breadcrumb symbol ข่าว

[ บอสนิช : #ประตูผีที่บ้าคลั่ง (1) ]

อัพเดตเมื่อ : May 05, 2020 2:55am โดย : admin

ต้นปี 1999 ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แจ้งความจำนงกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าจะย้ายจากแมนฯยูไนเต็ดในฤดูร้อนที่กำลังมาถึง

แน่นอนว่ามีเสียงคัดค้านจากเจ้านาย เพื่อนร่วมทีมหลายคนก็ทัดทาน แต่คนอย่าง ชไมเคิ่ล ลองถ้าตัดสินใจแล้วจะเด็ดเดี่ยว ไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน

หลังเกมประวัติศาสตร์ที่คัมป์ นูมีส่วนนำปีศาจแดงครองทริปเปิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ แกรี่ เนวิลล์ ยังถามย้ำอีกครั้งว่าจะไปจริงๆหรือ ด้วยหวังเล็กๆว่าความสำเร็จครั้งนี้จะช่วยเหนี่ยวรั้งเพื่อนไว้ได้

แต่คำตอบยังเหมือนเดิม

ทันทีที่แน่ใจแล้วว่า ไม่อาจเปลี่ยนใจ ชไมเคิ่ล ปฏิบัติการตามหาทายาทก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฟอร์กี้ เป็นคนเฟ้นเองเลย เพราะถือว่าผู้รักษาประตูคือตำแหน่งสำคัญมากๆ ต้องได้แบบใกล้เคียงสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย

มีการติดต่อไปยังอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อขอซื้อ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ช้าไปหน่อย เพราะยูเวนตุสปิดดีลล่วงหน้าเรียบร้อย อีกทั้งนักเตะอยากย้ายไปเซเรีย อาด้วย

ส่วนกลุ่มผู้รักษาประตูอิตาลีที่ช่วงนั้นมีมือดีมากมาย แทบไม่มีใครสนใจอยากมาพรีเมียร์ลีกเลย ลึกๆต่างมั่นใจว่าลีกบ้านตัวเองเหนือกว่าและไม่ต้องการปรับตัว

สุดท้าย เฟอร์กี้ เลยต้องหันหา มาร์ค บอสนิช ซึ่งเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้ว

นี่คือนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์การคุมแมนฯยูไนเต็ดตลอด 27 ปีทีดึงกลับมาอีกครั้ง

ขณะที่ มาร์ค ฮิวจ์ส ย้ายไปบาร์เซโลน่าในซัมเมอร์ปี 1986 ก่อนที่อีก 4 เดือนถัดมา เฟอร์กี้ เป็นผู้จัดการทีมและเคส ปอล ป็อกบา ย้ายกลับมาอีกที ไม่ได้อยู่คุมแล้ว

บอสนิช ย้ายมาเที่ยวแรกเมื่อปี 1989 ตอนอายุ 17 ปี ไม่ค่อยได้รับโอกาส ตลอดสองซีซั่นได้ลงเล่นแค่ 3 นัดเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เลยย้ายไปแอสตัน วิลล่าในเวลาต่อมา

กระทั่งแจ้งเกิดกับสิงห์ผยอง มีส่วนอย่างมากพาทีมครองแชมป์ลีกคัพ 2 สมัยหนึ่งในนั้นคือชนะแมนฯยูไนเต็ด รวมทั้งได้นักเตะยอดเยี่ยมของโอเชียเนียและผู้รักษาประตูแห่งทศวรรษ

ผลงานชัดเจนอย่างนี้เอง ทำให้ เฟอร์กี้ กระชากกลับมา นอกจากพอจะคุ้นเคยกับแมนฯยูไนเต็ดบ้างแล้ว ยังไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก เฝ้าเสาในอังกฤษใช้ชีวิตที่ประเทศนี้นานหลายปี

นอกจากนี้ยังไม่ต้องควักจ่ายค่าตัวสักเพนนีเดียว ได้มาแบบฟรีๆ ดูแนวโน้มน่าจะคุ้มค่า

เฟอร์กี้ หรือสาวกปีศาจแดงอาจไม่ได้ตั้งความหวัง บอสนิช ไว้สูงลิบเทียบเท่ากับ ชไมเคิ่ล แค่ประคับประคองเอาตัวรอด ไม่พลาดง่ายเกินไปเป็น

ขนาดไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ยังต้องผิดหวังไปตามๆกัน

เพราะ บอสนิช เปลี่ยนไปจากตอนเล่นให้วิลล่ามาก สร้างความแปลกใจให้ เฟอร์กี้ เหลือเกิน โดยเฉพาะปัญหาความหย่อนยานเรื่องวินัย

มักจะมาสายไม่พอ ยังซ้อมเหยาะแหยะขาดความกระตือรือร้น แถมไม่ควบคุมน้ำหนักตัวเอง กินทุกอย่างที่ขวางหน้า สวาปามพวกเบอร์เกอร์หรือพิซซ่าจนเกินมาตรฐาน

ทีนี้พอน้ำหนักพุ่ง ส่งผลต่อสภาพความฟิตอย่างไม่มีทางเลี่ยง จากนั้นอาการบาดเจ็บก็ตามมาติดๆ

บอสนิช มักจะคิดว่าการเป็นผู้รักษาประตู ไม่จำเป็นต้องมีความฟิตหรือร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนพวกผู้เล่นตำแหน่งอื่น นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก

เรื่องนี้ทำเอา เฟอร์กี้ หัวเสียกับความไม่เป็นมืออาชีพ  รวมทั้งรู้สึกว่าผิดพลาดที่ไปดึงตัวกลับมา โดยที่ไม่ศึกษาพื้นภูมิของนักเตะให้ดีกว่านี้ก่อน

ฤดูกาลแรก บอสนิช ลงเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีก 23 นัด รวมทุกรายการ 35 นัด ยังมีส่วนร่วมกับแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมทั้งอินเตอร์คอนติเนนทัล คัพหรือสโมสรโลกด้วย

แต่ต้องยอมรับว่าเวลานั้นขุมกำลังแมนฯยูไนเต็ดแกร่งสุดขีด บอสนิช จึงไม่ต้องออกแรงสักเท่าไร

นอกจากนี้ ไรมอนด์ ฟาน เดอร์ ฮาว กับ มัสซิโม ตาอิบี้ ที่เป็น 2 นายด่านแคนดิเดตก็ผลงานไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะรายหลังที่ต้องบอกว่าถึงขั้นห่วยบรม

เฟอร์กี้ จึงพอจะมองออกว่านี่คือจุดอ่อนของทีม หากปล่อยทิ้งไว้ต่อไป อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังยากต่อการแก้ไข

ฤดูร้อนปี 2000 เลยยอมจ่าย 7.38 ล้านปอนด์ฉุด ฟาเบียน บาร์กเตซ มาจากโมนาโก ส่งผลให้ บอสนิช หลุดจากมือ 1 โดยปริยาย

แล้วจากพฤติกรรมอันเหลวแหลก เขาไม่ใช่เป็นแค่มือ 2 เท่านั้น แต่กระเด็นไปตัวเลือกอันดับ 3 เรียกว่าแทบจะปิดโอกาสลงเล่นกันเลย

ส่วนสถานะในทีมชาติออสเตรเลียก็สั่นคลอนด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อโดน มาร์ค ชาร์ชเซอร์ เบียดมายึดตำแหน่งตัวจริงแทน

ช่วงดังกล่าว มาร์ติน โอนีล ที่เพิ่งรับงานผู้จัดการทีมกลาสโกว์ เซลติก ทาบทามมาเพื่อขอยืมตัว ทีแรกดีลนี้น่าจะลุล่วงด้วยดี แต่สุดท้าย บอสนิช เปลี่ยนใจไม่ยอมไป ประกาศว่าจะอยู่แย่งมือ 1 อีก ท่ามกลางความแปลกใจของหลายคน

ทว่าเขารู้ความจริงดีว่า หากย้ายไปที่สก๊อตแลนด์ สถานการณ์ก็คงไม่ดีขึ้นไปจากเดิม

เขาไม่มีแพสชั่นหรือความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นผู้รักษาประตูชั้นนำอีกครั้ง มรสุมหลายอย่าง รวมทั้งทัศนคติที่ผิด ค่อยๆกลืนกินตัวตน

ลองมาฟังเรื่องราวบางส่วนของเขาที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน

บอสนิช แต่งงานครั้งแรกในปี 1992 กับผู้หญิงชาวอังกฤษที่ชื่อ ลิซ่า ฮอลล์ โดยงานจัดขึ้นที่ซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลียบ้านเกิดของฝ่ายชาย

ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบว่าที่แต่งเพราะต้องการกลับไปยังอังกฤษอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ บอสนิช เคยมีปัญหาเรื่องวีซ่าทำงาน

หลังแต่งได้สองปีโฮมออฟฟิศก็ยืนยันว่าการแต่งงานของ บอสนิช ปกติไม่มีอะไรแอบแฝง จึงไฟเขียวให้ทำงานอยู่ในเกรตบริเทนได้ พร้อมถือพาสปอร์ตยูเคด้วย

แต่เหลือเชื่อว่าแค่ 3 เดือนที่ได้สถานะใหม่ เตียงของบอสนิชหักลงดื้อๆ พร้อมให้เหตุผลว่า จริงๆยังรักกันดี แต่ชีวิตคู่มันไม่เวิร์คนัก เห็นเลยควรแยกจากกัน

แค่นี้ก็ได้กลิ่นผิดปกติแล้ว ไม่มีใครเชื่อคำพูดเขานักหรอก ทว่า บอสนิช ไม่จำเป็นต้องแคร์

จากนั้นเขาเข้าพิธีวิวาห์ครั้งสองกับ ซาราห์ จาร์เร็ตต์ ในปี 1999 ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล บอสนิช หวิดจะมีเรื่องกับพวกช่างภาพที่แอบลักลอบมาถ่ายภาพ จนต้องขึ้นโรงพักตอนตีห้าคืนนั้น งานเกือบจะล่มเอา

14 เดือนต่อมา จาร์เร็ตต์ ตั้งท้องแต่ครรภ์เป็นพิษ เด็กเสียชีวิตข้างในตอน 3 เดือนเท่านั้น มันทำให้ บอสนิช เครียดมากและนำไปสู่การใช้โคเคนเพื่อบำบัดในเวลาต่อ

ตอนอยู่เชลซีอาการติดโคเคนของ บอสนิช หนักหน่วงมากๆ นอกจากนี้การแอบไปคบกับ โซฟี อันเดอร์สัน ซูเปอร์โมเดลหุ่นเซ็กซี่ ยิ่งฉุดให้ชีวิตทรุดหนักลงอีก

มีอยู่คืนหนึ่งเขาแอบใช้โคเคน แล้วหลอนจัดเกือบใช้ปืนยิงพ่อตัวเอง เพราะคิดว่าเป็นหัวขโมยแอบย่องเข้ามาในบ้าน

ยังดีที่ว่าโสตประสาทรับรู้ได้ถึงเสียงที่ตะโกนกลับมาว่าเป็นพ่อตัวเอง นิ้วมือเลยยังไม่ได้เหนี่ยวไก ไม่อย่างนั้นเกิดโศกนาฎกรรมและข่าวใหญ่ในวันรุ่งขึ้น

ความระห่ำดีเดือดยังไม่หมดแค่นี้ ตอนเล่นให้แอสตัน วิลล่า บอสนิช ยังทำสัญลักษณ์นาซีใส่แฟนบอลสเปอร์สที่ไวท ฮาร์ท เลนอีกต่างหาก

ลำพังแสดงออกอย่างนี้ก็น่ารังเกียจมากๆแล้ว สะท้อนถึงจิตใจอันหยาบกร้าน มองเห็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างโหดเหี้ยมคือสิ่งที่ดีงามถูกต้อง

แต่นี่ยังไปโชว์ต่อหน้ายิด อาร์มี่ กลุ่มกองเชียร์สเปอร์สที่ส่วนมากสืบเชื้อสายมาจากยิว ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดได้อย่างไร

แม้ภายหลังจะเอ่ยปากขอโทษๆไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นก็เถอะ มันสายเกินไปแล้ว โดยที่ไม่รู้ด้วยว่าเขาสำนึกจริงแค่ไหน ใครจะแน่ใจได้

ยังดีหลังจากแขวนถุงมือแล้ว บอสนิช กลับตัวทัน ก่อนที่จะสูญเสียทุกอย่างจนไม่เหลืออะไรเลย

ส่วน เฟอร์กี้ ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมมา บอสนิช คือหนึ่งในนักเตะที่มีทัศนคติเลวร้ายคนหนึ่งเลยทีเดียว

พรุ่งนี้ยังมีอีกหนึ่งอดีตผู้รักษาประตูแมนฯยูไนเต็ด ที่ชีวิตดิ่งเหวแทบไม่แตกต่างกันนำมาเสนอครับ

วันนี้ได้อ่านเรื่อง ประตูผีที่บ้าคลั่ง ตอน 1 กันแล้ว พรุ่งนี้มาติดตามตอน 2 กันต่อครับ แต่หากใครใจร้อนไม่อยากรอเลือก Sbobet777 สิครับ ชื่อนี้มีความสนุกให้คุณได้เริ่มต้นทันที รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment