breadcrumb symbol ข่าว

[ #ในนามแห่งความโรคจิต ]

อัพเดตเมื่อ : May 25, 2020 10:38pm โดย : admin

หนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของฟุตบอลลีกอังกฤษเกิดขึ้นในเกมดิวิชั่น 1 (เดิม) ที่สนามเพาจ์ล เลน ซึ่งวิมเบิลดันเจ้าถิ่นดวลกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1988

ระหว่างที่วิมเบิลดันได้ฟรีคิกในระยะหวังผล พอล แกสคอยน์ ดาวดวงใหม่ที่ส่องแสงเจิดจ้าเวลานั้นของสาลิกาดรงไปยืนเป็นหนึ่งในกำแพงคอยป้องกัน

วินนี่ โจนส์ ดาวร้ายแห่งวงการของวิมเบิลดันปรี่เข้าหา มายืนบังข้างหน้า แกซซ่า แล้วพอได้จังหวะก็หันมือไปข้างหลังบีบเข้าที่กล่องดวงใจเต็มๆ

แกสคอยน์ เล่าให้ฟังว่ารู้สึกเจ็บมากๆ เขาแหกปากร้องลั่น แต่ในนาทีนั้นไม่มีใครสนใจหรือได้ยิน บังเอิญเหลือเกินที่ช่างภาพคนหนึ่งกดชัตเตอร์ทัน จึงได้บันทึกเอาไว้ฟ้องโลก

ไม่ได้มีใครแปลกใจสักเท่าไรนักกับพฤติกรรมเช่นนี้ของ โจนส์ นี่คือนักเตะที่ซาดิสต์หรือโรคจิตคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา กิตติศัพท์ของเขาเป็นที่รับรู้กัน

ก่อนเกมดังกล่าว แกสคอยน์ ซึ่งอยู่ในสถานะยังบลัดที่น่าจับตา ตกเป็นเป้าของพวกตากล้องทีวีและช่างภาพนิ่งมากกว่าใครทั้่งหมด มันยิ่งไปกระตุ้นความโรคจิตของ โจนส์ ให้แล่นพล่านขึ้นมา

นิสัยร้ายกาจอย่างหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันคือ โจนส์ มักหมั่นไส้พวกแข้งดาวรุ่งที่ได้รับการยกย่อง ถ้ามีโอกาสเผชิญหน้ามักจะหาจังหวะข่มขู่สั่งสอนให้หงออยู่เสมอ

ก่อนจะโดนบีบกระแป๋ง แกสคอยน์ เจอการรับน้องสยองขวัญไปแล้ว เพราะ โจนส์ เดินมากระซิบพอได้ยินกันแค่สองคนว่า

"เอ็งรู้จักข้าหรือเปล่าไอ้ละอ่อน ข้าคือ วินนี่ โจนส์ ไอ้ยิปซีระห่ำโว้ย แล้ววันนี้เอ็งกับข้าจะได้ดวลกันแน่ไอ้อ้วน ไม่ต้องห่วง"

โจนส์ นั้นสืบเชื้อสายมาจากพวกยิปซีหรือชนเผ่าเรร่อนสุดท้ายอาศัยอยู่ในยูเค คนพวกนี้มีความดิบเถื่อนโหดเหี้ยมในสายเลือด

ใครที่เคยดูซีรี่ย์ดัง Peaky Blinders น่าจะพอทำความเข้าใจความจริงนี้ได้บ้าง เพราะแก๊งมาเฟียในเบอร์มิ่งแฮมซึ่งเป็นพวกยิปซีนั้นเหี้ยมเกรียมไร้ปรานีแค่ไหน

แต่ชีวิตในวัยเด็กของ แกสคอยน์ เองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน หัวหกก้นขวิดมาเยอะ ผ่านประสบการณ์ด้านมืดไม่น้อย กว่าจะมาเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในสนามฟุตบอล

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หวั่นเกรงมากนัก คิดว่านี่เป็นการขู่เพื่อให้กลัวตามปกติ มันเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งของพวกรุ่นเก๋าที่งัดมาใช้เล่นนอกเกม

อย่างไรก็ตามเมื่อโดนขย้ำของรักเข้าเต็มแรงจนเจ็บปวดร้องโอดโอย ย่อมเข้าใจได้ไม่ยากว่า โจนส์ นั้นบ้าดีเดือดเกินลิมิต แตกต่างไปจากแข้งอื่นจริงๆ

หลังเกมดังกล่าวจบลงไม่นานนัก แกสคอยน์ ส่งดอกกุหลาบไปให้ โจนส์ เพื่อสานไมตรีด้วย คิดว่าน่าจะคบหาเป็นเพื่อนกันได้ เขาชอบคนประเภทนี้อยู่แล้ว

พอ โจนส์ ได้รับเรียบร้อย เขาส่งแปรงขัดส้วมมาแทนคำขอบคุณ พร้อมข้อความว่า -- "แกอย่ามาโรแมนติกกับข้าให้เสียเวลาเลยไอ้อ้วน!"

หรือในช่วงที่ โจนส์ ย้ายคืนสู่วิมเบิลดันอีกรอบ ต่อให้วัยมากขึ้น แต่นิสัยยังคงเดิมไม่แปรเปลี่ยน

เกมพรีเมียร์ลีกนัดหนึ่งต้องไปเยือนอัพตัน พาร์คของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตอนนั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ คือสตาร์ใหม่ถูกพูดถึงกันกว้างขวาง เคยถูก เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเรียกไปฝึกซ้อมด้วย

ระหว่างผู้เล่นสองทีมยืนเรียงแถวตอนลึก เตรียมพร้อมลงสู่สนาม ริโอ ตะโกนกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมว่า "เอาหน่อยเว้ยพรรคพวก"

สิ้นเสียงไม่เท่าไร โจนส์ ก็เดินมาหาพร้อมถาม "แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะไอ้สวะหนูน้อย"

กิตติศัพท์ของ โจนส์ เล่นเอา ริโอ ถึงกับหลบสายตาวูบก้มหน้าลงพื้น ไม่กล้ามองตรงๆ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มสั่นด้วยความกลัว

โชคดี เอียน ดาววี่ กับ จอห์น ฮาร์ทสัน 2 ผู้เล่นขาโหดของขุนค้อน ปรี่เข้ามาช่วย บอกให้ โจนส์ กลับไปซะอย่ามายุ่มย่าม นั่นแหล่ะจึงคลี่คลาย

อย่างไรก็ตามความห่ามผิดมนุษย์ของ โจนส์ ยังถูกบันทึกไว้อีก ซึ่งหลายคนอาจจำไม่ได้

ปี 1989 เขาย้ายจากวิมเบิลดันไปร่วมทัพลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งเวลานั้นอยู่ในดิวิชั่น 2 หรือเดอะ แชมเปี้ยนชิพปัจจุบัน ก่อนจะมีส่วนช่วยคว้าแชมป์พร้อมเลื่อนสู่ลีกสูงสุดในแค่ปีเดียว

เกมสุดท้ายในซีซั่นนั้นที่เอลแลนด์ โร้ด ตามธรรมเนียมนักเตะทุกคนจะนำครอบครัวลงมาเดินในสนามเพื่อขอบคุณแฟนๆและแสดงความเป็นกันเอง

โจนส์ นำลูกชายมาด้วยเช่นกัน ระหว่างที่ลูกกำลังวิ่งหวดลูกหนังอย่างสนุกตามประสา เขาพรวดเข้าหาพร้อมกับเสียบล้มคะมำลงไปกองกับพื้น แล้วหัวเราะอย่างสะใจ

คนอื่นที่เห็นเหตุการณ์หัวเราะตามไปด้วย แม้ลึกๆจะเวทนาเด็กน้อยซึ่งลุกขึ้นมาทำหน้างงๆว่าพ่อเล่นอะไรไม่เข้าท่า

มันเป็นการตอกย้ำน้ำเนื้อตัวตนของ โจนส์ อย่างแท้จริง

เขาไม่ใช่แค่โหดเท่านั้น แต่ยังมีความซาดิสต์โรคจิตอัดแน่น

------------------

โจนส์ เคยเล่าเรื่องราวในวัยเด็กให้ฟังและยอมรับว่าตัวเองเป็นพวกมีปัญหา ปมบางอย่างทำให้เกิดความผิดปกติอยู่ข้างใน

แม้จะได้เข้าอะคาเดมี่ของวัตฟอร์ดจนกระทั่งอายุ 12 ปี แต่เกือบจะโยนทิ้งความฝันการเป็นแข้งอาชีพ เมื่อหยุดเล่นดื้อๆ เพราะประท้วงพ่อกับแม่ที่แยกทางกัน

เขาเตลิดหนีออกจากบ้าน ไม่ยอมรับการกระทำของบุพการี ด้วยหวังว่าทั้งสองคนจะกลับมาคืนดี มีความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีก แต่เปล่าเลย

เมื่อรู้ว่าไม่มีประโยนช์ที่จะทำอย่างนี้ เขาจึงหัวหน้าสู่เกมฟุตบอลอีกครั้ง เพียงแต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โจนส์ พัฒนาฝีเท้ากับวิมเบิลดัน พอๆกับความเดือดระห่ำเป็นหนึ่งในสมาชิก "เครซี่แก๊ง" อันลือลั่น ไม่มีใครอยากจะตอแยเผชิญหน้าด้วย

นักเตะชุดนั้นที่อยู่ในระนาบเดียวกันมี เดนนิส ไวส์ , จอห์น ฟาชานู หรือ ลอว์รี่ ซานเชส สถาปนาเป็นทีมจอมโหดที่พร้อมดับเครื่องชนทุกคนที่เข้ามาขวาง

ประโยคคลาสสิกที่บ่งบอกความเป็นตัวของ โจนส์ คือ

"ผมมีทางเลือกให้คุณ 2 ข้อ 1.ทิ้งบอลเอาไว้แล้วคุณไปซะ 2.ทิ้งตัวคุณเองไว้แล้วปล่อยบอลไป"

เอกลักษณ์ของเขาคือการเข้าหนักใส่คู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะในแบบหงายปุ่มแบบไม่มียั้งหรือโถมกระแทกเต็มพลัง จนเรียกใบเหลืองหรือแดงจากกระเป๋าผู้ตัดสินเป็นปกติ

ตอนย้ายไปอยู่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โจนส์ ทำตัวเหมือนหมาบ้าล่าเหยื่อ เมื่อไรเตะ ไล่อัดผู้เล่นอาร์เซน่อลจนล้มกลิ้งล้มหงายมากมาย

หรือสมัยกลับมาวิมเบิลดันรอบ 2 ยังเคยเสียบ เอริก คันโตน่า ร่วงกลางสนามมาแล้ว

หากใครยังจำได้ ก็องโต้ ลุกขึ้นมาทำท่าจะเอาเรื่อง แต่พอเห็นเป็น โจนส์ ก็หันหัว 180 องศากลับหลังมาทันที

คาดว่า ก็องโต้ คงขยาด โจนส์ เช่นเดียวกัน แต่เขาเล่าในตอนหลังว่าเห็น โจนส์ เคยอยู่ลีดส์ทีมเดียวกันมาก่อน เลยไม่อยากมีเรื่อง

ตลอดชีวิตค้าแข้งจึงเก็บไปทั้งสิ้น 12 ใบแดง ว่ากันว่าหากยังเล่นในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีอย่างวีเออาร์คอยจับผิด น่าจะสะสมเยอะกว่านี้

กระนั้นบุคลิกอันโดดเด่นกลายเป็นใบเบิกทางให้เขาได้เข้าสู่วงการมายา สร้างชื่อมาจาก Lock, Stock and Two Smoking Barrels มือปืนเลือดเย็นที่สงวนคำพูดยิ่งกว่าสิ่งใด

อาจเป็นเพราะว่าเขามีความสนิทกับ กาย ริชชี่ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวด้วย จึงได้รับการสนับสนุน แต่ลึกลงไป โจนส์ เองหลงใหลอยากเข้าไปอยู่ในโลกเซลลูลอยด์เช่นเดียวกัน

จากนั้นได้เล่นเป็นพวกตัวร้ายใน Snatch อีกหนึ่งที่สร้างชื่อ ก่อนมาพีกสุดกับ Gone in 60 Seconds ซึ่งได้ประกบทั้ง นิโคลัส เคจ และ แองเจลินา โจลี่

ส่วนนอกฉากครั้งหนึ่ง โจนส์ ยังเคยมีเรื่องวิวาทใหญ่โตกับพวกที่มาหาเรื่องในผับ พร้อมทั้งประกาศว่าเขาไม่ได้เจ๋งแค่ในจอเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากให้เลือกได้จริงๆ เขายังหลงกลิ่นสาบลูกหนังไม่มีเสื่อม หลังรีไทร์แล้วหวังไว้จะเป็นผู้จัดการทีม แต่จังหวะและโอกาสไม่เอื้ออำนวยนัก แค่เกือบได้นั่งเก้าอี้กุนซือควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ช่วงที่ เรย์ ฮาร์ฟอร์ด โดนปลด แต่ก็ไปไม่ถึง

เขาบอกว่าบุคลิกและภาพลักษณ์เมื่อครั้งเป็นนักเตะ มันคงยากที่จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ หากต้องมาเป็นผู้จัดการทีม

อย่างไรก็ตามถ้ามีสักสโมสรยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจมาให้ โจนส์ จะทุ่มสุดตัวเพื่อพิสูจน์ให้เห็นเลย

แต่ใครจะกล้าเชื่อใจหรือเสี่ยงกับความโรคจิตของเขาบ้างล่ะ?

หากทีมไหนแต่งตั้ง โจนส์ เป็นผู้จัดการทีมคงมีความเสี่ยงไม่น้อย แต่หากใครอยากลงทุนและไร้ปัญหาตามมา ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment