breadcrumb symbol ข่าว

[ #เมื่อเจอร์ราร์ดเกือบเป็นคนทรยศ (จบ) ]

อัพเดตเมื่อ : April 28, 2020 1:21am โดย : admin

หลังรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่แสดงออกมาว่าเหมือนต้องการจะขายเขาพ้นๆทีมเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่

มันส่งผลให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เสียความรู้สึกมากๆ เขาอาจจะนับถือบอสคนนี้ แต่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าลึกข้างในคิดอะไรอยู่กันแน่

พอความสัมพันธ์กับผู้จัดการทีมตึงเครียดขึ้น บวกกับสถานการณ์หลายอย่างจึงกระตุ้นให้ เจอร์ราร์ด คิดว่าการย้ายทีมน่าจะเป็นทางออกที่ดีสุดแล้ว

3 ครั้งที่ได้คุยกับ ริค แพร์รี่ ผู้บริหารของสโมสร แต่กลับเหมือนพายเรือวนในอ่างน้ำ ไม่มีความคืบหน้าชัดเจนอะไรเลย นอกเหนือจากคำชื่นชมเยินยอต่างๆ

"คุณคือนักเตะที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งที่เราเคยมีมานะ คุณเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสโมสร คุณเป็นที่รักของแฟนๆ"

สารพัดคำสรรเสริญมากมายที่พรั่งพรูออกมา มันน่าปลาบปลื้มไม่น้อย แต่หากคำพูดขัดแย้งกับการกระทำ สู้ไม่ต้องหยอดวาจาหวานๆใส่เลยจะดีกว่า ยังเจ็บปวดน้อยลง

นอกจากนี้ ราฟา เองยังเรียกนักเตะ 3-4 คนคุยเรื่องอนาคตหลังจบปาฏิหาริย์ที่อิสตันบูล การเจรจาราบรื่นดี ดีทมาร์ ฮามันน์ ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าจะเปิดหมวกอำลา กลับได้สัญญาเพิ่มอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้อิจฉา ดิดี้ เลยสักนิดเดียว กลับรู้สึกยินดีนักเตะที่ทุ่มเททุกอย่างให้สโมสร ได้รับรางวัลตอบแทนคุ้มค่า

แต่พอมานึกถึงตัวเองบ้าง ได้แต่น้อยใจ เพราะดูเหมือนว่าบอร์ดบริหารต้องการจะผลักเขาออกมา เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่หรือไม่ ราฟา ก็มีแผนนำเงินที่ขายได้ไปซื้อผู้เล่นที่ต้องการมาแทน

อาการเย็นชาของ ราฟา และความไม่ชัดเจนของ แพร์รี่ ส่งให้สมองของ เจอร์ราร์ด สับสนอลหม่าน ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน

27 มิถุนายน 2005 สตรูแอน มาร์แชล เอเยนต์ของ เจอร์ราร์ด เป็นตัวแทนเจรจากับบอร์ดบริหารหงส์แดง

เจอร์ราร์ด ภาวนาว่าสัญญาฉบับนี้จะมีการปรับปรุงที่น่าพอใจ จึงเงี่ยหูรอคอยฟังข่าวจาก สตรูแอน ด้วยความตื่นเต้น

"ไม่มีสัญญาวางอยู่บนโต๊ะ ทางนั้นต้องการให้เราบอกความต้องการมาก่อน"

คำตอบของ สตรูแอน ทำเอา เจอร์ราร์ด แทบจะหลุดสบถหยาบคายออกมาเลยทีเดียว

เคสอย่างนี้ต้องเป็นสโมสรไม่ใช่หรือที่ควรแอ็กทีฟก่อน พวกเขาอยากจะต่อรองเรื่องอะไรกันแน่?

วันรุ่งขึ้น ราฟา เรียก เจอร์ราร์ด ไปพบเป็นการส่วนตัว เขาเริ่มต้นด้วยการทักทายแบบไม่ซีเรียสอะไรนัก

จากนั้นยื่นกระดาษ A4 เปล่าๆมาให้ พร้อมพูดว่า "เขียนสิ่งที่นายต้องการลงในนี้ได้เลย"

"ไม่ครับบอส" เจอร์ราร์ด ปฏิเสธชนิดไม่ต้องใช้เวลาคิดเลยสักนิดเดียว

"อ้าว ทำไมล่ะ?" ราฟา แสร้งเหมือนไม่เข้าใจ เพราะอุตส่าห์เปิดอกให้ลูกทีมบอกถึงความต้องการในสัญญาใหม่แล้ว

"ผมมีเอเยนต์และเขาจะเป็นคนพูดแทนทั้งหมด" เจอร์ราร์ด โต้กลับไป

"ฉันไม่ชอบเอเยนต์เลย บอกตามตรง" เจ้านายพยายามจะโน้มน้าว

ถึงตรงนี้ เจอร์ราร์ด เริ่มหงุดหงิด มันเหมือนเล่มเกมกันอยู่ ลิเวอร์พูลไม่ต้องการเปิดหน้าไพ่ตัวเอง ซึ่งหากเขาเขียนสิ่งที่อยากได้ลงไปจริงๆ นั่นอาจทำให้เพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบขึ้นมาได้ทันที

"บอสเองก็มีเอเยนต์ไม่ใช่หรือครับ แล้วอีกอย่างผมเองต้องการโฟกัสแค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น นอกจากนี้เอเยนต์ก็รู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว"

"ผมไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาคุยกับผู้จัดการทีมด้วยเรื่องแบบนี้ มันเหมือนคุณกำลังบีบผมไม่ให้มีทางเลี่ยงเลยนะ"

เมื่อเห็นลูกทีมเริ่มสีหน้าจริงจังขึงขังมากกว่าเดิม ราฟา จึงเว้นระยะเพื่อให้ความเงียบเข้ามาปกคลุม ลดบรรยากาศที่เริ่มจะระอุบ้าง

"ถ้าอย่างนั้นไว้เราค่อยคอยดูกัน" เจ้านายทิ้งท้าย เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าการสนทนานี้สิ้นสุดลงแล้ว

ไม่นานหนังสือพิมพ์ก็หยิบเรื่องนี้มาละเลงกันอย่างสนุก ซึ่งส่วนใหญ่อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน

ตัวเลขค่าเหนื่อยที่นำเสนอนั้นกลายเป็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเลือกเชลซีหรือเรอัล มาดริด จะรับไม่ต่ำกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

แน่นอนเดอะ ค็อปพุ่งเป้ามาที่ เจอร์ราร์ด เงินทองมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอยู่แล้ว เขาจึงกลายเป็นเหยื่ออย่างช่วยไม่ได้ เพราะทุกครั้งผู้บริหารจะบอกเหมือนเดิมว่าเราไม่ต้องการขาย

วันหนึ่ง เจอร์ราร์ด เจอกับ ราฟา ที่เมลวู้ดก่อนลงฝึกซ้อม ถึงกับระเบิดโทสะใส่ว่า "บอสช่วยหยุดเรื่องเฮงซวยแบบนี้ได้แล้ว ผมขอร้องล่ะ!"

"ได้โปรดไปบอก ริค แพร์รี่ ให้โทรหา สตรูแอน ทีเถอะ ให้สองคนคุยกันเอง เรื่องนี้มันน่าจะจบลงไม่ยากเลย"

"ถ้ายังมัวเตะถ่วงให้ยืดเยื้ออย่างนี้อีก ผมก็อาจจะต้องย้าย" เจอร์ราร์ด เสียงแข็งด้วยประโยคนี้ ก่อนเดินจากมา

ไม่นานนัก สตรูแอน ต่อสายหา แพร์รี่ บอกเพียงสั้นๆว่า เจอร์ราร์ด อยากย้ายทีม

พอเจอไม้แข็งอย่างนี้เข้า แพร์รี่ ถึงกับลนลาน ตอบกลับมาขอเวลาอีก 2 วันพร้อมจะเคลียร์เรื่องนี้ให้เรียบร้อย

เจอร์ราร์ด เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิตคงเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

-----------------

ความโกลาหลที่หาข้อสรุปไม่ได้นี้ ถึงขั้นต้องให้ เดวิด มัวร์ส ประธานบริหารเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกคนเป็นการด่วน

ทั้ง แพร์รี่ , ราฟา , สตรูแอน และ เจอร์ราร์ด ต่างนั่งอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า สถานการณ์ค่อยผ่อนลงมาบ้าง รู้สึกสโมสรให้ความสำคัญ แต่หารู้ไม่ว่าคลื่นลมที่กำลังสงบแบบนี้ จะเกิดมรสุมถล่มบ้าคลั่งในไม่ช้า

5 กรกฏาคม 2005 เป็นวันที่ เจอร์ราร์ด ยอมรับว่าหนักหน่วงสุดในชีวิตแล้ว คำร้องขอย้ายทีมของเขาหลุดไปถึงหูพวกนักข่าว ก่อนจะพาดหัวใหญ่ทุกฉบับ

เจอร์ราร์ด รู้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของ แพร์รี่ แน่นอน เพราะคนเงียบๆเก็บความลับเก่งอย่าง ราฟา คงไม่พูดออกไปเพื่อให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในง่ายๆหรอก

ตอนนั้นสติเขาแทบแตกแล้ว รีบกดรีโมตเปิดทีวีดูข่าวทันที สถานการณ์ย่ำแย่เรื่อยๆ สื่อยืนยันว่าลิเวอร์พูลจะขายให้เชลซีด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์พร้อมค่าเหนื่อย 120,000 ปอนด์ต่อวีก

ภาพหน้าจอตัดไปที่หน้าแอนฟิลด์ แฟนบอลบางส่วนมาที่นั่นและจัดการเผาเสื้อของ เจอร์ราร์ด อย่างไม่แยแส อีกทั้งตะโกนด่าอย่างหยาบคาย

บรรดากูรูทั้งหลายกำลังวิเคราะห์ถึงอนาคตเขาอย่างเข้มข้น ราวกับว่าการย้ายทีมเกิดขึ้นเรียบร้อย

น้ำตาของ เจอร์ราร์ด ค่อยๆไหลอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ได้อยากย้ายเลย แต่เหมือนเจอบีบคั้นอย่างหนัก จนต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ จากนี้ไปจะอยู่อย่างไร

พ่อปรี่มาหาที่บ้านพัก เช่นเดียวกับ สตรูแอน ที่รีบผลักประตูมาหาอย่างร้อนรน ทุกคนได้แต่ปลอบขวัญให้กำลังใจ เจอร์ราร์ด

เขาเล่าความรู้สึกตอนนั้นว่า เหมือนอยู่หน้าหุบเหว แค่ก้าวผิดนิดเดียวทุกอย่างอาจพังครืนลงมา มันเคว้งคว้างเหมือนไร้หลักมากๆ

กระทั่งคำพูดของพ่อฉุดรั้งเอาไว้ "ถ้าลูกอยากอยู่ต่อ ก็ควรทำตามความรู้สึกนะ"

เท่านั้นเอง เจอร์ราร์ด หันไปหา สตรูแอน ถามบางอย่างขึ้น "ใบสัญญายังอยู่หรือเปล่า?"

เมื่อทางเอเยนต์พยักหน้าเป็นการเซย์เยส เขาพูดต่อว่า "ตกลงผมจะเซ็นมัน"

เจอร์ราร์ด รู้ดีว่าความต้องการของเขาคืออะไรและไม่อาจปฏิเสธได้เลย

เท่าที่ผ่านมาเขารู้สึกผิดหวังกับปฏิกิริยาของสโมสรและผู้จัดการทีมที่มัวแต่คิดเรื่องการต่อรองค่าจ้างแค่ไม่เท่าไร แถมยังเอาความรู้สึกของกองเชียร์มาเป็นเดิมพัน ใครพลาดจะโดนด่ายับแน่นอน

ในทางกลับกัน เจอร์ราร์ด เองก็ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ เขาต้องการที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

เมื่อต่างฝ่ายต่างเล่นเกมอย่างเต็มที่ เรื่องจึงเลยเถิดออกไป จนทำท่าจะลุกลามเกินกว่าจะกลับมาได้เหมือนเดิม

หากเขาผลุนผลันปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์อีก น่าจะได้ย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัวเป็นสถิติเวลานั้น

ทว่ามันต้องแลกกับความเป็นคนทรยศและน่ารังเกียจในสายตาเดอะ ค็อป

เขาอาจเป็นนักเตะที่มีความสามารถ ถูกยอมรับในแง่นี้ก็จริง แต่จะไม่ได้เป็นตำนานในความรู้สึกของแฟนบอลแน่นอน

----------------------------------------------------------

ติดตามอ่าน "เมื่อเจอร์ราร์ดเกือบเป็นคนทรยศ ตอนที่ 1" ได้ที่นี่ครับ..
www.cheerball.com/news/talk/76051

ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

Facebook Comment