breadcrumb symbol ข่าว

[ #คนรวยที่ล้มเหลว ]

อัพเดตเมื่อ : April 21, 2020 10:41pm โดย : admin

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก พร้อมมีมาตรการหักเงินกลุ่มสต๊าฟฟ์และผู้เล่นทุกคน เพื่อช่วยพยุงสถานะการเงินให้อยู่รอดปลอดภัย

ท่ามกลางความมืดมิดตีบตัน ยังไม่รู้ว่าฟุตบอลจะกลับมาเตะเมื่อไร นั่นหมายถึงสโมสรจะต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายมากมายหลายส่วน โดยที่แทบไม่มีรายได้หลักๆเข้ามาเหมือนเคย

ดังนั้นการร่วมมือช่วยเหลือกันในยามที่เกิดวิกฤต จึงจำเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่งต้องเสียสละ

เงินทองมันเป็นของบาดใจ ไม่ใช่ว่าพูดจากัน 2-3 ประโยค แล้วจะเซย์เยสตกลงกันง่ายๆ จำต้องใช้เวลาดูรายละเอียดต่างๆให้รอบคอบ รวมทั้งประชุมปรึกษากันให้เกิดความยุติธรรมมากพอ

หลายสโมสรมีข่าวมาเยอะจริงๆ ว่านักเตะเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ยังไม่มีการยืนยันออกมาแบบชัดเจน แม้บิ๊กทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ดหรือลิเวอร์พูลต่างแสดงเจตนารมณ์เรื่องดังกล่าวก็ตาม

กระทั่งอาร์เซน่อลปาดหน้ามาก่อนใคร แถลงการณ์จากสโมสรระบุว่าผู้จัดการทีม นักเตะและสต๊าฟฟ์ของทีมชุดใหญ่จะหักเงินค่าจ้างคนละ 12.5 เปอร์เซนต์เป็นเวลา 1 ปี

"เรามีความยินดีที่จะประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลงด้วยความสมัครใจกับบรรดานักเตะในทีมชุดใหญ่, เฮดโค้ช และ สต๊าฟฟ์โค้ช ที่จะช่วยกันสนับสนุนสโมสรในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ การลดค่าจ้าง 12.5% จะมีผลบังคับใช้ทันทีในเดือนนี้ โดยที่เอกสารสำคัญต่างๆ จะเคลียร์เสร็จเรียบร้อยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

หมายความว่านับตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป แข้งปืนโตทุกคนจะถูกลดเงินตามที่แถลงไว้ ซึ่งถ้าดูจากเปลือกนอกแล้ว ต้องขอชื่นชมทีมงานทุกคน ต่างเห็นอกเห็นใจให้ความร่วมมือกันอย่างดี

มันยังสะท้อนถึงทีมสปิริตที่แข็งแกร่งด้วย ตรงข้ามกับข่าวต่างๆที่ออกมาเสมอว่า บรรยากาศในทีมอาร์เซน่อลไม่ค่อยดีเท่าไรนัก จนบีบให้แข้งหลักอย่าง ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง หรือ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ อยากจะย้ายทีม

ในกรณีนี้ถ้านักเตะคนไหนได้ค่าจ้าง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หักไป 12.5 เปอร์เซนต์ ก็จะเหลือ 87,500 ปอนด์ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะต้องนำไปหักภาษีอีกครั้ง

ถามว่าส่งผลกระทบหรือเปล่า? แน่นอนไม่ว่าอย่างไรก็ต้องส่งผลต่อนักเตะปืนโตทุกคน มากน้อยลดหลั่นกันไปตามภาระหรือเงื่อนไขของแต่ละครอบครัว

ลองยกตัวอย่างถ้าคุณมีรายได้ประจำเดือนละ 20,000 บาท แล้วจู่ๆหายไป 2,500 บาท ก็ต้องเกิดปัญหาแน่ เงินจำนวนนั้นอาจเคยใช้จ่ายในส่วนอื่น เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ แล้วไม่มีอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามเคสของนักเตะอาชีพมันแตกต่างตรงที่ พวกนี้มีรายได้มหาศาลอยู่แล้ว แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติเลย หากรู้จักใช้จ่ายตามความเหมาะสม ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร

จึงไม่น่าแปลกที่ผู้เล่นชั้นนำบางคน จะออกมาเทคแอ็กชั่นพร้อมจะหักเงินของตัวเอง ซึ่งอาจมากถึง 30 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ

สิ่งที่เราต้องไม่ลืมคือเงินหลักๆที่ไหลเข้าบัญชีแข้งเหล่านี้ ไม่ได้มาจากค่าจ้างอย่างเดียวเท่านั้น มีจิปาถะมากมายจากสปอนเซอร์ต่างๆ บางคนมีหลายเจ้าที่สนับสนุน

ไหนจะรับจากการโฆษณาผ่านโซเชี่ยลแพลทฟอร์มต่างๆอีกมากมาย ถ้าเป็นนักเตะดังมีชื่อเสียงมีคนฟอลโลว์หรือติดตามนับล้าน เงินที่ได้รับก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

นี่ยังไม่นับรายได้จากเงินโบนัสอีก บางคนกำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญาเลยว่า ถ้าลงเล่นครบจำนวนที่ตกลงไว้ จะฟันอีกก้อนใหญ่ด้วย

เพราะอย่างนี้นักเตะอาชีพที่เล่นใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ส่วนมากไม่ค่อยได้รับผลกระทบอะไรหรอก

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเงินทองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ไม่เข้าใครออกใคร ใช่ว่าทุกคนจะยินยอมพร้อมใจยอมรับการหักค่าจ้าง

แล้วถ้าคุณไม่ได้ผูกพันกับสโมสรหรือมีแพลนที่จะย้ายในซัมเมอร์นี้ ย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่าทำไมต้องมาลดเงินตัวเอง

อาร์เซน่อลก็หนีปัญหาดังกล่าวไม่พ้นเช่นเดียวกัน ต่อให้แถลงก่อนใครก็ตาม

--------------------------

เดลี่ เมลสื่ออังกฤษอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า มีนักเตะชุดใหญ่ของอาร์เซน่อล 3 คนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้

ทั้งหมดคิดไปในทิศทางเดียวกันว่า สโมสรควรจะหักชั่วคราวมากกว่า แล้วค่อยไปใช้คืนภายหลังอย่างนี้น่าจะแฟร์ที่สุด

เช่นคุณรับอยู่ที่สัปดาห์ละ 20,000 ปอนด์โดนหักไป 10,000 ฉะนั้นเดือนหน้าจะต้องได้รับวีกละ 30,000 เพราะจ่ายย้อนหลังให้ที่หักไปด้วย

จริงๆหากจะมีนักเตะสักคนคิดอย่างนี้ คงไม่ได้แปลกอะไรนักหรอก เขาอาจเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ สโมสรก็จะมีรายได้เท่าเดิม

กระนั้นเราไม่มีทางรู้เลยว่าฟุตบอลจะกลับมาเตะเมื่อไร แต่ที่แน่ๆ ต่อให้คัมแบ็ก ทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เกมที่ยังเหลือค้างอยู่อาจห้ามแฟนบอลเข้ามาชมในสนาม หมายความว่ารายได้จากค่าตั๋วและสินค้าที่ระลึก ซึ่งเคยได้รับเป็นกอบเป็นกำในยามที่เฝ้าเป็นทีมเหย้าจะหายวับไปเลย

หรือในเคสที่ดีสุดจริงๆ สามารถกดปุ่มไฟเขียวให้แฟนบอลมาเชียร์กันได้ แต่จะมีสักกี่คนกันที่จะกล้าเสี่ยง หากไวรัสยังสามารถติดต่อกันได้และไม่มีวัคซีนป้องกัน

แทบมองไม่เห็นเลยว่าฟุตบอลจะคืนสู่สภาพเดิมในเร็ววันนี้ ฉะนั้นการเสียสละร่วมกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือคือทางออกดีสุดที่จะฝ่าอุปสรรคไปให้ได้

แต่นักเตะ 3 คนที่ไม่เห็นด้วย หนึ่งในนั้นมีชื่อของ เมซุต โอซิล รวมอยู่

เป็นคนอื่นอาจพอรับไหวในความรู้สึกของแฟนบอล พอรู้ว่าเป็น โอซิล เท่านั้น ต่อให้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน สาวกปืนโตต่างก็แสดงความเกรี้ยวกราดกันมาก

กระแสในโซเชี่ยลนับว่าร้อนแรงไม่น้อย เพราะรู้กันอยู่ว่า โอซิล คือนักเตะที่รับค่าจ้างสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร

ตั้งแต่ก่อตั้งทีมมาไม่เคยมีแข้งคนไหนได้มากถึง 18.2 ล้านปอนด์ต่อปีหรือตก 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลย

นี่ยังเป็นตัวเลขที่สุงสุดในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน (ไม่นับ อเล็กซิส ซานเชซ ที่แมนฯยูไนเต็ดปล่อยให้อินเตอร์ มิลานยืมตัว) ในเรตเท่า ดาบิด เด เคอา และ เควิน เดอ บรอยน์

ความคลางแคลงใจย่อมเกิดขึ้นกับใครหลายคน ต่อให้โดนหัก 12.5 เปอร์เซนต์ โอซิล ก็ยังรับที่ 306,250 ปอนด์ต่อวีก แค่นี้ไม่พออีกหรือ?

ปมยังอยู่ตรงที่ โอซิล แทบไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทเลย ทุกคนไม่ได้สงสัยเรื่องฝีเท้า แต่ข้องใจเรื่องของแพสชั่น

พูดง่ายๆคือเล่นไม่คุ้มค่าจ้างเลยสักนิดเดียว ทั้งที่นี่คือนักเตะที่สโมสรต้องกัดลิ้นกลืนเลือดนำเงินมหาศาลมาประเคนให้

บางครั้งอาจโชว์ให้เห็นความกระหายหรือพลังฮึดอยู่บ้าง แต่ขาดมาตรฐานต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นทั้ง อูไน เอเมรี่ หรือ มิเกล อาร์เตต้า คงยึดเป็นแกนหลักไปแล้ว

8 ปีก่อนอาร์เซน่อลยังมีนโยบายตั้งเพดานค่าจ้างนักเตะไว้อยู่เลย คนที่ได้มากสุดคือ ลูคัส โพดอลสกี้ 90,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จากนั้นเพดานก็ถล่มลงมา เพราะอั้นไม่ไหวจริงๆ ไม่อย่างนั้นเสียแข้งหลักหมดเรียบ อีกทั้งคงไม่มีนักเตะใหม่ๆอยากย้ายมา

เดิม โอซิล จะหมดสัญญาในฤดูร้อนปี 2018 อาร์เซน่อลมีทีท่าจะยอมเสียฟรีแล้ว แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจขยายออกไปถึงซัมเมอร์ 2021 พร้อมปรับค่าเหนื่อยก้อนโตดังกล่าว

อย่างที่บอกแม้จะไม่มีการยืนยันชัดเจนว่า โอซิล คือ 1 ใน 3 นักเตะไม่พอใจกับมาตรการนี้ แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งๆ ทำให้หลายคนเชื่อ อีกทั้งยังฉุดให้ภาพลักษณ์มัวหมองมากขึ้นอีก

ยังมีการนับไปเปรียบเทียบกับ แม็ตตี้ ลองสต๊าฟฟ์ ดาวรุ่งวัย 20 ปีของนิวคาสเซิ่ล ที่เคยประกาศว่ายอมหักเงิน 30 เปอร์เซนต์เพื่อจุนเจือสโมสร

ทั้งที่เขามีรายได้เพียงแค่ 850 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยซ้ำ ต่างกันกว่า 400 เท่า แต่เรื่องของน้ำใจกับไพศาลยิ่งใหญ่

อีกครั้งที่ โอซิล กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาทุกคู่และภาพอย่างนี้คงติดอีกนาน

เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แต่หากใครไม่อยากมีปัญหากับเงินในกระเป๋าละก็ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment