breadcrumb symbol ข่าว

[ #น้ำใจในเวลาที่สำคัญ ]

อัพเดตเมื่อ : April 03, 2020 12:24am โดย : admin

บาร์เซโลน่าเป็นสโมสรใหญ่ที่นำร่องเรื่องการลดเงินค่าจ้างผู้เล่น หลังจากไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก จนเกมลูกหนังต้องหยุดเดินชั่วคราว

ก่อนหน้านั้นบอร์ดของบาร์ซ่านำโดย โจเซป บาร์โตเมว ประธานสโมสรพยายามจะขอร้องผู้เล่นก่อน เพราะแบกรับภาระไว้เยอะมาก ท่ามกลางหนี้สินก้อนโตที่ยังคงต้องผ่อนจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

ตัวเลขที่เปิดเผยนั้นบาร์ซ่าเป็นหนี้ราว 217 ล้านยูโร มองว่าอาจจะไม่เยอะนัก แต่ในช่วงที่สโมสรขาดรายได้ ไม่มีเงินไหลเข้ามาเหมือนเคย เงินก้อนดังกล่าวเลยไม่ใช่เรื่องเล็ก

แล้วเมื่อเหลือบดูค่าจ้างของผู้เล่นต่อละคนที่สโมสรพยายามมัดใจด้วยมูลค่ามหาศาลแล้วแทบตกใจ

ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ รับถึงปีล่ะ 70 ล้านยูโรหรือแปลงให้เข้าใจง่ายอย่างที่เราคุ้นกันคือ 1.45 ล้านยูโรต่อสัปดาห์

ในขณะที่ดาวดังคนอื่นต่างก็รับไม่ใช่น้อยๆ หลุยส์ ซัวเรซ กับ อองตวน กรีซมันน์ อยู่ที่ปริ่มๆ 30 ล้านยูโร ส่วนพวกนักเตะขาใหญ่ทั้ง เซร์กี้ บุสเก็ตส์ หรือ เคราร์ ปีเก้ ก็อยู่ในเรตกว่า 20 ล้านเลยทีเดียว

สถานะการเงินของบาร์ซ่าจึงทรุดหนักทันที เอาแค่รายได้ของสโมสรยามมีแมตช์ในบ้านตัวเองทั้งค่าตั๋ว ขายสิ้นค้าที่ช็อปสโมสร สปอนเซอร์ข้างสนาม รวมแล้วไม่น่าต่ำกว่า 20 ล้านยูโร

นี่ยังไม่นับบรรดาผู้สนับสนุนหลักที่เตรียมจะเจรจาลดเงินบางส่วนด้วย ในเมื่อเกมไม่ได้เตะ นั่นหมายความว่าการโปรโมตสินค้าผ่านสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ก็ต้องหยุดชะงักด้วยเช่นกัน

การเจรจาเพื่อลดเงินในครั้งแรกนั้นไม่ราบรื่นเลย เพราะนักเตะส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เรื่องอะไรจะต้องมาลดเงินแบบนี้

พอเห็นพวกผู้เล่นไม่ยินยอมพร้อมใจกันง่ายๆ จนทางบอร์ดต้องเตรียมเดินหน้ายื่นเรื่องทำ ETRE (ข้อบังคับการจ้างงานชั่วคราว) กับรัฐบาลเพื่อหยุดจ่ายค่าจ้างในช่วงที่ฟุตบอลแข่งต่อได้

คือถ้าถึงทางตันจริง มันต้องบีบให้บาร์ซ่าต้องทำอย่างนั้นเพื่อความอยู่รอดของสโมสร แม้อาจจะต้องสูญเสียภาพลักษณ์หรือความเป็นยูนิตี้ก็ตาม

สุดท้ายนักเตะต้องมีการปรึกษากันเอง โดยเฉพาะพวกอาวุโสที่อยู่กับทีมมานานและมีอิทธิพล ก่อนได้บทสรุปว่าจะยอมลดเงินค่าจ้างในช่วงนี้ถึง 70 เปอร์เซนต์ด้วยกัน

ก่อนที่ เมสซี่ จะเป็นกระบอกเสียงออกมาแถลงการณ์เรื่องนี้ด้วยตัวเองและยืนยันว่าเข้าใจสถานการณ์เวลานี้และพร้อมเสมอเมื่อสโมสรขอร้องมา ไม่ใช่ว่าเพิกเฉยอย่างที่คิดกัน

แต่ที่ดูล่าช้าจนทำให้หลายคนเข้าใจผิด เป็นเพราะต้องหาทางออกเหมาะสมสุด ถ้าเป็นกลุ่มนักเตะอย่างเดียวไม่เท่าไร แต่นี่กระทบถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนด้วย จำเป็นต้องใช้เวลาทบทวนใคร่ครวญให้ดี

คล้ายจะบอกว่าพวกนักเตะไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้กันนัก เพราะรายได้สูงกันอยู่แล้ว ห่วงแค่พวกพนักงานซึ่งค่าจ้างไม่ได้เยอะอะไร

บทสรุปที่ได้คือแข้งบาร์ซ่าจะยอมลด 70 เปอร์เซนต์ รวมถึงทีมกีฬาอื่นๆ แฮนด์บอล , บาสเกตบอล  , ฮอกกี้ , ฟุตซอล , ฟุตบอลหญิง ทีมบาร์เซโลน่า เบ และทีมระดับเยาวชน

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ แสดงสปิริตอีก เมื่อทุกคนรู้แล้วว่าเขามีรายได้มากกว่าใครทั้งหมด จึงยอมหักอีก 2 เปอร์เซนต์ เพื่ออุดหนุนส่วนของพนักงานที่โดนหัก

นั่นหมายความว่าบรรดาพนักงานจะยังคงได้รับเงินเดือนปกติ ไม่มีขาดตกบกพร่องในช่วงที่ต้องหยุดทำการอย่างนี้

ดราม่าของบาร์เซโลน่าที่กินเวลามานานนับสัปดาห์จึงจบลง

แต่ดราม่าบาร์ซ่าจบแล้ว แต่อีกหลายสโมสรเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือเคสตัวอย่างที่สำคัญเลยทีเดียว

เรอัล มาดริด ที่กระทบน้อยกว่าเยอะ เพราะไม่มีหนี้สินเลยจากการบริหารที่เคร่งครัดในเรื่องเงิน แถมยังมีติดบัญชีอีกเกือบ 40 ล้านปอนด์ ก็เริ่มขยับเช่นเดียวกัน

ไม่ใช่ส่วนของบอร์ด แต่เป็นพวกนักเตะต่างพร้อมใจกันลดสัก 10 เปอร์เซนต์ เพื่อช่วยเหลือสโมสรในอีกทางด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของทีม เสนอตัวเองก่อน โดยไม่ต้องมีการร้องขอ

ส่วน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ยินดีลดเงินค่าจ้างราว 3.6 ล้านยูโรเช่นเดียวกัน อย่างน้อยช่วยให้ยูเวนตุสเกิดสภาพคล่องบ้าง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดี

มาถึงตรงนี้ลีกใหญ่และได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งโลกมากกว่าใครอย่างพรีเมียร์ลีกจะไปทางไหนกันดี?

เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมบอร์นมัธแสดงน้ำใจก่อน เมื่อมีการยืนยันจากสโมสรเองว่าขอลดค่าจ้างไปแล้ว เพียงแค่ไม่ได้บอกตัวเลขที่ชัดเจนเท่านั้น

หลายสโมสรจึงเริ่มเรียกร้องให้นักเตะในทีมร่วมใจกันลดบ้าง

ทว่าไม่น่าง่ายอย่างที่คิดกัน

----------------------

ไม่นานมานี้ กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษหรือพีเอฟเอ ได้ออกมาคัดค้านแนวคิดลดเงินนักเตะในพรีเมียร์ลีก

ทั้งที่ค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 2 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงกว่าทุกลีกในโลกแล้ว

นั่นทำให้เกิดเสียงต่อต้านดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่มองว่านักเตะทุกคนได้หยุดอยู่บ้าน ไม่มีเกมเล่นหรือมาซ้อมตามปกติ ในสถานการณ์คับขันจำต้องช่วยเหลือประคับประคองสโมสรบ้าง

อย่าลืมว่าเกมงดมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สโมสรต้องรับภาระมากแค่ไหน เมื่อแทบไม่มีรายได้เข้ามาเลย แต่รายจ่ายยังเท่าเดิม

กระนั้นด้วยความแข็งแกร่งของสหภาพนักเตะนี้ที่มี เทย์เลอร์ ครองเก้าอี้มานานและมีอิทธิพล ทำให้บรรดาสโมสรไม่ค่อยกล้ายุ่งกับนักเตะตัวเองมากนัก หวั่นว่าจะมีผลกระทบภายในหรือแง่ของกฎหมาย

นอกจากนี้บอร์ดสโมสรยังต้องการเอาใจนักเตะ ให้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าลูกจ้างทั่วไป แต่การเงินก็มีปัญหา แล้วจะลงเอยอย่างไร

สุดท้ายหวยมาออกที่บรรดาพนักงานนั่นเอง

สเปอร์สเป็นสโมสรแรกๆที่ออกมาเทคแอ็กชั่นเรื่องนี้ จัดการหักเงินพนักงานแผนกอื่นๆ 20 เปอร์เซนต์ด้วยกัน ส่วนนักเตะไม่ได้รับผลกระทบ ยกเว้นในส่วนโบนัสที่ลงเล่น

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ แฮร์รี่ เร้ดแนนป์ อดีตผู้จัดการทีมมากๆ เพราะผูกพันทำงานที่นี่หลายปี จึงเข้าใจความรู้สึกของพนักงานทั้งหลาย ซึ่งบางคนรับใช้สโมสรด้วยความซื่อสัตย์มานานนับสิบปี

"ผมไม่อยากจะเชื่อ นี่ไม่ใช่สิ่งที่สโมสรใหญ่แบบสเปอร์สจะทำเลยนะ ทุกคนกำลังประสบปัญหา ขณะที่นักฟุตบอลที่นี่มีรายได้มากถึงปีละ 10 ถึง 12 ล้านปอนด์
 
"แล้วต้องไม่ลืมว่าสเปอร์สมีเจ้าของชื่อ โจ ลูอิส หนึ่งมหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลก แต่ลดเงินพนักงานที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนักเตะ 20 เปอร์เซนต์ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ"

เสียงของ เร้ดแนปป์ ดังก็จริง แต่เสียงของแข้งตราไก่ทั้งหลายเงียบกริบ

แทบไม่มีใครแสดงปฎิกิริยาตอบสนองเลย ทั้งที่หลายคนเพิ่งขยายสัญญาออกไป ปรับรายได้เป็นเท่าตัว

อย่างไรก็ดี เร้ดแนปป์ ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ แต่หลายฝ่ายเห็นคล้อยตาม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง อดีตนักเตะหรือแฟนบอลทั่วไป

อย่างน้อยรายได้ 20 เปอร์เซนต์ของนักเตะควรโดนหั่นทิ้ง แล้วนำเอาไปช่วยเหลือพวกพนักงานให้ได้รับเต็มๆ เพราะคนเหล่านี้ถ้าโดนหักจริง ยังไงก็ต้องส่งผลกระทบมากกว่า

เหมือนที่บอกไว้เมื่อนักเตะดังอย่าง เมสซี่ ขยับแล้ว โรนัลโด้ ก็ขานรับ มันจึงเป็นตัวอย่างและการบีบบังคับอีกด้านให้นักเตะชื่อดังทั้งหลายควรแสดงน้ำใจบ้าง

ในวันที่ผู้คนลำบากกันทั้งโลกแบบนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลย แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ใครก็ตามที่อยู่ในสถานะเหนือกว่า มีความมั่นคงมากว่า ควรจะเสียสละเพื่อให้เดินหน้าไปต่อ

รายได้ของคุณเพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่หมายถึงของพนักงานบางคนที่ต้องทำหลังขดหลังแข็งมากกว่า 2-3 ปีด้วยซ้ำ

แล้วน้ำใจและการเสียสละนี่แหล่ะ คือสิ่งที่แฟนบอลทั้งหลายอยากจะเห็นจากผู้เล่น ซึ่งพวกเขายอมเสียค่าตั๋วเพื่อมาดูเกม

หากไม่ทำตอนนี้ แล้วต้องยอมทำภายหลังเพราะจำใจ

รับรองว่าจะไม่มีใครชื่นชมเลย

ลดค่าแรง 20% จะส่งผลต่อพนักงานอย่างมาก แต่หากใครไม่อยากเสี่ยงลดรายได้ล่ะก็ ให้ Sbobet777 ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

Facebook Comment