breadcrumb symbol ข่าว

[ #ยี่ห้อเยอรมันไว้ใจได้ ? ]

อัพเดตเมื่อ : May 16, 2020 11:29pm โดย : admin

การกลับมาเตะอีกครั้งของบุนเดสลีกา นับว่าควรจับตาและน่าสนใจมากที่สุด
นี่คือ 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่กล้ารีสตาร์ต ในขณะที่ฝรั่งเศสประกาศตัดจบ ยกแชมป์ลีกเอิงให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปอีกสมัยอย่างกร่อยๆ เช่นเดียวกับฮอลแลนด์และเบลเยียม ซึ่งมีขนาดและมูลค่าอยู่ในเกรดบี
เดิมพันของเดเอฟแอลหรือฟุตบอลลีกเยอรมันถือว่าสูงมากๆ เพราะหากผลพวงที่ตามมากลายเป็นว่าช่วยให้โควิด-19 แพร่กระจายลุกลามหนักกว่าเก่า ทุกอย่างแทบจะจบลงทันที
จากที่หวังว่าฟุตบอลจะรีเทิร์น แล้วค่อยๆปรับให้เข้าสู่สภาวะปกติ ย่อมพังครืนลงมาทันทีและคราวนี้ไม่มีทางรู้เลยจะกลับมาได้อีกเมื่อไร
แต่หากผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร เยอรมันจะกลายเป็นต้นแบบเพื่อให้ลีกอื่นลอกเลียนตามอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามกว่าที่จะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านการกลั่นกรองมามากมาย ท่ามกลางกรอบเวลาที่จำกัด กว่าที่รัฐบาลที่นำโดย อังเกลา แมร์เคิ่ล จะยอมอนุมัติ สององค์กรใหญ่ที่เป็นแรงขับเคลื่อนอย่างฟุตบอลลีก (เดเอฟแอล) และสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเอ) ต่างมุ่งมั่นทำการบ้านอย่างจริงจัง
ผ่านการทดลอง ผ่านการตรวจตามกระบวนการต่างๆอย่างละเอียดยิบ ก่อนจะได้บทสรุปว่า "น่าจะปลอดภัย" เหลือความเสี่ยงเล็กน้อยมาก คุ้มค่าสำหรับการกลับมาเล่น
เพราะหากปล่อยตัดจบแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ความเสียหายที่ตามมามหาศาลกว่าเยอะและนั่นต้องตามแก้ไขเคลียร์กันแบบไม่มีทางจบลงง่าย
เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างง่ายขึ้น เราลองดูกันว่า New Normal หรือความปกติในโฉมใหม่ของบุนเดสลีกาเป็นอย่างไร ไล่ฉากๆทีละข้อจะได้ไม่เกิดสับสน บางเคสตัวเลขอาจจะเยอะยุ่งยากหน่อย
พร้อมทั้งย้ำว่ามาตรการที่ร่างขึ้นมาเหล่านี้ ต้องพร้อมใจกันปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ห้ามการ์ดตกหรือชะล่าใจเป็นอันขาด ช่วยประคับประคองเพื่อให้เดินหน้าต่อไป
1.ตอนเดินทางไปแข่ง ทุกสโมสรจะต้องแบ่งเป็น 2 ทีมขึ้นรถบัส 2 คัน แต่ละคันจะมีนักเตะครบ 11 ตำแหน่ง กรณีที่มีผู้เล่นจากคันหนึ่งถูกตรวจพบเชื้อขึ้นมา จะได้มีทดแทนกันได้ รวมทั้งเวลาอยู่บนรถต้องสวมหน้ากากตลอด
2.ในส่วนเจ้าหน้าที่ทีมแยกเดินทางโดยมินิบัส จะใช้วิธีการนี้เมื่อต้องเดินทางไปเยือนในระยะทางไม่เกิน 250 กม. ถ้าไกลกว่านั้นใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำไปถึงก่อนแข่งหนึ่งวัน หรือในวันแข่งเพื่อป้องกันการสัมผัสกับคนแปลกหน้าที่โรงแรม
3.หากต้องใช้เครื่องบิน จะไม่มีการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มเด็ดขาด รวมถึงไม่จำเป็น ควรงดใช้ห้องน้ำ
4.ถ้าได้เล่นเป็นเจ้าบ้าน ทุกสโมสรต้องจัดให้นักเตะพักที่โรงแรมหรือแคมป์ก่อน 1 วัน ห้ามนอนที่บ้านเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจหาเชื้อ
5.ส่วนในวีกเอนด์นี้ที่กลับมาครั้งแรก ทุกสโมสรต้องเก็บตัวร่วมกันถึง 1 สัปดาห์ด้วยกัน จะเป็นพักในโรงแรมหรือสปอร์ตชูเล่ได้หมด ทั้งหมดราว 50 คน ผู้เล่นประมาณ 30 คน ที่เหลือเป็นทีมสต๊าฟฟ์ แพทย์ นักกายภาพ เจ้าหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ต่างๆ
6.บริเวณแคนทีนหรือห้องอาหารต้องจัดโต๊ะแบบรักษาระยะห่าง แบบมีโต๊ะส่วน อาหารแยกต่างหากของแต่ละคน หนึ่งวันก่อนแข่งต้องมีการตรวจการติดเชื้อ โดยห่างจากการตรวจครั้งก่อนเกิน 48 ชั่วโมง
7.ทุกสโมสรควรแยกที่พักคนขับรถบัสออกจากทีม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการแพร่เชื้อออกมาในรถ บางสโมสรทำคอกกั้นพลาสติกรอบที่นั่งคนขับ เหมือนที่เราคุ้นเคยตามสถานที่ต่างๆ
8.ระหว่างการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถบัสหรือเครื่องบิน สโมสรจัดเตรียมแพ็กเกจอาหารพร้อมเครื่องปรุงเอาไว้ให้แต่ละคนอย่างเข้มงวดเรื่องความสะอาด เวลารถจอดตามสถานีบริการน้ำมัน ห้ามเข้าร้านสะดวกซื้อเด็ดขาด จะสะดวกสบายเหมือนเดิมไม่ได้อีก
9.ส่วนในห้องแต่งตัวก่อนเกมเริ่ม ต้องจัดให้ได้ตามระยะห่างที่กำหนด ถ้าห้องเดียวไม่พอต้องเพิ่มเป็นสองและผู้เล่นต้องอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเกมไม่เกิน 40 นาที ไม่ควรมากกว่านั้นเพื่อลดความเสี่ยง
10.กรณีการประชุมทีมถ้ามีทางเลือก ควรปรับห้องให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งอากาศถ่ายเทได้สะดวก และต้องนั่งห่างกันราว 2 เมตรด้วย ห้ามกระจุกรวม
11.เคสของ ไฮโค แฮร์ลิช เทรนเนอร์คนใหม่ของเอาก์สบวร์ก ที่แหกกฎออกไปซื้อยาสีฟันและครีมบำรุงผิวที่ร้านสะดวกชื้อนอกโรงแรมที่พัก ฝ่าฝืนมาตรการกักตัว 7 วันก่อนแข่ง ทำให้ไม่สามารถทำหน้าตามปกติ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี
ตั้งแต่ข้อ 1-11 ข้างบนคือคำแนะนำ รวมทั้งบางกรณีคือการบังคับ ซึ่งหากไม่ทำตามบทลงโทษต่างๆจะตามมา ซึ่งได้ร่างไว้เป็นข้อๆชัดเจนหมดแล้ว
นั่นคือนอกสนามและช่วงที่ต้องเตรียมพร้อม ส่วนในสนามหรือช่วงที่ลงแข่งจะมีมาตรการอีกชุด อีกทั้งกฎที่ไม่เหมือนจากเดิม เราควรศึกษาจะได้ไม่สับสนหรือเกิดคำถามตามมา
1.อนุญาตให้มีคนในสนามแค่ 98 คนที่เป็น ผู้เล่น 22 ผู้ตัดสิน 5 ผู้เล่นสำรอง 18 ,เด็กเก็บบอล 4 ,ที่เหลือเจ้าหน้าที่ทีมและหน่วยรักษาความปลอดภัย บนอัฒจันทร์เจ้าบ้านมีได้และทีมเยือน 4 คน
2.ส่วนจำนวนรวมในแต่ละสนามไม่เกิน 323 คน อันหมายถึงทีมงานถ่ายทอดสด เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับแพทย์ฉุกเฉิน ฝ่ายที่ต้องดุแลอุปกรณ์ น้ำดื่ม อาหารหรือสนาม
3.ยามได้ลูกฟรีคิก ฝ่ายที่ตั้งรับป้องกัน สามารถตั้งกำแพงได้ตามปกติ รวมถึงจังหวะเข้าแย่ง สกัดบอลให้คงเหมือนเดิมต่อไป เพราะถือว่านักเตะทุกคนผ่านการตรวจเชื้อเป็นลบแล้ว
4.เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 5 คน จากเดิมที่แค่ 3 คน แต่จะเปลี่ยนได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น เพื่อทีมที่นำอยู่จะได้ไม่นำจุดนี้ไปใช้ถ่วงเวลา
5.กุนซือที่คุมข้างสนาม ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ตะโกนสั่งการได้ตามปกติเลยในโซนของตัวเอง ถ้าต้องใส่จริงคงจะลำบากแน่ๆ
6.ทีมงาน VAR ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย เพราะมีฉากพลาสติกใสกั้น แต่ลดเหลือ 2 คน ผู้ตัดสิน1 เจ้าหน้าที่เทคนิคอีก 1 ผู้ทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ต้องตรวจเชื้อเข้มข้น ต่างจากผู้ตัดสินในสนาม
7.เรื่องของโฆษกสนามโยนให้แต่ละสโมสรตัดสินกันเอาเองเลย แต่ให้อยู่ตามขอบเขตจำนวนคนที่กำหนดไว้เท่านั้น
8.ใครที่สงสัยเรื่องการสัมผัสกันของนักเตะ ก่อนเกมห้ามจับมืออย่างแน่นอน อาจมีการทักกันด้วยการใช้หัวไหล่หรือท่อนแขนกระแทกได้ หลังเกมก็ห้ามจับมือ เน้นย้ำกับตัวเองให้ขึ้นใจ แต่สามารถแลกเสื้อกันได้ ว่าแต่ใครจะกล้าบ้าง
9.หลังมีการทำประตูเกิดขึ้นฉลองกันตามเลย แต่ทุกคนน่าจะรู้ดีแล้วว่าไม่ต้องกอดกันกลมนัก เอาแค่พอหอมปากหอมคอ นอกจากลูกฟุตบอลจะมีการฆ่าเชื้อเฉพาะช่วงพักครึ่ง จากจำนวนทั้งหมด 30 ใบที่เตรีมพร้อมไว้
10.เด็กเก็บบอลจากเดิมกระจายทั่วสนาม 12 คนจะเหลือแค่ 4 เท่านั้น ซึ่งงานน่าจะหนักขึ้น จึงต้องใช้เด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป เพื่อมีความพร้อมเรื่องวุฒิภาวะและการตัดสินใจ
11.การสัมภาษณ์หลังเกมที่สนามทำได้ตามปกติ แต่ต้องเว้นระยะกันให้ดี ส่วนแถลงข่าวที่พูดคุยกับสื่อทุกแขนงจะเป็นแบบออนไลน์
จริงๆที่ว่ามานี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น แต่เป็นหลักใหญ่ใจความอันเกิดจากการประชุมกลั่นกรองมาอย่างดีเยี่ยมแล้ว ซึ่งยี่ห้อของเยอรมันนั้น เราคุ้นเคยกับความไว้เนื้อเชื่อใจได้
มาเอาใจช่วยให้มาตรการต่างๆเหล่านี้ตอบสนองไปในทิศทางที่ดี เพื่อจะได้เดินหน้ากันต่อ ฟุตบอลจะไม่ต้องถูกแช่แข็งอีก
และอาจเป็นอีกครั้งที่เราได้รับรู้ว่าฟุตบอลลีกเยอรมันแข็งแกร่งที่รากฐานจริงๆ ไม่ใช่เกิดจากอำนาจนายทุนหรือเงินตรา
ส่วนใครกำลังมองหาเว็บไซด์ที่รากฐานแกร่งและแน่นๆจริงๆล่ะก็มานี่เลยกับ MYSBOBET พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment