breadcrumb symbol ข่าว

[ #บทเรียนที่แสนคุ้มค่า ]

อัพเดตเมื่อ : February 03, 2020 2:16am โดย : admin

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ย้ายจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปเชลซีด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์เมื่อมิถุนายน 2001

ลงประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในเกมพรีเมียร์ลีกวันที่ 19 สิงหาคม

วันที่ 11 กันยายนปีเดียวกันนั้นเอง เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับผู้คนทั่วโลก เมื่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน บังคับให้พุ่งชนตึกแฝดเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ทุนนิยมที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ค


อาคารทั้ง 2 ถล่มลงมาในพริบตาราวกับดูหนังฮอลลีวู้ด

จากนั้นไม่นานมีเครื่องบินอีกลำพุ่งชนอาคารเพนตากอนในเวอร์จิเนีย ส่วนลำที่สี่มีเป้าหมายเล็งไปที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในวอชิงตัน ดี.ซี.

เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 พันคน มันคือความสูญเสียครั้งใหญ่ของสหรัฐฯชนิดประเมินค่าไม่ได้เลย

ทั่วโลกต่างไว้อาลัย ทุกอย่างเหมือนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง

เกมฟุตบอลลีกบางประเทศ ก็ประกาศเลื่อนโปรแกรมออกไปในช่วงนั้น เพื่อร่วมแสดงความเศร้าโศกเสียใจ ในวันที่ชาวอเมริกันต้องการกำลังใจ

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกลางสัปดาห์นั้นก็ต้องเลื่อนคิวเตะด้วยเช่นกัน


คล้อยหลังหนึ่งวัน แลมพ์ส พร้อมด้วยเพื่อนนักเตะอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ โจดี้ มอร์ริส ซึ่งกำลังพุ่งแรงเป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษออกไปเที่ยวกันตั้งแต่บ่ายหลังจากซ้อมเสร็จ

ทุกคนเมาแทบไม่ได้สติ อีกทั้งยังดูเหมือนหัวเราะเยาะอย่างสะใจกับช่วงเวลาที่ควรเศร้าสลด

ไม่ใช่แค่เมาแล้วเสียงดังอย่างเดียว ยังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแก้ผ้าโชว์หราหรืออาเจียนออกมาอย่างไม่แยแสใครทั้งสิ้น

ทั้งหมดไปที่ผับในโรงแรมโพสต์เฮาส์แถวสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งที่นั่นมีชาวอเมริกันมาพักมากมาย เพื่อเตรียมตัวบินกลับบ้านเกิด

เดาไม่ยากเลยว่าแต่ละคนย่อมตกอยู่ในห้วงทุกข์ กังวลใจกับความสูญเสียนี้ บางคนอาจจะเป็นห่วงครอบครัวญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง วุ่นวายกับการโทรศัพท์และเช็คข่าวสารต่างๆ


ริชาร์ด แคนคิสสัน ผู้จัดการของโรงแรมบรรยายเป็นฉากๆไว้เลยว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ในขณะที่พนักงานของโรงแรมทุกคน พยายามปลอบใจชาวอเมริกันที่จิตใจหวั่นวิตก แต่กลุ่มนักเตะนี้ซึ่งมีตอนแรก 4 คน ไม่ได้สำนึกอะไรเลยสักนิด ขาดความยั้งคิดและสนใจแต่เรื่องตัวเอง

เสียงหัวเราะที่แผดดังลั่น ช่างไม่ถูกกาลเทศะเลยสักนิด สายตาชาวอเมริกันที่จับจ้องมาเต็มไปด้วยความน่าขยะแขยงและไม่เข้าใจว่าทำอะไรกันอยู่

จากนั้นเมื่อ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น เพื่อนร่วมทีมเชลซีอีกคนและ แฟร้งค์ ซินแคลร์ อดีตแข้งเก่าที่ตอนนั้นย้ายไปเลสเตอร์มาสมทบ

พอไม่มีแมตช์ลงเล่นแต่ละคนคึกครื้นกันอย่างมาก สองคนนี้ไปโยนโบว์ลิ่งกันก่อนและเมามายเต็มที่ แถมไม่ได้เล่นอย่างคนปกติทำกัน แต่เอาตัวไถลไปกับลู่แล้วให้ไปกระแทกกับพิน ท่ามกลางลูกค้าหลายคนที่ตกใจไปตามๆกัน

พอรวมพลกันเรียบร้อย จึงยกไปกันที่เร้ด ไลอ้อนผับชื่อดัง เรื่องนี้ โจ โอไบรอัน เจ้าของยืนยันได้อย่างดี

ทุกคนโหวกเหวกโวยวาย แย่งกันพูด แย่งกันหัวเราะ แผดสียงกันสุดฤทธิ์ จนสร้างความหงุดหงิดให้กับแขกคนอื่นๆ

มีการตักเตือนห้ามปรามก่อนแล้ว แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น กลับเป็นยั่วยุให้ทำหนักกว่าเดิมอีก


โดมินิก เจนกิ้นส์ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำมานั่งผับนี้เสมอ ยังได้แต่ส่ายหน้า ต่อให้เป็นกองเชียร์เชลซี แต่เห็นอาการคะนองของดาวรุ่งพวกนี้แล้ว ได้แต่รู้สึกอับอายแทน

มีการปาถั่วหรือน้ำแข็งแกล้งกันไปมา นอกจากนี้ยังพิเรนท์ถึงขั้นจับกันแก้ผ้า แล้วไปยืนที่ป้ายรถเมล์ ก่อนพวกที่เหลือจะหัวเราะอย่างสนุก

ไม่ใช่แค่เล่นกันเฉพาะกลุ่ม แต่ยังตะโกนด่าคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย เสียงเตือนไม่ได้ผล เพราะใครพูดอะไรออกไป จะโดนตะคอกกลับมาด้วยคำที่สุดหยาบคาย

แลมพ์ส ยังทำตัวเป็นหัวโจกอีกต่างหาก เขาเดินไปที่ถังขยะปลดกางเกงแล้วฉี่ใส่อย่างสบายใจ ก่อน มอร์ริส และ ซินแคลร์ จะเลียนแบบบ้าง

พอถึงช่วงเย็นทั้งหมดกระเตงกันไปที่วีทชีฟผับอีกแห่ง แต่เจ้าของไล่ออกมา เพราะไม่อยู่ในสภาพพร้อมดื่ม อีกทั้งจะทำให้ลูกค้าอื่นรำคาญด้วย

นั่นแหล่ะจึงกลับไปที่โพสต์เฮาส์กันอีกรอบ โดยที่มีพยานระบุว่าใครคนหนึ่งในกลุ่มนั้น ถอดกางเกงขายาวและถลกกางเกงในโชว์อวัยวะเพศ ก่อนลุกขึ้นเต้น โดยไม่สนใจเลยว่าชาวอเมริกันกำลังดูข่าวเหตุวินาศกรรมอยู่

มีอีกคนที่กระดกเบียร์รวดเดียวหมดไพน์ ก่อนอาเจียนใส่โต๊ะ สร้างความน่ารังเกียจให้กับทุกคนที่พบเห็น


อังกฤษได้ขึ้นว่าเป็นประเทศต้นแบบของสุภาพบุรุษและมีความเป็นผู้ดี แต่นักเตะเหล่านี้ไร้คุณสมบัติอย่างแท้จริง

พวกเขาล้วนแต่เป็นอนาคตทีมฟุตบอลของอังกฤษด้วย ชาวอเมริกันคนหนึ่งพูดแทรกด้วยเสียงดังว่า นี่หรือคือนักเตะทีมชาติ แต่ไม่มีใครสำนึก

หลังจากนั้นไม่กี่วันหนังสือพิมพ์หลายฉบับโดยเฉพาะ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิล์ด ซึ่งวางแผงวันอาทิตย์ เอาเรื่องนี้ไปตีแผ่ มีทั้งภาพและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันได้

โคลิน ฮัทชิสัน ผู้อำนวยการสโมสรสั่งสอบสวนทันที ก่อนจะลงโทษปรับทุกคนรวมกัน 100,000 ปอนด์ แล้วเอาไปบริจาคกองทุนที่ช่วยเหลือเหตุวินาศกรรม

แลมพ์ส อธิบายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คนพูดกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าตอนนั้นเขาขาดสติไปแล้ว ไม่น่าจะจำเหตุการณ์ได้ทั้งหมดและพยานทุกคนก็ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน

16 กันยายนในเกมพรีเมียร์ลีกกับสเปอร์ส แลมพาร์ด ซวยซ้ำเจอใบแดงตะเพิดอีก


จากนั้นไม่นาน สเวน โกรัน อีริคส์สัน หั่นชื่อจากทีมชาติอังกฤษเกมที่จะเจอกรีซ

"นักเตะของผมต้องมีความเป็นมืออาชีพ เป็นสุภาพบุรุษ ผมยืนยันว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง"

ฟุตบอลโลก 2002 กำลังจะมาถึงในกลางปีหน้า แลมพ์ส ถือเป็นสายเลือดใหม่ที่ถูกจับตามากๆและได้ย้ายมายังเชลซี สโมสรที่ใหญ่ขึ้น ย่อมมีโอกาสมากขึ้น

พอรู้ว่าชื่อหายจากสารบบ เขากังวลมากๆ หวั่นว่าจะไม่ได้ติดทีมไปเวิล์ด คัพด้วย

อย่างไรก็ตาม อีริคส์สัน ทิ้งข้อความไว้ให้ใจชื้นหน่อยว่า "นายยังอยู่ในแผนของเรา"

------------------------

ปี 2004 แลมพาร์ด ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ฉาวนี้อีกครั้งและสารภาพว่าผิดจริง พร้อมยืนยันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก


ตอนนั้นกำลังอยู่ในวัยห้าว คะนองสุดฤทธิ์ คิดว่ามีชื่อเสียงมีความสามารถ จะทำอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร

มันเป็นความคิดแบบวัยรุ่นที่หลงไปกับสิ่งเหล่านี้

แต่ในอีกทางมันก็เป็นบทเรียนสำคัญเช่นกัน

หลังเหตุฉาวไม่นานนัก แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ และ แพท พ่อกับแม่เรียกมาว่ากล่าวตักเตือน

"ถ้าแกได้บทเรียนนี้แล้วยังไม่จำ เท่ากับว่าแกนี่โง่มากๆเลยทีเดียว"

เสียงของพ่อดังขึ้นและมันดังอยู่ในในทุกวันนี้


แลมพาร์ด สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกเด็ดขาด เขารู้ตัวว่าเติบโตมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานดี มีฐานะ มีความรักและอบอุ่นให้กัน ไม่ได้มีปมให้ต้องก่อเรื่องราว

เขาซ้อมอย่างหนัก เสร็จแล้วกลับบ้าน ใช้เวลาว่างดูเทปย้อนหลัง ดูหนังหรือไม่ก็อ่านหนังสือ

จากนักเตะดาวรุ่งวายร้าย แลมพ์ส เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่กี่ปีเท่านั้นยกระดับขึ้นมาเป็นแข้งสำคัญของเชลซี ถึงขนาดที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เอ่ยปากชมไม่หยุด

"นี่คือนักเตะที่ดีสุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานมา"

คำกล่าวของ มูรินโญ่ ไม่เกินจริงเลย แต่คำว่า "ดีที่สุด" ไม่ใช่ครอบคลุมแค่ฝีเท้า แต่ทัศนคติก็รวมอยู่ด้วย

บทเรียนเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ยังถูกนำมาใช้ในปัจจุบันที่เขาเป็นผู้จัดการทีม

แลมพ์ส นำมาสอนนักเตะของตัวเอง โดยเฉพาะพวกยังบลัดที่มีอยู่หลายคน

นอกจากนี้มันยังทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เข้าใจโลกมากขึ้นและกำลังเดินหน้าสู่ความสำเร็จเหมือนสมัยเป็นผู้เล่น


ไม่ผิดนักหากจะบอกว่าเหตุการณ์ฉาวครั้งนั้น ช่วยเปลี่ยนชีวิต แลมพาร์ด ให้มีวันนี้อย่างแท้จริง

ส่วนใครเบื่อแล้วกับเว็บฉาวที่มีกลอุบายทุกอย่างจนน่ารำคาญ ลองมาที่นี่เลยครับกับ Mysbo99 ที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้เสมอ ติดต่อได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177
---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment