปีของเขาอาจไม่ครบเทอม

ส่วนใครกำลังหาแนวทางในการสนุกไปกับเว็บไซด์มันส์ๆล่ะก็ต้องนี่เลย Sbobet777 เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก พร้อมบริการด้วยทีมงานคุณภาพ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99


---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment