breadcrumb symbol ข่าว

[ #สุภาพบุรุษที่สุดในโลก ]

อัพเดตเมื่อ : May 21, 2020 1:40am โดย : admin

ก่อนย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดในฤดูร้อนปี 2015 บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กวาดความสำเร็จเกียรติยศมามากมายแทบนับไม่ถ้วน

แชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย , แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 7 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย , แชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย อันดับ 3 อีก 2 ครั้ง รวมถึงรองแชมป์ยูโรในปี 2008 ด้วย

ชไวนี่ ถูกบรรจุชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 กัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค อยู่ในระนาบเดียวกับ ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ , โลธาห์ มัทเธอุส , โอลิเวอร์ คาห์น และ ฟิลิป ลาห์ม

เช่นเดียวกับในยูนิฟอร์มทีมชาติเยอรมัน เขาได้รับมอบปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก ลาห์ม อีกทั้งรับใช้มายาวนานถึง 12 ปี เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 124 นัดด้วยกัน

นอกจากความสามารถในเชิงลูกหนังที่ถูกยอมรับในวงกว้างแล้ว ทัศนคติยังเป็นที่รู้กันว่ายอดเยี่ยมเปี่ยมไปด้วยมืออาชีพ สุขุมลุ่มลึกรับมือกับสถานการณ์ที่กดดันต่างๆได้

ดังนั้นสาวกปีศาจแดงย่อมตื่นเต้น เมื่อได้เห็นนักเตะที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้มาร่วมทีมด้วย

หลายคนข้องใจว่าเหตุใด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของเสือใต้เวลานั้นถึงยอมปล่อยแข้งอันทรงคุณค่ามาได้

แต่อย่างหนึ่งต้องยอมรับคือ เป๊ป ตรึกตรองใคร่ครวญอย่างมาดีแล้ว โดยเชื่อว่าสไตล์การเล่นของ ชไวนี่ ไม่อาจตอบสนองแท็คติกของเขาได้อย่างเต็มรูปแบบ

แม้จะเชิงสูง ฉลาดหลักแหลม แต่การมักรีรอออกบอลช้าเกินไป ทำให้ในยุคที่ เป๊ป คุมทีมมักจะตัดสินใจดร็อปไว้ที่ข้างสนามแล้วให้โอกาส ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งปราดเปรียวกว่ามาทดแทน

การมาสู่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าเพราะ หลุยส์ ฟานกัล คือผู้อยู่เบื้องหลัง

กุนซือดัตช์ซึ่งโยกมากุมบังเหียนแมนฯยูไนเต็ดในปี 2014 อาจไม่ใช่คนค้นพบ ชไวนี่ แต่เขาคือผู้เจียระไนให้ส่องประกายเจิดจ้ามากกว่าเดิม

จากตำแหน่งปีกขวายืน อยู่ตรงริมเส้นซึ่งทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สายตาเหยี่ยวของ ฟานกัล มองไกลกว่านั้นและเชื่อว่าจะรีดประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่หากจับมายืนมิดฟิลด์ตัวกลาง

หากเป็นนักเตะอื่นอาจจะงอแงหรือไม่ก็ต้องตั้งคำถาม แต่สำหรับ ชไวนี่ ไม่มีบ่ายเบี่ยงทั้งสิ้นยินดีทำตาม

แล้วพอได้รับมอบหมายให้ประจำการเหมือนห้องเครื่อง ชไวนี่ สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินคาดหมาย ยกระดับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่แทบจะขาดไม่ได้

ดังนั้นเมื่อได้รับข้อเสนอจากปีศาจแดง จึงนำเรื่องไปเจรจากับบอร์ดบริหาร แผนการที่วางไว้จะแขวนสตั๊ดที่นี่อาจพังครืนลงมา แต่การได้เผชิญความท้าทายใหม่ อีกทั้งนี่คือหนึ่งในสโมสรที่ตามเชียร์เหมือนพี่ชายตั้งแต่เด็กๆ

เขาจึงไม่ปฏิเสธแมนฯยูไนเต็ดและการได้ร่วมงานกับ ฟานกัล อีกครั้ง

แม้ลึกลงไปแล้วจะผิดหวังที่ต้องลาเสือใต้ แต่เขาไม่เคยปริปากพูดให้ร้ายถึง เป๊ป สักนิดเดียว มีเพียงแค่คำขอบคุณที่มีให้ จนสาวกบางคนตำหนิว่ามันงดงามเกินไปหรือเปล่า

ค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ไม่ได้กดดันมากเท่าค่าจ้าง 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เมื่อบวกกับดีกรีบารมีต่างๆแล้ว แฟนๆยูไนเต็ดจึงคาดหวัง ชไวนี่ ไว้สูงมากๆ

อย่างไรก็ตาม ชไวนี่ ในวัย 31 ปีไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นัก โดนอาการบาดเจ็บรังควานอยู่ตลอด ทำให้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปเพียงแค่ 18 นัดยิงได้แค่ 1 ประตู

เกมนัดชิงเอฟเอคัพกับคริสตัล พาเลซ ยังไร้ชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองข้างสนาม ต่อให้ได้เหรียญรางวัลด้วย ก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำนัก

หนักกว่านั้นคือแชมป์เอฟเอคัพไม่มากพอที่จะช่วยให้ ฟานกัล รักษาตำแหน่งผู้จัดการทีมเอาไว้ได้

กุนซือคู่บุญไม่อยู่ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ยังมีที่น่าสยดสยองมากกว่านั้น

เพราะเจ้านายคนใหม่คือ โชเซ่ มูรินโญ่

------------------

ตุลาคม 2016 โชเซ่ มูรินโญ่ สั่งให้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงไปซ้อมกับทีมสำรองแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กดาวรุ่งกับกลุ่มที่ต้องฟื้นฟูร่างกายบางส่วน

ชไวนี่ ผิดหวังระคนแปลกใจว่าทำไมต้องเจอชะตากรรมแบบนี้ เขาไม่ได้เจ็บอะไรเลย ร่างกายฟิตในระดับสามารถเล่นหรือซ้อมได้ตามปกติ

ด้วยความคลางแคลงใจ จึงส่งข้อความไปหาเจ้านาย อย่างน้อยอธิบายหน่อยเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

มูรินโญ่ ยินดีจะชี้แจง เลยนัดให้มาพบที่โรงแรมซึ่งพักอยู่ในเวลานั้น

นานเกิน 10 นาทีกว่าบทสนทนาแรกจะเริ่มขึ้น เพราะกุนซือโปรตุกีสขอทอดอารมณ์จิบชาก่อน

จากนั้นก็เปิดฉากด้วยประโยคว่า หัวเข่าของ ชไวนี่ มีปัญหาและเกมในยุคของเขาหนักกว่าเดิม ฉะนั้นอาจเกิดผลกระทบที่ตามมา

มูรินโญ่ พยายามชี้ให้เห็นว่าห่วงใยสุขภาพร่างกายลูกทีม จึงคิดว่าเสี่ยงเกินไปที่จะให้มาอยู่ในทีมชุดใหญ่ เลยสั่งไปซ้อมกับทีมยู-23 พลางๆก่อน

กัปตันทีมเยอรมันพอจะเข้าใจเรื่องนี้ได้บ้าง แต่ทำไมถึงเพิกเฉยไม่อธิบายให้กระจ่างตั้งแต่แรก

ไม่กี่วันถัดมา มูรินโญ่ แจ้งมาว่าให้ ชไวนี่ มายังสนามซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ได้ตามปกติ สร้างความปลาบปลื้มไม่น้อย

เขาวาดหวังไว้ว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ แต่มันกลับทรุดหนักกว่าเดิม เมื่อมาถึงแล้วเจ้านายบอกว่าไม่ต้องซ้อม โดยสั่งให้ ชไวนี่ กับ เมมฟิส เดอปาย ไปกรอกน้ำแทนซะ

ได้ยินอย่างนี้เข้าความรู้สึกเจ็บปวดเกิดขึ้น นี่มันเลวร้ายมากๆ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย

ชไวนี่ ต้องซ้อมอยู่คนเดียว 3 เดือน มาที่แคร์ริงตันทุกวันแทบไม่เคยขาดพยายามจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามุ่งมั่นจริงจังขนาดไหน

ครั้งหนึ่งเขาคันแข้งมาก อยากซ้อมกับเพื่อนบ้างๆ เลยยอมเสี่ยงพรางตัวด้วยการใช้หมวกและผ้าปิดบังใบหน้าไว้ ก่อนจะไปมั่วกับทีมชุดใหญ่

ชไวนี่ เล่าไว้ในไดอารี่ของตัวเองว่า ได้เจอกับ รุย ฟาเรีย มือขวาของ มูรินโญ่ ก่อนจะโกหกไปว่าตัวเขาคือ ฟิล โจนส์ ซึ่งเพิ่งหายบาดเจ็บกลับมา

ฟาเรีย ยังเข้าใจผิดทักทายยินดีกับ โจนส์ ที่ใกล้ฟิตแล้ว นอกจากนี้เพื่อนร่วมทีมบางคนยังไม่รู้เลยว่าแท้จริงเขาคือ ชไวนี่ เรียกผิดๆด้วยซ้ำ

พอได้ซ้อมอย่างนี้แล้วรู้สึกดีกว่าเดิม แม้จะขมขื่นอยู่บ้าง โดยเฉพาะการถูกปฏิบัติอย่างน่ารังเกียจทั้งที่เขาเป็นถึงกัปตันทีมชาติเยอรมัน

เรื่องนี้ มูรินโญ่ โดนโจมตีอย่างหนักทั้งจาก คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ , มานูเอล นอยเออร์ , โทนี่ โครส หรือ โทบี ชไวน์สไตเกอร์ พี่ชายซึ่งเป็นเอเยนต์

แต่กุนซือหน้าเครียดอ้างว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวอะไรทั้งสิ้น เขาต้องเลือกทีมที่คิดว่าดีสุดและในทีมชุดใหญ่ไม่ใช่มีแค่ ชไวนี่ เท่านั้นต้องเจออย่างนี้

เดอปาย , อันเดรียส เปร์เรยร่า หรือ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ต่างก็ถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรองเหมือนกัน

สื่ออังกฤษประโคมว่าเหตุผลที่ มูรินโญ่ ทำอย่างนี้ เพราะได้รับคำสั่งจากบอร์ดบริหารหาทางบีบให้ ชไวนี่ ย้ายออกจากทีมซะ เพื่อเซฟค่าจ้างที่ต้องจ่ายแพงมากๆและไม่คุ้มค่า

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้ มูรินโญ่ จะได้งบในการคว้าตัวผู้เล่นที่ต้องการมา

เรื่องนี้เท็จจริงแค่ไหนไม่รู้ แต่ในแง่ของความคุ้มค่า ต้องยอมรับว่า ชไวนี่ สอบตกกราวรูด ชนิดแทบไม่ต้องซ่อมกันเลย

อย่างไรก็ตามแม้จะต้องเจอกดดันหนักแบบนี้ เขาไม่เคยโอดครวญฟูมฟายเลย ตรงกันข้ามพยายามทำให้ทุกคนรู้ว่าอยากจะลงเล่นอยู่ตลอดเวลา

เขาไม่ได้ลงเล่นในลีกเลยสักนัดในซีซั่นนั้น ถูกเรียกมาเล่นแค่เกมเอฟเอ คัพกับวีแกน ซึ่งยิงประตูตอบแทนความไว้ใจเจ้านายอีกต่างหาก อีกทั้งแฟนๆยังสแตนดิ้ง โอเวชั่นหรือยืนปรบมือให้ด้วย

ฤดูร้อนปี 2017 ชไวนี่ ตัดสินใจยุติปัญหาด้วยการย้ายไปชิคาโก้ ไฟร์ในเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ ไม่ได้ดึงดันจะอยู่เพื่อเงิน เหมือนกับเคสนักเตะอีกหลายคนที่ไม่ยอมย้ายง่ายๆ

ไม่ใช่แค่นั้นเขายังกล่าวคำขอบคุณถึงสโมสร กองเชียร์ เพื่อนร่วมทีม เจ้าหน้าที่ทุกคนและไม่ลืม มูรินโญ่ ด้วย

คล้ายกับตอนอำลาบาเยิร์น เขาไม่ได้มีท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจ ต่อให้โดน เป๊ป หมางเมินก็ตาม ยังมีแสดงสปิริตขอบคุณ แสดงถึงการเคารพและให้เกียรติเสมอ

จนทุกวันนี้รีไทร์ไปแล้ว ชไวนี่ ยังไม่เคยพูดจาว่ากล่าว เป๊ป หรือ มูรินโญ่ ด้านลบเลยสักคำเดียว

ไม่เกินเลยหากเราจะบอกว่า นี่คือนักเตะสุภาพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

การลงทุนคว้าตัว ชไวนี่ มาเสริมทีมอาจไม่ใช่การลงทุนที่ดีนักของผีแดง แต่หากใครอยากลงทุนแบบคุ้มค่าและไร้ปัญหาตามมา ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

 

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

Facebook Comment