breadcrumb symbol ข่าว

[ "โยวิช" #โนโควิด ]

อัพเดตเมื่อ : March 21, 2020 1:48am โดย : admin

เรื่องของ ลูก้า โยวิช ลุกลามเป็นประเด็นร้อนที่ตกอยู่ในความสนใจตอนนี้อย่างมาก

ไม่ว่าเขาจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือจงใจเจตนา แต่ถูกสังคมลงโทษเรียบร้อย ด้วยข้อหาขาดความรับผิดชอบต่อความเจ็บไข้ได้ป่วยและชีวิตผู้อื่น

ก่อนอื่นเราควรย้อนกลับไปดูกันก่อนว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างและมีที่มาที่ไปอย่างไร?

นับตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด-19 ลุกลามระบาดอย่างหนักในแถบยุโรป รวมทั้งในสเปนที่มีผู้ป่วยหลายพันราย (ตอนนี้กว่า 2 หมื่นแล้ว) รวมทั้งเสียชีวิตอีก รัฐบาลเลยต้องงัดมาตรการเด็ดขาดล็อกดาวน์ประเทศลงชั่วคราว

ฟุตบอลทุกระดับชั้นงดเตะไปก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

หลายสโมสรมีผู้เล่นติดไวรัสตามมา ไม่ว่าจะเป็นบาเลนเซียที่ทั้ง เอเซเกล การาย กับ เอเลียควิม ม็องกาล่า สองกองหลังตรวจพบและในทีมอลาเบสที่มีเกือบ 10 ราย

ทุกทีมต่างตื่นตัวกันหมด จากที่นัดซ้อมรวมพลกันตามปกติ เพราะคิดว่ายังไม่น่ากลัวอะไรนัก กระทั่งสั่งนักเตะให้ไปเก็บตัวอยู่ที่บ้านพัก ไม่จำเป็นจริงๆอย่าออกมาข้างนอกเด็ดขาด

ใครจะฟื้นฟูสภาพร่างกายเรียกความฟิตให้ทำที่บ้านเลย พอสถานการณ์ระบาดคลี่คลายค่อยรอการเปลี่ยนแปลงอีกที

เรอัล มาดริดก็จัดการเรื่องนี้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เพราะเพิ่งได้รับรายงานมาว่ามีนักบาสเก็ตบอลของสโมสรรายหนึ่งตรวจพบเชื่อโควิด-19

แล้วนักบาสคนดังกล่าวได้ไปใช้บริการในคอมเพล็กซ์ภายในสโมสร ซึ่งบริเวณตรงนี้นักกีฬาทุกประเภท สามารถมาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ทั้งสิ้น

ฉะนั้นมาดริดเลยต้องเข้มมากกว่าเดิม ยึดกฎสากลนั่นคือนักเตะทุกคนจะต้องไปกักตัวเองให้ครบตามกำหนด 14 วันก่อน และไม่มีผ่อนปรนห้ามออกมาเด็ดขาด ต่อให้ทำการเทสต์แล้วไม่พบเชื้อก็ตาม

แต่ โยวิช กลับเพิกเฉยไม่ยอมปฏิบัติตาม เขาออกจากที่พักก่อนจะครบจำนวนวัน แล้วจับเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัว จากมาดริดกลับไปยังกรุงเบลเกรด เมืองหลวงของเซอร์เบีย

แม้จะเกิดในเขตบอสเนียฯปัจจุบัน แต่ โยวิช เข้ามาอยู่อะคาเดมี่ของเร้ดสตาร์ เบลเกรดตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ขวบและปักหลักอยู่ที่นี่ถึง 11 ปีเต็ม ก่อนจะย้ายไปเล่นที่โปรตุเกสกับเบนฟิก้า

ประกอบกับ โซฟิย่า มิโลเซวิช แฟนสาวซึ่งเป็นนางแบบชื่อดังของประเทศมีบ้านพักที่นั่นด้วย

แน่นอนว่า โยวิช แอบบินมาเงียบๆ เป้าหมายหลักอยู่ที่การมาร่วมงานวันเกิดครบรอบ 29 ปีของโซฟิย่า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

ตอนบินมานี่เงียบก็จริง แต่พอมาถึงเบลเกรดแล้วกลับไม่เป็นอย่างนั้น

เขากลับเดินควงแฟนสาวอยู่กลางเมืองหลวง โดยไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น

ด้วยความที่ทั้งคู่มีชื่อเสียงอยู่ในขั้นเซเลบของประเทศ ใครต่อใครจึงรู้จักทั้งสิ้น

ถ้าในสถานการณ์ปกติคงมีคนมาขอถ่ายรูปหรือลายเซ็น เจอคนดังอย่างนี้ไม่มีพลาดแน่นอน

ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ต่อให้ยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตที่เซอร์เบียยังไม่ได้มากมายเหมือนประเทศอื่น แต่แทบทุกคนต่างแพนิคกันถ้วนหน้า ใครบ้างไม่รักตัวกลัวตาย

ไม่ได้มีใครห้ามเขากลับมาบ้านเกิด แต่สิ่งที่ต้องมีสำนึกรับผิดชอบคือ โยวิช เดินทางมาจากสเปน ซึ่งถูกขีดเส้นใต้ไว้เลยว่ามีอัตราเสี่ยงสูงสุดต่อการติดเชื้อ

ไม่ใช่แค่ชาวเซิร์บที่เห็นเท่านั้นจะตั้งข้อรังเกียจกับการกระทำนี้ รุ่งขึ้นสื่อบางสำนักยังโยนเชื้อใส่กองเพลิงให้ลุกโชนหนักกว่าเดิมอีก

"ตอนที่คนส่วนใหญ่ต่างหวาดผวาและรับผิดชอบด้วยการเก็บตัวในบ้าน แต่กองหน้าคนนี้กลับไม่รู้สึกอะไร เดินเล่นทั่วเบลเกรด"

เรื่องนี้หนักข้อมากขึ้นเรื่อยๆ ไฟโหมลามรุนแรง เพราะบรรดาผู้นำประเทศต่างออกมาประณาม โยวิช ทั้งสิ้น

เริ่มจาก อเล็กซานดาร์ วูซิช ประธานาธิบดีวัย 50 ปีที่ครองอำนาจมากว่า 2 ปี ทุบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความไม่พอใจ ยืนยันว่าหาก โยวิช ยังละเมิดกฏอีกจะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมจับเข้าห้องขังทันที

"ผมอยากจะบอกว่าชีวิตคนของเรา มีค่ามากกว่าเงินจำนวนมหาศาลของเขา"

พอผู้นำออกมาเทคแอ็กชั่นอย่างนี้ กระแสต่อต้าน โยวิช จึงรุนแรงเชี่ยวกราดกว่าเดิมอีก

จากนั้น เนบอจซา สเตฟฟาโนวิช รัฐมนตรีมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับเอพี สื่อดังระดับโลกว่า

"เขาอาจจะมีชื่อเสียง เป็นนักฟุตบอล แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจช่วยเหลือให้ทำผิดกฏหมายได้ เขาต้องเลือกว่าจะเคารพต่อกฎหรือจะยอมโดนจับเข้าคุก"

ส่วน อนา เบอร์นาบิช นายกรัฐมนตรีหญิงเซอร์เบีย เป็นอีกคนที่ออกมาจวกยับด้วย

"นี่คือตัวอย่างที่แย่มากจากนักฟุตบอลที่มีรายได้นับล้าน และเฉยเมยต่อความรับผิดชอบในการกักตัวเองตอนที่กลับมาบ้านเกิด"

โดนอ่วมขนาดนี้ โยวิช ย่อมทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้ว จึงอัพข้อความลงในอินสตราแกรม เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง

"ผมเข้าใจทั้งจากสถานการณ์ของประเทศเราและโลกเวลานี้ มันเป็นช่วงที่ยากลำบาก ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน"

"เช่นเดียวกันอยากจะขอแสดงความเสียใจที่ตกเป็นประเด็นถูกกล่าวหา แต่เอาเข้าจริงสื่อน่าจะชื่นชมการทำงานของแพทย์มากกว่าจะมาจ้องโจมตีผมเกินจำเป็น"

"ผมได้มีการทำสอบหาเชื่อไวรัสโควิด-19 ที่มาดริดแล้ว ปรากฏว่าเป็นเนกาตีฟ ผมเลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อมาช่วยเหลือและอยู่กับครอบครัว ทั้งหมดได้รับการอนุญาตจากสโมสรแล้ว"

"พอมาถึงก็ได้รับการตรวจอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่ผมกลับไม่ได้รับคำแนะนำที่จำเป็นว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร"

"ที่นี่การออกมาข้างนอกมีเงื่อนไขต่างจากสเปนซึ่งต้องมีการขออนุญาตไม่ว่าจะเพื่อซื้ออาหารหรือยาที่จำเป็น"

"อย่างไรก็ตามผมพร้อมจะสนับสนุนเซอร์เบียอย่างเต็มที่ เราต้องผ่านไปให้ได้"

เซอร์เบีย มีมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ด้วยการให้ประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวเองในบ้านเป็นเวลา 28 วัน หากละเมิดจะใช้ยาแรงเล่นงานคือติดคุกเลย

-------------------

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นแล้วว่า คำถามอยู่ที่ไม่รู้หรือจงใจกันแน่

แต่หากทบทวนไตร่ตรองให้ดี โยวิช ไม่น่าจะรู้รายละเอียดต่างๆมากพอและมองว่าประเทศตัวเองอยู่ในความปลอดภัยมากกว่าเยอะ

กระนั้นที่เราลืมไม่ได้คือ เขาได้ทำผิดกฎจริง แถมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอีกต่างหาก อาจกระทบถึงความเป็นความตายได้เลย

เช่นเดียวกับที่ลืมไม่ได้เป็นอันขาดว่า "ต้นทุน" ที่ โยวิช ถืออยู่ในมือนั้นมันสูงมากเลยทีเดียว

ความเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์ สังกัดสโมสรใหญ่ระดับโลกและมีรายได้มหาศาล ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนทั่วไปจะคิดว่าเขาได้รับอภิสิทธิ์ชน

ในขณะที่คนอื่นช่วยเหลือและพยายามทำตามกฎอย่างเคร่งครัด แม้จะมีข้อจำกัดหลายอย่างก็ยังไม่ละเมิด

แต่นี่ โยวิช ผู้ซึ่งมีพร้อมทุกอย่าง กลับนึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง ห่วงแต่งานวันเกิดแฟนสาว ไม่คำนึงถึงผู้คนตามดำๆอีกมากมายที่สถานะด้อยกว่า

สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันคือ ไม่มีผู้บริหารประเทศคนไหนอยู่ข้าง โยวิช แม้จะมีข้ออ้างว่าไม่รู้รายละเอียดก็ตาม

หลายประเทศต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ นั่นคือต่อสู้กับโควิด-19 ท่ามกลางความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่เห็นได้ชัดเจน

ในวันที่เศรษฐกิจแทบจะพังพินาศทั้งโลก แล้วเงื่อนไขต่างๆล้วนแต่ต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เลยยิ่งทรุดหนักลงกว่าเดิมเข้าไปอีก

คนอย่าง โยวิช ซึ่งมีความพร้อมจะรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ จึงมีความผิดแรงมาก ทั้งที่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายให้เลยและตัวเขาก็ยืนยันได้ว่าปลอดเชื้อจริง

หากว่าเขาไม่ตั้งใจจริงๆและต้องการแสดงความจริงใจ ก็ไม่ควรออกมาพูดอะไร ต่อความยาวสาวความยืดอีก

หากให้ดีกว่านั้นการบริจาคเงินสักก้อนเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลนอีกมากมายหรือหยิบยื่นให้วงการสาธารณสุข คงจะช่วยกู้ภาพลักษณ์คืนมาบ้าง

การขอโทษ การยอมรับผิดและการแบ่งปัน

น่าจะสำคัญที่สุดแล้วในสถานการณ์อันตึงเครียดอย่างนี้

ได้อ่านเรื่องราวดีดีมีสาระกันไปแล้ว อย่าลืมมาเลือกใช้บริการ Sbobet777 กันด้วยนะครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment