breadcrumb symbol ข่าว

[ #บ็อบบี้ผู้เป็นที่รัก (1) ]

อัพเดตเมื่อ : April 09, 2020 10:35pm โดย : admin

ใครที่เคยดูสารคดี Bobby Robson: More Than a Manager ต้องทึ่งในชีวิตของ บ็อบบี้ ร็อบสัน อย่างแน่นอน

นี่คือผู้จัดการทีมที่เราสามารถเรียกว่าปรมาจารย์ได้อย่างไม่เคอะเขินกระดากปากเลยสักนิดเดียว

"ปู่บ็อบ" ที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่เก่งกาจมากสามารถเฉพาะนั่งเก้าอี้กุนซือเท่านั้น แต่สมัยเป็นนักเตะก็ร้อนแรงเช่นเดียวกัน

เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำ ไต่ระดับไปจนถึงทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ด้วยสไตล์ที่ฉลาดล้ำลึก มันสมองเป็นเลิศอย่างแท้จริง

กระทั่งรีไทร์มารับงานเป็นผู้จัดการทีมอิปสวิช สโมสรเล็กๆแห่งอีสต์ แองเกลียก็ยังผลักดันจนประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง

พาทีมครองแชมป์เอฟเอ คัพในฤดูกาล 1977/78 เชือดอาร์เซน่อลอย่างระทึก จากนั้นผงาดยูฟ่า คัพซีซั่น 1980/81 อีกต่างหาก

ก่อนจะลุกจากเก้าอี้พาทัพม้าขาวโขยกเข้ารองแชมป์ดิวิชั่น 1 หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน 2 สมัยติดต่อกัน

นั่นจึงเป็นใบเบิกทางนำไปสู่ตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ซึ่งกินระยะเวลายาวนานถึง 8 ปีด้วยกัน

ร็อบสันพาสิงโตคำรามทะลุเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2 สมัย 1986 และ 90 รวมทั้งยูโร 1988 ซึ่งสมัยนั้นให้โควต้าโม่แข้งกันแค่ 8 ชาติ

แม้ไม่อาจนำทีมไปถึงแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เลยทั้ง 3 ครั้ง แต่การฝ่าเข้าถึงรอบควอเตอร์ไฟนั่ลในปี 1986 โดนหัตถ์พระเจ้าของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ทำแสบ รวมทั้งพ่ายจุดโทษให้เยอรมันตะวันตกในอีก 4 ปีถัดมาอย่างน่าเสียดายในรอบรองชนะเลิศ

ย่อมทำให้ ร็อบสัน ได้รับเครดิตไม่น้อย เขาแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของสิงโตคำรามในทศวรรษ 80 ด้วยซ้ำ

สื่ออังกฤษมักจะนำ 2 ร็อบสันคือ บ็อบบี้ กับ ไบรอัน ที่เป็นกัปตันทีมกระดูกเหล็กมาเปรียบเป็นความหวังของประเทศเสมอ

อย่างไรก็ตามสองข้างทางระหว่างขี่หลังสิงโตคำราม เจออุปสรรคขวากหนามมาไม่น้อย ไม่ใช่จะได้รับดอกไม้อย่างเดียว ก้อนอิฐจำนวนมากก็ถูกเขวี้ยงใส่ด้วยเช่นกัน

ร็อบสัน เจอกับกองทัพสื่อที่พยายามขับไล่ให้พ้นจากเก้าอี้อันทรงเกียรติตัวนี้ มีการใส่ร้ายป้ายสีต่างๆนานาว่าเป็นคนทรยศ บางครั้งยัดเยียดความเป็นตัวตลก

ขนาด เอลซี่ เกรย์ ภรรยาซึ่งใจเย็นมากๆ ยังยอมรับไม่ได้ตำหนิสื่ออังกฤษว่าโหดร้ายเกินไป โดยเฉพาะการใส่ความว่า ร็อบสัน เป็นคนทรยศหักหลังแฟนบอลและสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

ส่วน มาร์ค ร็อบสัน ลูกชายก็เศร้าไม่แพ้กัน บอกว่าตอนไปเรียนที่วิทยาลัยไม่อยากเจอหน้าเพื่อนๆเลยและเบื่อที่จะต้องมาตอบคำถาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโดนสื่อชี้นำมาทั้งสิ้น

นั่นเป็นเหตุให้ก่อนเวิล์ด คัพ 1990 จะเปิดฉากโม่แข้ง ร็อบสัน ตัดสินใจแถลงข่าวแยกทางกับทีมชาติอังกฤษทันทีหลังจบทัวร์นาเมนต์และไปรับงานคุมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นตามที่ตกเป็นข่าวตามคาด

มีข้อเสนอจากสโมสรในอังกฤษมากมาย แม้กระทั่งแมนฯยูไนเต็ดที่ยื่นเข้ามาให้ แต่เขาไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อของพวกสื่ออีกต่อไปแล้ว

ร็อบสัน พิสูจน์ว่าเจ๋งขนาดไหนเมื่อพาพีเอสวีโค่นอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมผงาดแชมป์เอเรดิวิซี่ 2 สมัยติดต่อกันในช่วง 2 ปีที่ทำงานอยู่

จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศไปโปรตุเกสคุมทั้งสปอร์ติ้ง ลิสบอนและปอร์โต้ 2 ทีมชั้นนำของประเทศ

ที่สปอร์ติ้งมีปัญหาไม่น้อยตรงที่ ซูซ่า ซินตร้า ประธานสโมสรลงมาล้วงลูกจนเกิดความวุ่นวาย ร็อบสัน ไม่มีสิทธิ์ขาดเรื่องซื้อขายผู้เล่นตามที่ตกลงกันไว้ทีแรก

แล้วคนระดับนี้มีหรือที่จะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ เขางัดข้อกับบิ๊กบอสอย่างดุเดือด จนกระทั่งสถานการณ์เขม็งเกลียวสุดขีด ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อธันวาคมปี 1993 ทั้งที่ตอนนั้นสโมสรนำจ่าฝูงบนตารางลีกสูงสุดอยู่

ปอร์โต้ที่ผลงานกำลังสั่นคลอนง่อนแง่น ไม่รอช้าทาบทาม ร็อบสัน แบบเสือปืนไว อีก 1 เดือนต่อมาคือมกราคมปี 1994 ก็เริ่มงานทันที

ร็อบสัน ไม่ลังเลที่จะรับงานและน่าสนใจไปกว่าคือเขาตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งปกติเป็นล่ามและทีมสต๊าฟฟ์ทั่วไป ขึ้นเป็นผู้ช่วยอย่างเต็มตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้ อังเดร วิลลาส โบอาช หนุ่มน้อยวัย 17 ปีที่เพิ่งผ่านหลักสูตรซีไลเซนส์ของยูฟ่า เป็นหนึ่งในผู้สังเกตุการณ์

ก่อนพิสูจน์ให้เห็นฝีมือและทีมงานที่แข็งแกร่งเมื่อพาปอร์โต้เข้าชิงรายการทาซ่า เดอ ปอร์ตูกัลหรือคือเอฟเอ คัพ แล้วล้างแค้นเชือดสปอร์ติ้ง ลิสบอนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ครองแชมป์สำเร็จ

ระหว่างนั้นก็ถ่ายทอดวิชาให้กับ มูรินโญ่ อย่างเต็มที่ โดยมี โบอาช คอยติดสอยห้อยตามและเรียนรู้อยู่เสมอเช่นกัน

ฤดูกาลรุ่งขึ้น ร็อบสัน มีสรรพวุธและเวลาพร้อมเต็มที่ ก่อนจะเข็นปอร์โต้เข้าวินแชมป์ลีกสำเร็จ

ทั้งซีซั่นปอร์โต้ไร้เทียมทานมากๆ พ่ายเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 34 นัดทิ้งห่างสปอร์ติ้งรองจ่าฝูงถึง 7 คะแนน เป็นการเอาคืนแทบทบต้นทบดอกของจริง

จากนั้นยังป้องกันแชมป์ได้อีกในฤดูกาล 1995/96 คราวนี้โกยหนีเบนฟิก้าถึง 11 คะแนนด้วยกัน ประกาศศักดาความเป็นมหาอำนาจให้ปอร์โต้อย่างสมบูรณ์แบบ

นี่ยังไม่นับการพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาล 1993/94 อีกต่างหาก

ตอนนั้น ร็อบสัน มีความสุขมากๆ พิสูจน์ให้ทุกคนยอมรับความสามารถที่แท้จริงด้วย

การเลือกมารับงานยังต่างแดน ชนิดไม่กลัวอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร อาหาร วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนอังกฤษ สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกอย่างหนึ่งที่หาไม่ง่ายนัก

นั่นคือยังกระหายที่จะแสวงหาความท้าทายและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

หัวใจของเขายังคงหนุ่มแน่นเสมอ

ร็อบสัน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นับถือมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเมตตา ไม่เคยเย่อหยิ่งหรือทะนงตนเลยสักนิดเดียว

ในฤดูกาล 1981/82 เฟอร์กี้ เป็นกุนซือวัยหนุ่มคุมอเบอร์ดีน มีโอกาสได้เผชิญหน้ากับอิปสวิชของ ร็อบสัน

เกมที่มาเยือนพอร์ตแมน โร้ด ร็อบสัน ต้อนรับขับสู้ เฟอร์กี้ ดีมากๆ ให้คำแนะนำต่างๆ อีกทั้งพาเดินเที่ยวชมสนามด้วย หลังเกมยังมีดื่มเชื่อมมิตรภาพแบบไม่ถือตัวสักนิดเดียว

มูรินโญ่ เล่าให้ฟังว่าเวลาออกไปข้างนอก ร็อบสัน จะเป็นกันเองกับแฟนบอลอย่างดี ราวกับว่าเขาเป็นคนโปรตุกีสอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด

ภาษาพูดไม่ได้ก็พยายามที่จะฝึกปรือเสมอ เข้าคอร์สเรียนไม่พอ ยังมักให้ มูรินโญ่ รับบทอาจารย์เป็นประจำ

"ฉันอยากพูดได้หลายภาษาเหมือนนายจริงๆ นายเจ๋งมากทำได้ยังไงเนี่ย"

นี่คือประโยคที่ ร็อบสัน มักจะชื่นชม มูรินโญ่ อยู่เสมอ

แน่นอน มูรินโญ่ ปลาบปลื้มกับคำชมนั้น แต่สิ่งที่เขาประทับใจสุดคือคำพูดของ ร็อบสัน ที่บอกว่า

"อย่าไปกังวลเรื่องนายไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักเตะอาชีพมาก่อน มันไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดเลย"

"หากนายมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่าคนอื่นที่มีต้นทุนสองเท่า นายก็สามารถไปถึงจุดนั้นได้"

จะมีผู้จัดการทีมสักกี่คนที่เชื่อมั่นในล่ามของตัวเอง ขนาดที่ว่าไว้ใจแต่งตั้งให้เป็นมือขวา โดยไม่ฟังเสียงทัดทานใครทั้งสิ้น

ตอนได้รับข้อเสนอจากบาร์โซโลน่าในฤดูร้อน 1996 ร็อบสัน แจ้งความจำนงว่าจะหนีบเอา มูรินโญ่ ไปเป็นผู้ช่วยด้วย

ตอนแรกทาง โจน กาสปาร์ต ที่เวลานั้นเป็นรองประธานสโมสรไม่เห็นด้วย ต้องการคนท้องถิ่นมากกว่า เพื่อจะได้ช่วยเหลือหลายอย่าง รวมทั้งการคานอำนาจด้วย

อย่างไรก็ตาม ร็อบสัน ย้ำชัดเลยว่า ไม่ให้คนอื่นมาเป็นมือขวาเด็ดขาด ต้อง มูรินโญ่ เท่านั้น ถ้ามีปัญหาเรื่องค่าจ้างที่สูงเกิน ตัวเขาพร้อมหักจากรายได้ของตัวเองมาโปะให้แทน

แล้วเจ้านายลูกน้องคู่นี้ก็ร่วมหัวจมท้ายทำงานกันที่บาร์เซโลน่า ซึ่งตลอดแค่ซีซั่นเดียวเต็มไปด้วยสตอรี่หลายรสชาติไม่ว่าจะเป็นหวานซึ่งหรือขมปร่า ไหนจะดราม่าอีกเพียบ

พรุ่งนี้มาว่ากันต่ออีกตอนครับ



วันนี้ได้อ่านเรื่อง บ็อบบี้ผู้เป็นที่รัก ตอน 1 กันแล้ว พรุ่งนี้มาติดตามตอน 2 กันต่อครับ แต่หากใครใจร้อนไม่อยากรอเลือก MYSBOBET สิครับ ชื่อนี้มีความสนุกให้คุณได้เริ่มต้นทันที รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment