breadcrumb symbol ข่าว

[ #แพสชั่นไม่มีวันหมด ]

อัพเดตเมื่อ : April 19, 2020 11:40pm โดย : admin

ฤดูร้อนปี 2000 แมนฯยูไนเต็ด เจรจากับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นเพื่อขอซื้อ รุด ฟาน นิสเตลรอย

หลังต่อรองราคาและตกลงเรื่องรายละเอียดต่างๆเป็นที่เรียบร้อย ดีลนี้ก็บรรลุอย่างสวยงาม สองฝ่ายเขย่ามือกันด้วยความยินดี

ค่าตัว 18.5 ล้านปอนด์ สร้างความพอใจให้พีเอสวี ส่วนปีศาจแดงการได้ดาวซัลโวสูงสุดของเอเรดิวิซี่และแข้งยอดเยี่ยมประจำปี 2 สมัยติดต่อกันก็แฮปปี้เช่นเดียวกัน

ตอนนั้นเหลือขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจร่างกาย ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว

อย่างไรก็ตามเกิดเรื่องที่คาดไม่ถึง เมื่อจู่ๆพีเอสวีไม่ยอมให้ รุด มาตรวจร่างกายกับแพทย์ที่แมนเชสเตอร์ ซึ่งนั่นสร้างความหัวเสียให้บอร์ดปีศาจแดงอย่างมาก

ก่อนหน้านั้น รุด ไม่ได้ลงให้พีเอสวีร่วมเดือน เนื่องจากมีปัญหาที่หัวเข่า แต่ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เป็นเคสที่หนักหนาเลย พักไม่นานก็หายกลับมาล่าตาข่ายได้เหมือนเดิม

ซีซั่น 1999/2000 รุด เล่นไปเพียงแค่ 23 นัดในลีกเท่านั้น เกิดบาดเจ็บช่วงโค้งท้ายก่อน ทว่าจำนวน 29 ประตูทำให้แมนฯยูไนเต็ดอดใจไม่ไหวจริงๆ

ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดอาการระแคะระคายขึ้น น่าจะมีสิ่งผิดปกติบางอย่าง ถ้านักเตะไม่เดี้ยงหนักจริง ทำไมพีเอสวีต้องยืนกรานปฏิเสธขนาดนี้ด้วย

แม้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะอยากได้ใจจะขาด แต่ในเมื่อมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องจ่าย 18.5 ล้านปอนด์ แล้วนำนักเตะมาขึ้นเตียงพยาบาลผ่าตัดเยียวยา มันคงไม่คุ้มค่าเลยสักนิดเดียว

ดีลนี้จึงล้มครืนลงมา ท่ามกลางความงุนงงของเร้ด อาร์ที่ทั้งหลาย เพราะมีการเตรียมพร้อมต้อนรับดาวยิงคนใหม่ไว้แล้ว

ไม่กี่วันหลังจากนั้น พีเอสวียอมรับว่า รุด บาดเจ็บหนักที่เอ็นหัวเข่าจริง ต้องเข้ารับการผ่าตัดและคาดว่าน่าจะพักยาวเกือบปีเลยทีเดียว

รุด เศร้ามากๆ เพราะการย้ายไปเล่นในลีกต่างแดนคือความฝัน อีกทั้งแมนฯยูไนเต็ดคือความท้าทายครั้งใหม่ที่แสวงหามานานแล้ว

สื่อผู้ดีหลายสำนักคาดไปในทิศทางเดียวกันว่า ถ้าต้องปิดเทอมยาวอย่างนี้ คงยากแน่ๆที่ รุด จะกลับมามีสภาพร่างกายแกร่งและยิงคมกริบเหมือนเดิม

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แมนฯยูไนเต็ดคงต้องล่าถอยออกมาอย่างเต็มตัว ซึ่งนักข่าวมีการนำชื่อหัวหอกชื่อดังทั้งหลายมาหยิบเป็นประเด็นตกเป็นเป้าหมายใหม่

อย่างไรก็ตาม เฟอร์กี้ ที่ตามจีบ รุด มานานหลายเดือน ได้คุยนอกรอบกัน

"กลับไปดูแลร่างกาย เรียกความฟิตให้เร็วที่สุด แกอายุยังน้อย หากคัมแบ็กแล้วไม่มีปัญหาอะไร เราจะกลับมาเจอกันอีก" เฟอร์กี้ บอกไว้ประมาณนี้

หากเป็นแข้งอื่นคงคิดว่านี่คือประโยคปลอบใจธรรมดา ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขบวนรถไฟแมนฯยูไนเต็ดคงไม่หักหัวแล่นกลับมาอีก

สำหรับ รุด ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาเชื่อในคำพูดของ เฟอร์กี้ ก่อนจะสำทับไปว่าแน่นอนบอส แล้วเราจะได้ร่วมงานกัน

ความจริงที่หลายคนไม่รู้เลยก็คือเหตุผลหลักที่ทำให้ เฟอร์กี้ ประทับใจมากๆ นอกเหนือจากจำนวนประตูที่ยืนยันและวิดีโอที่ศึกษามาอย่างดีแล้ว

ยังมีแรงยุจาก ดาร์เรน เฟอร์กูสัน ลูกชายในไส้ ซึ่งเคยไปค้าแข้งกับสปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัมในปี 1999 ว่าต้องซื้อ รุด มาร่วมทีมให้ได้

"พ่อต้องซื้อเขาเลยนะ นี่คือกองหน้ายอดเยี่ยมสุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเห็นมา"

ได้ยินอย่างนี้ เฟอร์กี้ จึงสร้างความเชื่อมั่นและซื้อใจด้วยการลงทุนบินไปเยี่ยม รุด ถึงฮอลแลนด์ อีกทั้งเข้าไปชมเกมที่พีเอสวีโซ้ยกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมด้วย

แม้ในฤดูกาล 2000/2001 รุด จะลงในลีกเป็นแค่ 10 นัด แถมในจำนวนนั้นเป็นตัวสำรองไม่ใช่น้อยและยิงได้เพียงแค่ 2 ประตู

แต่ เฟอร์กี้ ก็เชื่อมั่นมากๆ ยอมจ่ายมากกว่าเดิมอีกจาก 18.5 ล้านปอนด์เป็น 19 ล้านปอนด์ เพิ่มมา 5 แสนปอนด์ ท่ามกลางความฉงนของใครหลายคน

กระทั่งสาวกแมนฯยูไนเต็ดยังมีทีท่ากังวลเลยว่า รุด กลับมาแล้วจะเหมือนเดิมหรือไม่ ประวัติศาสตร์ก็ฟ้องอยู่แล้ว นักเตะคนไหนบาดเจ็บหนักพักเกินครึ่งปี ยากมากที่จะฟื้นสภาพเก่าสำเร็จ

อย่างไรก็ตามมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เฟอร์กี้ คิดถูก

และยังยืนยันถึงแพสชั่นของ รุด ได้อย่างดี หากวางเป้าหมายไว้แล้วจะต้องมุ่งมั่นไปถึงให้ได้

----------------------

แม้จะถล่มประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่พฤติกรรมส่วนตัว รุด ไม่ค่อยเป็นที่คบค้านัก

เขาเคยมีปัญหากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในระหว่างฝึกซ้อม ก่อนจะเหน็บว่าให้ไปฟ้องพ่อเลย ซึ่ง "พ่อ" ในที่นี้เป็นที่รู้กันว่าหมายถึง คาร์ลอส เคยรอช ผู้ช่วยเบอร์ 1 ของ เฟอร์กี้

เคยรอช เป็นคนโปรตุกีสและคือผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญทำให้แมนฯยูไนเต็ดปิดดีล โรนัลโด้ ได้สำเร็จ

แต่ที่ โรนัลโด้ เจ็บแปลบจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่คือ เวลานั้นพ่อบังเกิดเกล้าแท้ๆ กำลังรักษาตัวด้วยโรคร้าย รุด ไม่น่ามาเล่นแรงกันอย่างนี้

แม้จะขอโทษภายหลัง ทว่าความสัมพันธ์มันร้าวเกินกว่าจะต่อกันติดแล้ว

กระนั้นถ้าเราแยกเรื่องนิสัยส่วนตัวออกมา เพื่อนนักเตะที่เคยร่วมงานกับ รุด มาก่อนต่างก็ยกย่องในแง่ความสามารถและมืออาชีพ ชนิดหาใครเปรียบได้ยาก

ต่อให้จะยังเคืองแค่ไหน โรนัลโด้ ก็ยังเคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า รุด คือ 1 ใน 5 ผู้เล่นที่ช่วยให้เขาเรียนรู้และพัฒนาฝีเท้าจนขึ้นสู่ความเป็นระดับโลก

ส่วน เวย์น รูนี่ย์ ที่บางครั้งอาจต้องเลี่ยงไปยืนพื้นที่อื่น ไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าที่ถนัด เพื่อลีกทางให้ รุด ก็ยอมรับเช่นเดียวกันว่านี่คือกองหน้ายอดเยี่ยมสุดคนหนึ่งเท่าที่ร่วมงานมาด้วย

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่มีประสบการณ์ตรงอีกคน ย้อนความหลังให้ฟังว่า รุด จะมุ่งมั่นยิงประตูในลีกให้ได้ทุกนัด เพื่อแย่งดาวซัลโวสูงสุดกับ เธียร์รี่ อองรี

ช่วงที่จำนวนไล่บี้กันอย่างเข้มข้นนั้น รุด จะลุ้นตัวโก่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เช็คผลของอาร์เซน่อลอย่างเดียว แต่ยังดูด้วยว่า อองรี มีชื่อเป็นผู้ทำสกอร์หรือเปล่าและกี่ประตู

ถ้ารู้ว่าโดนแซงจะนั่งกุมหัวเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากไม่มีผิด

ในฤดูกาล 2002/03 น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ รุด มีความสุขแทบทะลักมากที่สุด

เพราะพอรู้ผลเกมนัดที่ 36 ว่าลีดส์ ยูไนเต็ดบุกมาเชือดอาร์เซน่อล 3-2 ส่งให้แมนฯยูไนเต็ดครองแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยไม่ต้องลุ้นอีก 2 เกมที่เหลือ ปรากฏว่า รุด ซึ่งดูเกมหน้าจอทีวีที่บ้าน โดดเต้นแร้งเต้นกาด้วยความสะใจคนเดียว

หลังจากนั้นเขายังเบียดคว้าดาวยิงมาครองที่จำนวน 25 ประตู ส่วน อองรี ยิงในลีก 24 ประตู

ขนาดคนที่ยอมรับนับถือใครยากๆ อย่าง พอล สโคลส์ ยังไม่วายเอ่ยปากสดุดี รุด ว่าเป็นกองหน้าดีที่สุดแล้ว เท่าที่เคยผนึกกำลังด้วย

อย่าลืมว่า สโคลซี่ มีประสบการณ์สวมยูนิฟอร์มเดียวกับกองหน้าชั้นนำมากมายไล่ตั้งแต่ เอริก คันโตน่า , ดไวท์ ยอร์ค , เท็ดดี้ เชอริงแฮม , แอนดี้ โคล , โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หรือ เวย์น รูนี่ย์

แต่เพราะ สโคลส์ ได้ปรับตำแหน่งมายืนหน้าต่ำเวลานั้น คอยสนับสนุน รุด เต็มที่ จึงรู้ซึ้งถึงศักยภาพหัวหอกดัตช์ดีว่ามีขีดจำกัดขนาดไหน

ส่วน รอย คีน เคยเล่าไว้ในหนังสือตัวเองว่า ไม่เข้าใจตอนที่ รุด ยอมถอนตัวไม่เล่นเกมเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศกับอาร์เซน่อลในปี 2004 เพียงเพราะอาการเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

"จะบ้าเปล่าว่ะ นี่มันเกมสำคัญมากๆเลยนะเว้ย สมควรฝืนหน่อยหรือฉีดยาลงเล่น" คีน โวยออกไปแบบไม่พอใจนัก

"ฉันมีร่างกายเดียวนะอย่าลืมสิ ฉะนั้นต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด" รุด ตอบกลับมา

คีน ไม่คิดอะไรกระทั่งหลังย้ายไปอยู่กับกลาสโกว์ เซลติก ร่างกายเริ่มบาดเจ็บง่าย ไม่ฟิตเปรี๊ยะเหมือนเดิมอีกต่อไป

พอรีไทร์แล้วได้มาเจอ รุด ในวัย 39 ซึ่งยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด จึงได้เข้าใจคำพูดเมื่อวันนั้น

รุด ใส่ใจดูแลร่างกายตัวเองดีมากๆ มีวินัยเสมอไม่แปรเปลี่ยน เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และยังคงออกกำลังกายสม่ำเสมอ

และนี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าทำไม เฟอร์กี้ ถึงกล้าเสี่ยงจ่าย 19 ล้านปอนด์ แลกกับนักเตะที่บาดเจ็บไปนานถึง 9 เดือน

รุด ฟาน นิสเตลรอย อาจไม่ใช่นักเตะมหัศจรรย์ แต่แพสชั่นที่มีไม่จำเป็นต้องพึ่งความมหัศจรรย์หรือโชคชะตาเลย

แพสชั่นและความมีระเบียบวินัยคือสิ่งสำคัญทำให้นักเตะอาชีพยืนระยะได้ยืนยาว ผมก็คิดว่าเพื่อนๆอาจได้รับรางวัลมากมายที่ Sbobet777 เหมือนกันนะครับ  ลองเปิดใจเลือกใช้ดูสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

Facebook Comment